
วังวนแห่งกลกรรม เราทำตัวเราเอง
อันเดอร์ส (อันเดอร์ส ดานีลเซน ลีเย) นักเขียนหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ วัย 24 ที่ชีวิตของเขาไม่ได้ใช้ของขวัญที่พระเจ้าให้มาอย่างมีประโยชน์เท่าไหร่
อันเดอร์ส (อันเดอร์ส ดานีลเซน ลีเย) นักเขียนหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ วัย 24 ที่ชีวิตของเขาไม่ได้ใช้ของขวัญที่พระเจ้าให้มาอย่างมีประโยชน์เท่าไหร่
โดย...ปณิตัส
อันเดอร์ส (อันเดอร์ส ดานีลเซน ลีเย) นักเขียนหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ วัย 24 ที่ชีวิตของเขาไม่ได้ใช้ของขวัญที่พระเจ้าให้มาอย่างมีประโยชน์เท่าไหร่ ด้วยจิตใจที่บอบบาง อ่อนไหว ทำให้หลงไปติดยา จนแทบเอาตัวไม่รอด
หลังจากการฆ่าตัวตายที่ไม่สำเร็จ เขาถูกส่งเข้าไปในสถานบำบัดแห่งหนึ่งในกรุงออสโล อันเดอร์สใช้เวลา ณ ที่แห่งนั้นราว 2 ปี อยู่จนเจ้าหน้าที่แน่ใจว่า “คลีน” หรือเชื่อว่าเขาเลิกยาได้แน่ๆ แล้ว จึงยอมให้เขาออกจากสถานบำบัด ในวันที่ 31 ส.ค. ที่เขาได้รับการนัดหมายสัมภาษณ์งานที่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง
แม้บำบัดการติดยาได้ แต่ดูเหมือนเรื่องการบำบัดจิตใจนั้นไม่ได้ผลสักเปอร์เซ็นต์เดียว พอออกจากสถานบำบัดมาได้ อันเดอร์สก็รีบพุ่งไปที่บ้านเพื่อนรัก โทมัส (ฮันส์ โอลาฟ เบรนเนอร์) อดีตหนุ่มติดยาที่ลดละเลิกได้เพราะครอบครัว พอไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบเสร็จเรียบร้อย คุณพ่อลูกสองก็ยังไม่หายป็นห่วงเพื่อน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ดีไปกว่าการอวยพรให้โชคดีในการสัมภาษณ์งาน และขอให้เพื่อนไม่ทำอะไรโง่ๆ อีก
โทมัสลองใจเพื่อนด้วยการชวนไปปาร์ตี้ แต่อันเดอร์สปฏิเสธ โดยว่าตอนนี้แม้แต่เบียร์ก็ไม่แตะต้องมานานแล้ว
จะต้องโทษสังคมที่ไม่ให้โอกาสเป็นรอบสอง หรือโทษจิตใจของคนที่อ่อนไหว ไม่เข้มแข็งเอง นอกจากจะพยายามโทรไปงอนง้อ อีโซลีน อดีตแฟนสาวมากมายหลายรอบ แต่สาวเจ้าก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์เสียที แล้วยังจะมาโดนไล่เบี้ยจากบรรณาธิการสำนักพิมพ์ที่ชื่นชมผลงานเขียนก่อนหน้านี้ของเขามากอีก เขาก็ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
ตามมาอีกดอกด้วยพี่สาวแท้ๆ ยังไม่ยอมมาพบหน้า แต่ฝากเพื่อนสนิทนำกุญแจบ้านพ่อแม่ที่กำลังประกาศขายมาให้
ณ วันที่ 31 ส.ค. อันเดอร์สพอไม่รู้จะหันไปทางไหน ได้แต่ไปปาร์ตี้วันเกิด รีเบคกา (อิงกริด โอลาวา) แฟนเก่าของเขาสมัยวัยรุ่นตามที่โทมัสบอก เขายังโทรไปง้ออีโซลีนอีกหลายครั้ง แต่ผลออกมาเป็นเช่นเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างมะรุมมะตุ้มกันไปหมด และสุราแก้วเดียวหลังจากไม่แตะต้องมาหลายปี ก็กลายเป็นการเริ่มต้นของวังวนเดิมๆ
อันเดอร์สรายรอบไปด้วยเพื่อนๆ ที่ต้องการจะช่วยเหลือเขา ไม่ว่าจะเป็นโทมัสหรือรีเบคกา แต่ดูเหมือนเขาต้องการจะเรียกร้องความสนใจจากใครคนอื่น ที่ไม่ได้ห่วงใยเขาจากใจจริง
หนังเต็มไปด้วยบทสนทนาอันเยอะแยะมากมายของอันเดอร์ส กันคนนั้นคนนี้ที่เขาไปพบเจอ ทำให้ต้องตั้งใจอ่านซับไตเติลกันมากอยู่สักหน่อย (เว้นแต่จะฟังภาษานอร์วีเจียนออกนะ) อย่าเพิ่งเบื่อกันเสียก่อนล่ะ
เสน่ห์ของหนัง นอกจากจะสะท้อนความเปราะบางในจิตใจของหนุ่มสาวเจเนอเรชันนี้ ที่เต็มไปด้วยสิ่งเร้ามากมายให้ใจไขว้เขวแล้ว ผู้กำกับยังเล่นกับเงื่อนของเวลา ทุกอย่างเริ่มต้นและจบลงภายในวันเดียว
ราวกับจะบอกเป็นนัยว่า ช่วงเวลาของชีวิตนั้นสั้นนัก ... ช่างสั้นนัก ... จริงๆ







