posttoday
R&D กุญแจสำคัญของวาโก้

R&D กุญแจสำคัญของวาโก้

27 พฤศจิกายน 2555

เชื่อว่า ทุกคนต้องรู้จัก “วาโก้” ไม่ว่าจะทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะอยู่คู่เมืองไทยมานานกว่า 42 ปี

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง &<2288;

เชื่อว่า ทุกคนต้องรู้จัก “วาโก้” ไม่ว่าจะทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะอยู่คู่เมืองไทยมานานกว่า 42 ปี โดยมีต้นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นมากว่า 66 ปี และสิ่งที่ทำให้ทั้งวาโก้ คอร์ปอเรชั่น (ญี่ปุ่น) และบริษัท ไทยวาโก้ สามารถผลิตสินค้าครองใจสุภาพสตรีไทยและญี่ปุ่นได้ นั่นคือ “การเก็บข้อมูลวิจัย และนำมาพัฒนาเป็นสินค้าให้ตรงความต้องการของลูกค้า” หรือ R&D

คัตสึยูกิ อิชิดะ เจ้าหน้าที่แผนกวางแผนและประชาสัมพันธ์องค์กร วาโก้ คอร์ปอเรชั่น เล่าว่า ประธานโคอิชิ ซึกาโมโต ผู้ก่อตั้งบริษัทวาโก้ ให้ความสำคัญกับความสวยงามของผู้หญิง โดยเห็นสัจจธรรมหลังจากการรับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่ 2 “เมื่อมีความสงบเกิดขึ้น ผู้หญิงก็จะมีความสวยงาม” โคอิชิจึงร่วมกับเพื่อนทำธุรกิจ เริ่มจากขายเครื่องประดับ ก่อนที่จะเริ่มนำแผ่นรองทรงหน้าอก (บราแพด) มาขาย

จุดเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อเห็นรูปร่างสาวญี่ปุ่นที่มีสรีระบอบบาง ถูกห่อจากชุดกิโมโนตอนสงคราม ไม่เข้ากับเสื้อผ้าที่ทางประเทศตะวันตกนำมาขาย ประกอบกับได้เห็นโฆษณาชุดชั้นในในนิตยสารที่ฝรั่ง จึงเกิดแรงบันดาลใจจะทำชุดชั้นในที่เหมาะกับสรีระผู้หญิงญี่ปุ่นขึ้น

ชุดชั้นในชุดแรกให้ภรรยาเป็นแบบ และจากนั้นเป็นต้นมา ก็กลายเป็นนโยบายของวาโก้เสมอ... “ทำอย่างไรให้ผู้หญิงสวยอยู่ตลอดเวลา”

R&D กุญแจสำคัญของวาโก้

 

สิ่งที่ผู้ก่อตั้งวาโก้ให้ความสำคัญคือ สรีระของผู้หญิง ที่ควรใช้ชุดชั้นในให้เหมาะสมกับสรีระของคนญี่ปุ่นไม่ใช่ตามแบบตะวันตก จนในที่สุดวาโก้ญี่ปุ่นได้ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสรีระมาแล้วกว่า 50 ปี และปัจจุบันมีฐานข้อมูลสรีระผู้หญิงกว่า 4 หมื่นคน

ในอดีตการเก็บข้อมูลใช้มือในการวัดสรีระ ซึ่งมีจุดให้วัดเก็บข้อมูลร่างกายถึง 160 จุด โดยไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะแต่หน้าอก แต่เห็นความสำคัญของกล้ามเนื้อทุกส่วน

ข้อมูลที่เก็บอย่างละเอียดนี้ สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาสินค้าได้ละเอียดมากขึ้น และยังมีผลให้ผู้หญิงที่ใส่ชุดชั้นในถูกไซส์ ก็จะทำให้ใส่เสื้อผ้าออกมาแล้วดูสวยงามมากขึ้น

การที่ชุดชั้นใน 1 ชิ้นมีส่วนประกอบทั้งหมด 40 ชิ้น การใช้ R&D ออกแบบร่วมกับเทคนิคการตัดเย็บที่เหมาะสมจึงสำคัญมาก ปัจจุบัน วาโก้มี “เครื่องวัดสรีระสามมิติ” ที่ใช้เซ็นเซอร์สแกนเพื่อดูสัดส่วนร่างกายในทุกมิติ ทำให้บอกสัดส่วนบุคคลได้อย่างแม่นยำ

