
ทีปกร โลจนะโกสินทร์ ภารกิจสร้างที่นอนออร์แกนิก
โดย...อณุศรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
โดย...อณุศรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
เนื่องจากกระแสโลกร้อนส่งผลกระทบไปทั่วหน้าทุกคนในโลกใบนี้ ดังนั้นทุกคนทุกธุรกิจล้วนมีส่วนร่วมได้ทั้งสิ้นไม่ทางตรงก็ทางอ้อม หนึ่งในตัวอย่างดีๆ ที่คิดเพื่อโลกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น เช่นเขาคนนี้ ทีปกร โลจนะโกสินทร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โอมาซ (ประเทศไทย) จำกัดบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่นอนระดับไฮเอนด์แบรนด์ “โอมาซ” (omazz) ที่ผลิตที่นอนออร์แกนิก ที่ใช้ใยจากพืชที่ปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี ย้อมด้วยสีธรรมชาติ ใช้มือในการเย็บ ส่วนประการบางชนิดจากถั่วเขียวแทนใยสังเคราะห์
เขาบอกว่า โอมาซไม่ใช้โฟม เพราะเป็นวัตถุดิบที่ย่อยสลายยาก ที่นอนทั่วไปมีโฟมเป็นส่วนประกอบถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากของที่นี่ใช้เทคโนโลยีการผลิตจากยุโรป ซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมและโลกสีเขียวมานานหลายปีแล้ว ที่นี่เราใช้ส่วนประกอบหลักจากถั่วเขียวที่มาสกัดเป็นน้ำมันธรรมชาติมาขึ้นรูปผ่านกระบวนการเป็นของแข็งเป็นฟองอากาศแบบโฟม ด้ายเย็บ กาว ที่ใช้มาจากออร์แกนิกทั้งสิ้น
ทีปกร บอกว่า ไม่มีใครไม่รู้ถึงโทษภัยของโลกร้อนอากาศแปรปรวน ดูข่าวก็เห็นได้ว่าทั่วทุกมุมโลกล้วนเจอกันทั้งลม ทั้งพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว แล้งจัด หิมะถล่ม ดังนั้นเราถึงเวลาต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือช่วยกันสร้างโลกสีเขียวปลูกต้นไม้กันให้เยอะขึ้น ลดการใช้ทรัพยากร ใช้ทุกอย่างให้คุ้มค่าสมประโยชน์ ใช้ซ้ำ ใช้หมุนเวียน ลดการเกิดขยะให้น้อยที่สุด
การเลือกใช้หรือส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี อย่างกรณีของเขานั้นในเชิงธุรกิจก็คือ ช่วยในเรื่องเลือกใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติและใส่ใจสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ทำผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อโลกดีต่อสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยการดูแลรักษา ช่วยกันคนละไม้คนละมือคนละนิดคนละหน่อย ก็ยังดีกว่าไม่ลงมือทำอะไรเลย ทุกคนรู้ดีว่าภัยของโลกร้อนมันรุนแรง ตอนนี้ก็แค่ช่วยๆ กันลงมือทำ
“แบรนด์โอมาซ โอก็ย่อมาจากออร์แกนิก แมคเทรก ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์แรกๆ ในโลกที่นำเสนอจุดขายเป็นที่นอนออร์แกนิก ซึ่งยุโรปเขาทำมาเกือบ 10 ปี เราก็ใช้เทคโนโลยีของเขา เราเปิดตลาดมา 8 ปีแล้ว นอกจากผลิตขายในประเทศยังส่งออกไปสิงคโปร์ ฮ่องกง จีน ยุโรป ออสเตรเลีย อังกฤษ อีกด้วย ซึ่งแนวคิดจุดข่าย คือ ขายที่นอนเพื่อสิ่งแวดล้อม จับกลุ่มตลาดในระดับพรีเมียมสุด” เขากล่าวอย่างภูมิใจ
นอกจากที่นอนที่ทำจากวัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิกแล้ว เขาจะขยายไลน์ไปยังพวกผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนที่ทำจากใยสังเคราะห์ ให้เปลี่ยนมาเป็นผ้าฝ้ายจากใยธรรมชาติอีกด้วย โดยในปี 2556 เป็นต้นไป ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทจะทำจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาบ้าง แต่เชื่อลูกค้าเริ่มเข้าใจและจะส่งผลดีอย่างแน่นอนในระยะยาว ถึงเวลาที่เราจะต้องช่วยกันปรับเปลี่ยนเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า
ทีปกร เล่าต่อไปว่า แรกเริ่มเขาไปเห็นแนวโน้มของกระแสรักษ์โลกตอนที่ไปเรียนไฮสกูลที่สหรัฐ บ้านเราทำที่นอนเราก็เก็บข้อมูลมาเรื่อย คิดไว้ว่าตอนเรียบจบจะกลับมาพัฒนาแบรนด์ของที่บ้าน หรือไม่ก็สร้างแบรนด์ใหม่ของเราเอง อยู่อเมริกามา 7 ปี เราก็เก็บข้อมูลไว้ตลอด เวลาไปเที่ยวประเทศแถบยุโรปก็เข้าห้างไปดูพวกเครื่องนอนเขาทำจากอะไร ยังไง จดจำเรื่องดีๆ ไว้
เมื่อกลับมาประเทศไทยได้ปีกว่า ก็เริ่มสร้างแบรนด์นี้ทันที เพราะแบรนด์เดิมเราก็อยู่ตัวแล้ว ประกอบกับช่วงนั้นมีโอกาสเดินทางไปดูงานเทรดโชว์ที่ต่างประเทศ ได้เห็นนวัตกรรมที่นอนแบบใหม่ๆ จุดประกายให้กลับมาผลิตที่นอนแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ “โอมาซ” เน้นคุณภาพระดับพรีเมียม นำเข้าวัตถุดิบจากอเมริกาและทั่วทุกมุมโลก ที่สำคัญจะต้องเป็นวัตถุดิบที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เมื่อหมดอายุการใช้งานแล้วก็สามารถย่อยสลายได้โดยง่าย
แล้วมาประกอบที่โรงงานเมืองไทยด้วยวิธีการแฮนด์เมด โดยการสอยมือกว่า 1.6 หมื่นฝีเข็มอย่างประณีต ด้วยความโดดเด่นด้านดีไซน์ที่นอนทรงเต้าหู้ หรือ ‘Tofu’ แบรนด์แรกของโลก และ รวมถึงการสร้างแบรนด์ที่แตกต่างจากสินค้าในไลน์เดียวกันและไอเดียรักษ์โลก ทำให้แบรนด์นี้น่าสนใจ







