
การคล้อยเคลื่อนของ ความดีจากสังคมที่ไร้ธรรมอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ (ตอน ๑)
เจริญสุขเจริญธรรม สาธุชน ผู้มั่นคงหนักแน่นในเขตบุญพระพุทธศาสนา “ฤดูกาลเปลี่ยนผ้าพระภิกษุสงฆ์”
เจริญสุขเจริญธรรม สาธุชน ผู้มั่นคงหนักแน่นในเขตบุญพระพุทธศาสนา “ฤดูกาลเปลี่ยนผ้าพระภิกษุสงฆ์”
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
อันเป็นเขตพุทธานุญาตให้ รับถวายผ้ากฐิน อันเป็น กาลทาน ได้ ในห้วงหนึ่งเดือน นับตั้งแต่ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ซึ่งก็คงเป็นอย่างนี้ดังเช่นทุกๆ ปี จนเป็นประเพณีปฏิบัติของชาวพุทธในแผ่นดินพระศาสนา ที่น่าชื่นชม เมื่อได้มีโอกาสแลดูพบเห็น ... สาธุชนกำลังเบิกบานอยู่กับการประกอบการกุศลอันยิ่งใหญ่ดังกล่าวในทุกเขตแดน ดังภาพสาธุชนจำนวนมากที่เดินทางกันไปตามวัดวาอารามต่างๆ เพื่อร่วมถวายผ้ากฐิน โดยเฉพาะเหล่าบริวารทั้งหลาย ซึ่งมีการจัดหาจัดทำอย่างเต็มรูปแบบตามธรรมเนียมแต่ละท้องถิ่น ซึ่งดูออกจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่าจะต้องจัดให้มีควบคู่กับการถวายผ้ากฐิน โดยเฉพาะที่มีคำนิยมในสังคมเรียกว่า ยอดกฐิน หรือ ยอดกระถิน (ริมรั้ว) อันหมายถึง ปัจจัยเงินทองที่ร่วมถวายวัด เพื่อการเรียกใช้สอยไปตามความควรของวัด ที่ดำริตามประสงค์ของพระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ประจำอาวาสนั้นๆ ... เรื่องยอดกฐินจึงกลายเป็น พุทธศาสนาเนื้องอก ที่ปรากฏขึ้นในปัจจุบัน โดยเข้าใจว่าเป็นหลักสำคัญยิ่ง ซึ่งหากทอดถวายผ้ากฐินแล้วไม่มียอดกฐิน ก็คงเป็นเรื่องแปลกประหลาด ผิดระเบียบประเพณีปฏิบัติ หรือแม้หากการถวายผ้ากฐิน แต่มียอดกฐินสั้นนิดเดียว บรรดาผู้เกี่ยวข้องก็จะหน้าเหี่ยวเฉาไปตามกัน ในทางกลับกัน วัดใด อารามใด ยอดกฐินขึ้นสูงลิ่ว!! บรรดาชาววัดจะมีใบหน้าเบิกบาน สดชื่นแจ่มใสกว่าปกติ มีปีติเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยมิต้องยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ เพื่อเสวยอารมณ์กรรมฐานให้เมื่อยกระดูกสันหลังเจ็บบั้นท้ายเล่น ด้วยอำนาจโลภะจิต ก็มีฤทธิ์ทำให้เสียวซ่านหัวใจเล่นได้ไม่เบาเช่นเดียวกัน แต่ประทานโทษ คงมิใช่ปีติจิตที่เกิดจากความเบิกบานใจ ด้วยอำนาจองค์คุณของกรรมฐานที่จิตเข้าเสวย จนให้สงบระงับนิ่งอยู่ในอารมณ์แห่งกรรมฐานนั้น จึงมิได้เป็นปีติที่นำไปสู่ความสุขสงบ ดังที่ควร...
พระพุทธศาสนาจัดวางหลักธรรมเพื่อมุ่งไปสู่การประพฤติปฏิบัติให้รู้จัก ลด ละ วาง เพื่อจาง คลาย ดับ สูญ ความอยาก อันก่อเกิดจากโลภะจิตเป็นมูลเหตุ จะได้หมดสิ้น ความทุกข์ หลุดพ้น กงล้อแห่งวัฏฏสงสาร ที่ให้ความหายนะทุกขณะที่สัตว์ติดอยู่ในวิถี
แต่การจะหักทำลาย สังสารจักร นั้น คงมิใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับปุถุชนผู้จมปลักอยู่ใน น้ำกามคุณ... ผู้ดำดิ่งอยู่ในโคลนตมแห่งราคะธรรม... ผู้ถูกผูกมัดจับยึดไว้ด้วยสายสังโยชน์ทั้งสิ้น อันยากที่สัตว์ทั้งหลายจะหัก ตัด ทำลายออกมาได้ ด้วยคมปัญญายังไม่พอ กำลังสติยังไม่ถึง จึงยากที่จะค้ำถ่อตัดกระแสโลกียวิสัยออกมาได้ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ พ่อมหาจำเริญ – แม่มหาเรียง!!...ทั้งหลาย ดังสัจธรรมที่กล่าวไว้ว่า... สัตว์มีจำนวนน้อยนิดนักที่จะข้ามห้วงโอฆะมาสู่ฝั่งแห่งพระนิพพาน นอกนั้นว่ายเลาะอยู่ตามชายฝั่งจำนวนมากมาย!! จึงมีคำพูดที่ว่า... การไสช้างเข้ารูเข็มยังยากกว่ามากนัก หากจะต้องบังคับให้ปุถุชนละสิ้นซึ่งความโลภ!!
จึงไม่แปลกที่ปรากฏให้เห็นเรื่องราวต่างๆ นานา ท้าทายต่อบาปกรรม อย่างเกรงกลัวต่ออำนาจกฎเกณฑ์แห่งกรรมที่จะตามจิกตามตีไปอีกมากภพมากชาติ ให้เสวยทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัสในทุกภพทุกภูมิที่เวียนว่ายตายเกิด เพื่อชดใช้บาปที่ทำกรรมที่ก่อ จนกว่าจะเข้าเขตอโหสิกรรม ทั้งนี้ด้วยฤทธิ์อำนาจแห่งอวิชชา ทำไมสัตว์ส่วนใหญ่มุ่งสู่กองไฟนรก ทั้งที่แหกปากร้องโหยหวน ว่า ทุกข์หนอ!!
อ่านต่อฉบับวันพรุ่งนี้