กว่าจะได้ชุดชั้นใน 1 ชิ้น ต้องมีการทดสอบกับหุ่นจำลองก่อน หุ่นที่ใช้จะมีความยืดหยุ่นเหมือนคนจริงๆ และเมื่อได้รับการแก้ไขแล้วจึงนำไปทดสอบกับคนจริงหรือที่เขาเรียกว่า “กลุ่มมอนิเตอร์” ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 3,000 คน

ไม ซูโดะ นักวิจัยศูนย์วิจัยวาโก้ประเทศญี่ปุ่น อธิบายว่า เมื่ออายุมากขึ้น ฐานหน้าอกจะกว้างและเต้าจะคล้อยต่ำลง โดยจะเริ่มเมื่ออายุเฉลี่ย 40 ปี จึงควรเลือกชุดชั้นในให้เหมาะกับสรีระและช่วงอายุที่เปลี่ยนไป ผู้หญิงไม่สามารถใส่ชุดชั้นในขนาดเดียวได้ตลอด ควรลองใส่ทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ และหมั่นวัดขนาดหน้าอกทุกๆ 3 เดือน

R&D กุญแจสำคัญของวาโก้

 

วาโก้ญี่ปุ่นมีฐานข้อมูลผู้หญิงในหลายช่วงวัยจากคนๆ เดียว ทั้งหมด 300 ราย และผู้ชาย 200 คน การเก็บข้อมูลดังกล่าวทำให้ทราบว่าช่วงอายุที่ร่างกายจะผอมมากที่สุดคือ 20 ปีปลายๆ โดยรอบเอวจะเพิ่มขึ้นมาอย่างน้อย 10 เซนติเมตร และเมื่ออายุ 50 ปีบริเวณหน้าท้องจะเท่ากับหน้าอก แต่ความเป็นจริงรูปร่างใครจะเปลี่ยนมากหรือเปลี่ยนน้อย ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าร่างกายคนเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและรายละเอียดมาก จึงต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลมาก และสิ่งนี้ถือเป็นจุดแข็งของวาโก้ เพราะยิ่งมีการพัฒนาสินค้ามาก บริษัทก็จำเป็นต้องใช้กลุ่มมอนิเตอร์หลายครั้งเพื่อให้ใส่แล้วรู้สึกสบายมากที่สุด

“ไม่ว่าจะซื้อชุดชั้นในจากที่ไหน ประเทศใด ควรลองใส่ก่อนที่จะซื้อ เพราะจะมีผลต่อการเคลื่อนไหว และถ้าเราเคลื่อนไหวมากแต่ชุดชั้นในไม่สบายหน้าอกก็มีโอกาสยืดออก แต่ถ้าใส่ให้ฟิต กระชับ และรู้สึกสบาย จะทำให้หน้าอกคล้อยน้อยลง และปกติคนที่หน้าอกใหญ่จะมีความหย่อนคล้อยมากกว่าคนที่หน้าอกเล็ก”นักวิจัยให้ข้อแนะนำ

นายยูโซะ อิเดะ รองประธานกรรมการ วาโก้ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการต่างประเทศ วาโก้ ญี่ปุ่น บอกว่า ปัจจุบันวาโก้จะให้งบในการวิจัยและพัฒนาประมาณ 1 % ของกำไรสุทธิ หรือประมาณ 550 ล้านเยน คิดเป็น 220 ล้านบาท เป็นประจำทุกปี ซึ่งยอมรับว่าเราเป็นบริษัทค่อนข้างมีมุมมองอนุรักษ์นิยม ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง R&D มากกว่าการใช้โฆษณาที่หวือหวา และยังมองว่าคนที่ใส่วาโก้ส่วนใหญ่มีความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์สินค้า ซึ่งเมื่อมีโอกาสได้ลองใช้แล้วก็จะใช้เป็นระยะเวลานาน แต่ทั้งหมดนี้เขาขอมองว่ากลับเป็นจุดแข็งของบริษัทมากกว่า

