
‘พระเนตรผ่านเลนส์’ มหาอุทกภัยในภาพฝีพระหัตถ์ฯ
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
บ้านเรือนถูกน้ำกลืนจมหายไปเพียงพริบตา สัตว์นานาชนิดหนีตายกันจ้าละหวั่น ไม่ต่างกับประชาชนอีกหลายชีวิตต้องย้ายตัวเองมาพักแรมที่ศูนย์ผู้พักพิง เรือกสวนไร่นาทางการเกษตรก็ไม่มีละเว้น แถมหางเลขยังส่งถึงสถานที่สำคัญๆ ทางประวัติศาสตร์ของชาติ
เพราะแม้จะล่วงผ่านเวลามาเป็นปี แต่ภาพทั้งหมดก็ไม่เคยจางหายไปไหน กระทั่งในความทรงจำของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ที่ทรงเข้าพระทัยและห่วงใยทุกข์สุขราษฎร ยิ่งเฉพาะผู้ประสบภัยจากมหาอุทกภัย 2554
นี่เองจึงเป็นเหตุให้ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center หรือ TCDC) ขอประทานพระอนุญาตพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ นำภาพถ่ายจากฝีพระหัตถ์มาจัดแสดงนิทรรศการ ภายใต้ชื่อ “พระเนตรผ่านเลนส์” (A Water Journey) เพื่อแสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพเชิงศิลปะ ขณะเดียวกันยังเป็นการกระตุ้นเตือนทุกฝ่ายให้เตรียมพร้อมป้องกันและรับมือภัยพิบัติที่อาจจะเกิดซ้ำรอย
“นอกจากผู้เข้าชมจะได้เห็นพระอัจฉริยภาพในการถ่ายภาพของพระองค์แล้ว ยังถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่เกี่ยวกับกระบวนการถ่ายภาพที่ผนวกการทำงานเชิงศิลปะที่สอดประสานกันได้อย่างลงตัว ทั้งยังจะสามารถเตือนใจให้ผู้ชมตระหนักถึงปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้เตรียมป้องกันและรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” ผู้อำนวยการ TCDC “อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล” บอก
ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่นำมาจัดแสดง มีทั้งสิ้น 42 ภาพ ขนาดแตกต่างกัน เป็นภาพสีคละเคล้ากับภาพขาวดำ โดยทั้งหมดมุ่งแสดงความรู้สึกอันหลากหลากของผู้คน สุนัข ซึ่งเป็นสัตว์ที่ทรงโปรดเลี้ยง โบราณสถาน โบราณวัตถุ ขณะที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ใช้กล้องส่วนพระองค์บันทึกภาพไว้ได้ ระหว่างการเสด็จเยี่ยมราษฎรบนเส้นทางประทับรถยนต์ทหารและเรือเล็ก ในเขตจังหวัดภาคกลาง จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี (เสด็จครั้งแรก วันที่ 1617 ต.ค. เสด็จครั้งที่ 2 วันที่ 27 ต.ค.)
หากจะจัดกลุ่มภาพถ่าย เห็นได้ชัดว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงจัดเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ภาพราษฎรในอิริยาบถต่างๆ ขณะรอเฝ้าฯ รับเสด็จ สะท้อนอารมณ์และสีหน้าถึงการเป็นคนไทยที่ยังยิ้มได้ โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงโปรยชื่อว่า “แม้ลำบากแต่ยังยิ้มได้” บรรทัดล่างใช้ชื่อว่า “น้ำมา”
ถัดมาว่าด้วยเรื่องสุนัข ที่จู่ๆ ก็ต้องกลายมาเป็นผู้ประสบภัยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ครานั้นพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จให้อาหารสุนัขและเห็นความทุกข์ยากของสุนัข จึงทรงถ่ายภาพของสุนัขพันธุ์ต่างๆ เก็บไว้ ก่อนจะนำมาจัดกลุ่มภาพถ่ายสุนัข โดยทรงโปรยชื่อว่า “เขาก็มีชีวิตเหมือนกัน” บรรทัดล่างใช้ชื่อว่า “หมาอด” ทั้งยังทรงตั้งชื่อภาพแต่ละภาพได้น่ารัก ชวนอมยิ้มนิดๆ ตัวอย่างเช่น “ผมอยู่ตรงนี้” “ในที่สุดก็ถึงมือหมอ”
ส่วนภาพถ่ายอีกกลุ่ม เป็นภาพศาสนสถาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงป้ายจราจรที่จมน้ำ มีรายงานจากกรมศิลปากรว่า เฉพาะศาสนสถานและโบราณสถานจมน้ำถึง 133 แห่ง และหนึ่งในจำนวนนั้น คือศาสนสถานและโบราณสถานที่ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยทรงโปรยชื่อว่า “นครร้าง” บรรทัดล่างใช้ชื่อว่า “ท่วมกรุงเก่า” แต่ละชื่อของภาพยังแฝงอารมณ์ขันไว้ด้วย อาทิ ประติมากรรมยักษ์ที่ยืนเฝ้าหน้าวัดแห่งหนึ่งถูกน้ำท่วมถึงเข่า ก็ทรงตั้งชื่อว่า “น้ำท่วมแค่เข่าเอง”
นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “พระเนตรผ่านเลนส์” (A Water Journey) พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ จัดแสดงให้ชมฟรี ณ บริเวณโถงทางเข้า ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center หรือ TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ จนถึงวันที่ 16 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 10.30-21.00 น. (หยุดวันจันทร์) สอบถามรายละเอียด โทร. 02-664-8448 ต่อ 213 www.tcdc.or.th
ในงานยังมีหนังสือรวมภาพถ่ายจากนิทรรศการจัดพิมพ์รูปเล่มสวยงามอย่างดี ปกแข็งสี่สี จำหน่ายราคาเล่มละ 300 บาท โดยรายได้ขอประทานถวาย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยเสด็จพระกุศลตามพระอัธยาศัย







