
ธรณีนี่นี้ใครครอง (๑๐): ความมั่นคงในสิทธิในที่ดินกับการกระจายตัวของประชากรระหว่างภาคเกษตรและภาคอุตสาหรรม และการย้ายถิ่นจากชนบทไปสู่เมือง
ในสัปดาห์นี้ ดร.ธันยพร จันทร์กระจ่าง จะมานำเสนอต่ออีกสัปดาห์หนึ่งนะคะ มีใจความดังนี้คะ
ในสัปดาห์นี้ ดร.ธันยพร จันทร์กระจ่าง จะมานำเสนอต่ออีกสัปดาห์หนึ่งนะคะ มีใจความดังนี้คะ
โดย...รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ
ในสัปดาห์นี้ ดร.ธันยพร จันทร์กระจ่าง จะมานำเสนอต่ออีกสัปดาห์หนึ่งนะคะ มีใจความดังนี้คะ
“สัปดาห์นี้ เราจะมาพิจารณากันถึงความสัมพันธ์ของความมั่นคงในสิทธิในที่ทำกินที่ได้จาก ส.ป.ก. 4-01 กับการกระจายตัวของประชากรระหว่างภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม และแง่มุมสำคัญมุมหนึ่งที่เกี่ยวกับประเด็นทางประชากร นั่นก็คือการย้ายถิ่นจากชนบทไปสู่เมืองนะคะ ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยกันแล้วว่า สิทธิในที่ดินที่เราได้พูดถึงกันมาในสัปดาห์ก่อนๆ นั้น สามารถส่งผลกระทบในลักษณะนี้ได้ด้วยหรือ แล้วถ้าได้ อะไรคือกระบวนการที่ก่อให้เกิดผลกระทบนั้น
สัปดาห์ก่อน เราพบว่า ความมั่นคงในสิทธิในที่ทำกินที่ได้จาก ส.ป.ก. 4-01 ส่งผลให้เกษตรกรมีแรงจูงใจที่จะลงทุน ลงแรงบนผืนดินมากขึ้น และก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพในการผลิตผลผลิตทางการเกษตรหรืออาหาร แล้วถ้าเราลองวิเคราะห์ต่อไปอีกนิดนะคะว่า ถ้าแรงงานหนึ่งคนสามารถผลิตอาหารได้มากขึ้น ภาคเกษตรกรรมก็อาจจะต้องการจำนวนแรงงานที่น้อยลงเพื่อผลิตอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของประชากรที่อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะกระเพาะของเราคงไม่สามารถรับอาหารในปริมาณที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีขีดจำกัดใช่ไหมคะ ฉะนั้น ความมั่นคงในสิทธิในการใช้ที่ดินในภาคเกษตร ก็อาจสามารถทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของแรงงานจากภาคเกษตรไปสู่ภาคอุตสาหกรรมและบริการได้ค่ะ
นอกจากนี้ ความมั่นคงในสิทธิในที่ดินที่ได้รับการคุ้มครองจาก ส.ป.ก. 4-01 ยังส่งผลให้ครอบครัวของเกษตรกรผู้ถือครองผืนดินนั้น ไม่ต้องแบกภาระในการปกป้องที่ดินจากการถูกยึดครองจากผู้อื่น ฉะนั้น สมาชิกในครอบครัวที่อาจจะต้องเคยคอยอยู่ช่วยเป็นกำลังในการเฝ้าระวังที่ดิน ก็สามารถออกไปทำอาชีพอื่นนอกพื้นที่การเกษตรได้ เมื่อสิทธิในการใช้ที่ดินของครัวเรือนนั้นได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่จาก ส.ป.ก. 4-01