อย่างไรก็ดี วาโก้ได้นำ R&D มาพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่มีความแตกต่างในวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี อย่างคนเอเชียที่ต้องการเพียงรูปแบบฟองน้ำที่เรียบง่ายและเก็บเนื้อข้างได้ดี ผู้หญิงสหรัฐขอแค่ใส่แล้วรู้สึกถึงความสบาย ขณะที่สาวยุโรปพิศมัยแบบซีทรูที่เน้นเนื้อขอบด้านข้างแคบหรือเล็กกว่า ขณะที่ความแตกต่างสภาพอากาศก็ต้องปรับให้ตรงตามซีซั่นการออกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม เช่น ช่วงสปริงซัมเมอร์ที่อากาศจะร้อน เหงื่อออกมากสินค้าก็ต้องมีรูระบายอากาศได้ดี ซึ่งชุดชั้นในควรใช้ผ้าเรียบ ไม่ควรมีและควรเป็นสีอ่อน เพราะเสื้อผ้าที่ใส่จะบาง ส่วนออทัมวินเทอร์ หรือหน้าหนาวที่ใส่เสื้อผ้าหนาได้ ดังนั้นชุดชั้นในใช้สีจัดจ้านได้

จากข้อมูลที่ระบุว่าสรีระผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนปลงไปตามแต่ละวัย ทำให้วาโก้ผลิตสินค้าที่ครอบคลุมแต่ละช่วงชีวิตตั้งแต่วัยแรกเกิดไปถึงวัยสูงอายุได้ โดยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์ทำให้หน้าอกและหน้าท้องขยายใหญ่ จึงต้องออกแบบชุดชั้นในที่กระชับทรวงอก หรือออกแบบสำหรับผู้สูงอายุที่มารองรับส่วนเอวและสะโพกมากขึ้น

พร้อมกันนั้น ข้อมูลสรีระที่ได้มา ยังสามารถมาต่อยอดจนแตกไลน์ไปยังผลิตภัณฑ์ที่นอกเหนือชุดชั้นใน ไม่ว่าจะเป็น ชุดกีฬา รองเท้า โดยชุดกีฬาภายใต้ยี่ห้อ "ซีดับบลิวเอ็กซ์" ซึ่งความจริงทำขึ้นมาแล้ว 20 ปี โดยลวดลายผ้าที่เห็นเป็นไปตามลวดลายของกล้ามเนื้อ ที่จะช่วยกระชับและทำให้กล้ามเนื้ออ่อนล้าน้อยล และสามารถออกกำลังกายได้มากขึ้น ขณะที่สินค้ากีฬาอีกแบรนด์คือ "สไตล์ไซเอน" ที่มีสัญลักษณ์รูปตัวเอ็กซ์ โดยจุดตัดตรงกากบาทจะไปกดกล้ามเนื้อด้านข้างหรือด้านหน้า ส่งผลให้ผู้ใส่สามารถก้าวเท้าได้ยาวขึ้นและใช้พลังงานมากขึ้น เท่ากับว่าช่วยทำให้ลดไขมันได้มากขึ้น

ด้านผลิตภัณฑ์รองเท้า มีรองเท้าส้นสูงสำหรับผู้หญิงที่จะทำให้รู้สึกใส่สบายกว่ารองเท้าส้นสูงส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เนื่องจากตำแหน่งของส้นอยู่ตรงที่รับน้ำหนักพอดีทำให้เดินสบาย ขณะที่รองเท้าส้นสูงส่วนใหญ่ตัวส้นจะอยู่ในจุดที่สูงกว่ารับน้ำหนัก

ในขณะเดียวกัน ไทยวาโก้เองก็ให้ความสำคัญกับเรื่อง R&D เช่นกัน ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์วาโก้ บริษัท ไอ.ซี.ซี อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่า แบ่งข้อมูลวิจัยเป็น 2 ส่วนคือ ข้อมูลด้านพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งบริษัท ไอ.ซี.ซี อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ดูแล

ขณะที่ข้อมูลด้านสรีระบริษัท ไทยวาโก้ เป็นคนทำ โดยมีการสำรวจด้านสรีระมาแล้วกว่า 20-30 ปี ร่วมมือกับหน่วยงานก่อนที่จะตั้งเป็นศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) อย่างเป็นทางการในปัจจุบันนี้ โดยสำรวจและเก็บข้อมูลสรีระทั้งผู้หญิง และผู้ชายทุกๆ 5 ปี (สรีระผู้ชาย บริษัท ธนูลักษณ์ ดูแล)

&<2288;

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท