
เป้าหมายมีไว้พุ่งชน
สำหรับนักชกอาชีพแล้ว คงไม่มีสังเวียนไหนที่จะเย้ายวนใจมากไปกว่า “ลาสเวกัส” ซึ่งก็รวมถึงพ่อค้ากำปั้นคนใหม่อย่าง แอนดรูว์ ฟลินทอฟฟ์ ด้วย
โดย...จาด้า
สำหรับนักชกอาชีพแล้ว คงไม่มีสังเวียนไหนที่จะเย้ายวนใจมากไปกว่า “ลาสเวกัส” ซึ่งก็รวมถึงพ่อค้ากำปั้นคนใหม่อย่าง แอนดรูว์ ฟลินทอฟฟ์ ด้วย
แฟนกีฬาในบ้านเราอาจจะไม่คุ้นชื่อเสียงเรียงนามของเขาเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นอังกฤษหรือประเทศในเครือจักรภพอื่นๆ เขาคือบิ๊กสตาร์ในฐานะอดีตกัปตันทีมคริกเกตของเมืองผู้ดี
หลังจากที่ประกาศรีไทร์ในการเล่นคริกเกตอาชีพเมื่อปี 2009 แล้ว ฟลินทอฟฟ์ก็หันมาเอาดีในวงการหมัดมวยแทน และหลังจากฝึกซ้อมอย่างจริงจังได้ไม่กี่เดือน เขาก็ได้ขึ้นชกเป็นครั้งแรกที่เวทีในเมืองแมนเชสเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แถมยังประเดิมด้วยการคว้าชัยอีกต่างหาก
แหม.. ช่างเท่ไม่หยอกจริงๆ
แม้จะมีเสียงยกย่องสรรเสริญจากแฟนๆ และสื่อ แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่มองว่าการชนะคะแนน ริชาร์ด ดอว์สัน คู่ต่อสู้ชาวอเมริกัน 3938 เป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับฟลินทอฟฟ์มากกว่า เพราะเขาได้รับการชูมือก็เพราะชื่อเสียงเก่าต่างหาก
แน่นอนว่า กีฬาชกมวยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยทั้งพรสวรรค์และการเทรนอย่างหนัก และยิ่งมาเริ่มต้นในวัย 30 กว่าโดยที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน ก็ยิ่งลำบากมากขึ้นหลายเท่าตัว
ด้วยเหตุนี้เราจึงได้เห็นอดีตฮีโร่คริกเกต เจ้าของนิกเนม “เฟรดดี” ชกแบบสะเปะสะปะ ก่อนจะถูกต่อยร่วงลงไปกองกับพื้นเวทีในยกที่ 2 ทว่าเขาก็พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้ชนะหลังจบการชกครบ 4 ยก ซึ่งใช้เวลายกละ 2 นาที
เจน เคาช์ นักชกหญิงคนแรกจากสหราชอาณาจักร ที่ได้รับใบอนุญาตให้ชกอาชีพ ประณามว่าการชกที่แมนเชสเตอร์ อารีนา ว่าเป็นเรื่องที่น่าขายหน้า แถมยังจวกบอร์ดบริหารของวงการมวยเมืองผู้ดีที่ให้ฟลินทอฟฟ์ได้ขึ้นสังเวียนทั้งที่ไม่มีความพร้อมอย่างแท้จริง
เคาช์ ยังบอกอีกว่า เธอยินดีที่เห็นคนดังอย่างฟลินทอฟฟ์หันมาสนใจในกีฬาหมัดมวย แต่ถือเป็นเรื่องไม่สมควรที่จะให้ชกอาชีพ เพราะน่าจะเป็นแค่ไฟต์โชว์มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ เดวิด ไพรซ์ กำลังขึ้นชกป้องกันแชมป์รุ่นเฮฟวีเวต ห่างออกไปไม่ถึง 100 กม. แต่สื่อกลับไปมัวแต่โฟกัสไปที่นักชกหน้าใหม่กันหมด
ก่อนที่ฟลินทอฟฟ์จะขึ้นชกกับดอว์สัน การเตรียมความพร้อมของเขาถูกถ่ายทอดผ่านช่องสารคดีของช่องสกาย ซึ่งเป็นเคเบิลทีวีของอังกฤษ และนั่นทำให้หลายคนอดตั้งแง่ไม่ได้ว่า แท้ที่จริงแล้วนี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวงการมายาเท่านั้น ไม่ได้เป็นเพราะเขาอยากจะเป็นนักมวยอาชีพอย่างแท้จริง
หลังจบไฟต์แรกในชีวิต ฟลินทอฟฟ์ก็เตรียมที่จะใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวในช่วงฤดูหนาวนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อไปบนสังเวียนผ้าใบ
ขณะที่ แบร์รี แม็คกูแกน โค้ชของเขา กลับบอกว่า ฟลินทอฟฟ์เอาจริงกับการชกมวยแน่นอน ไม่ใช่แค่การสร้างกระแสอย่างที่ถูกหลายคนโจมตี
“ลาสเวกัสมันมีความเป็นไปได้แน่นอน ถ้าเขามาหาผมภายใน 3 สัปดาห์ และบอกว่าสนใจในเวกัส เราก็จะมาดูกันอีกที เขาบอกผมว่าเขาอยากอยากชกในอเมริกาแค่ไหน คุณลองนึกดูสิว่ามันจะเป็นยังไง บอร์ดการท่องเที่ยวที่นั่นจะต้องสนใจแน่ๆ” แม็คกูแกน กล่าว
ไม่ว่าจะฟลินทอฟฟ์จะชกต่อหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนเราหากตั้งใจจริงแล้ว ก็ย่อมทำตามความฝันของตัวเองได้ ไม่ว่าผลที่ออกมาจะดีหรือไม่ก็ตาม เพราะสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการได้พยายามอย่างเต็มที่