ถึงแม้ว่ากระบวนการทั้งสองในข้างต้นนั้น จะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของแรงงานออกจากภาคเกษตรเมื่อสิทธิในที่ดินในภาคเกษตรกรรมได้รับการคุ้มครองให้มีความมั่นคงมากขึ้น แต่ก็อาจจะมีอีกสองกระบวนการที่ให้ผลในทางกลับกันได้ค่ะ ในแง่หนึ่งนั้น นักเศรษฐศาสตร์มองว่า เนื่องจากอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะจากความแปรปรวนทางสภาพดินฟ้าอากาศ ความผันผวนของราคาสินค้า หรือจากความไม่มั่นคงในสิทธิในที่ทำกิน ฉะนั้น การที่แรงงานจากครัวเรือนเกษตรบางส่วนย้ายไปประกอบอาชีพนอกภาคเกษตรกรรม ก็นับว่าเป็นวิธีหนึ่งที่ครัวเรือนใช้ในการกระจายความเสี่ยงทางรายได้ค่ะ ดังนั้น เมื่อสิทธิในที่ทำกินมีความมั่นคงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีความเสี่ยงในรายได้จากเกษตรกรรมลดลง ก็อาจจะมีความจำเป็นน้อยลงที่จะต้องมีสมาชิกจากครัวเรือนเกษตรไปประกอบอาชีพนอกภาคเกษตรกรรม
อีกกระบวนการหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้มีสัดส่วนของแรงงานในภาคเกษตรมากขึ้น เมื่อมี ส.ป.ก. 4-01 มากขึ้น ก็คือ เนื่องจากข้อระบุที่ว่า ส.ป.ก. 4-01 สามารถถ่ายโอนให้แก่ทายาทที่ทำอาชีพเกษตรกรรมได้เท่านั้นค่ะ ข้อระบุนี้ก็อาจลดแรงจูงใจในการไปประกอบอาชีพอื่นได้ หากผู้ถือครองต้องการรักษาความเป็นเจ้าของที่ดินไว้ค่ะ
จากข้างต้น เราก็จะเห็นได้ว่าผลกระทบของการที่มีความมั่นคงในสิทธิที่เพิ่มขึ้นต่อการกระจายตัวของแรงงานระหว่างภาคเกษตรกรรมและภาคอื่นๆ มีสองทิศทางใหญ่ด้วยกัน ดังนั้น เราก็คงจะต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อมาหาข้อสรุปกันแล้วล่ะค่ะว่า ผลกระทบโดยสรุปแล้วนั้นไปในทิศทางใด จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากปี พ.ศ. 2539 ถึงปี พ.ศ. 2548 ของผู้เขียน พบว่า ในจังหวัดที่มีการเพิ่มของสัดส่วนที่ดินภายใต้ ส.ป.ก. 4-01 ที่สูงกว่า มีการเคลื่อนย้ายของแรงงานและประชากรออกจากภาคเกษตรมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้ สามารถระบุได้ว่า 27% ของผลกระทบทั้งหมด เป็นผลมาจากกระบวนการแรก ซึ่งก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตค่ะ
โดยทั่วไปแล้ว เราก็มักจะมองกันว่า การเคลื่อนย้ายแรงงานออกจากภาคเกษตรกรรม และการย้ายถิ่นจากชนบทไปสู่เมืองก็ย่อมมีความสัมพันธ์ผันตรงต่อกัน เพราะส่วนใหญ่แล้วกิจกรรมทางการเกษตรมักเกิดขึ้นในเขตชนบท และกิจกรรมทางอุตสาหกรรมมักเกิดขึ้นในเขตเมือง แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เขียน กลับไม่พบผลกระทบโดยตรงของการมีสิทธิในที่ทำกินเพิ่มขึ้นต่อการย้ายถิ่น และพบแต่เพียงผลกระทบโดยอ้อมค่ะ กล่าวคือ ความมั่นคงในสิทธิในผืนดินที่เพิ่มขึ้นจากการคุ้มครองจาก ส.ป.ก. 4-01 จะส่งผลให้มีการย้ายถิ่นของประชากรจากเขตชนบทไปอยู่ในเขตเมืองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ก็ต่อเมื่อการเดินทางคมนาคมภายในจังหวัดมีความสะดวกคล่องตัวน้อยค่ะ
ในสัปดาห์หน้าเราจะมาดูกันต่อว่า ความมั่นคงในสิทธิในที่ทำกินที่ได้จาก ส.ป.ก. 4-01 มีผลต่อการศึกษาหรือการไปโรงเรียนของเด็กๆ ในเขตชนบทกันอย่างไรนะคะ”







