
'หลิน'ของเก๊?...'ฮาเดน'ของจริง
หากจำกันได้ช่วงต้นปี 2012 ที่ผ่านมา ชื่อของ “เจเรมี หลิน” ผู้เล่นตำแหน่งพอยต์การ์ดของ นิวยอร์ก นิกส์
โดย...เด็กสวนฯ
หากจำกันได้ช่วงต้นปี 2012 ที่ผ่านมา ชื่อของ “เจเรมี หลิน” ผู้เล่นตำแหน่งพอยต์การ์ดของ นิวยอร์ก นิกส์ โด่งดังเป็นพลุแตกในศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอ แล้วก็เกิดกระแส “หลินซานิตี้” จนเป็นที่รู้จักของแฟนกีฬาทั่วโลก
นั่นเป็นเพราะนักยัดห่วงอเมริกันเชื้อสายไต้หวันที่มีชื่อจีนว่า “หลินซูเหา” ได้รับโอกาสจากต้นสังกัดให้ลงสนามมากขึ้น เนื่องจากตัวจริงบาดเจ็บจนเล่นไม่ได้ และเขาก็ไม่ทำให้ทีมผิดหวังในฐานะการ์ดตัวคุมบอล โดยสามารถพาทีมผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ ฤดูกาล 2011-2012 ได้สำเร็จ แต่เขาโชคร้ายเข่าเดี้ยงจนหมดสิทธิลงสนาม และทีมก็พ่าย ไมอามี ฮีต (ที่ก้าวสู่แชมป์เอ็นบีเอในเวลาต่อมา) ร่วงเพลย์ออฟรอบแรก สายตะวันออก
ก่อนซีซัน 2012-2013 จะเริ่มขึ้น หลิน วัย 24 ตัดสินใจย้ายจาก นิกส์ ไปซบ ฮุสตัน ร็อกเกตส์ แบบฟรีเอเยนต์ เนื่องจากไม่สามารถสู้ค่าเหนื่อยที่ หลิน ต้องการได้ ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่ในสหรัฐเลยทีเดียว
ล่าสุด หลิน ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ชีวิตของเขาสงบกว่าเดิมเยอะ หลังย้ายออกจากเมืองใหญ่อย่างมหานครนิวยอร์ก จะไปไหนมาไหนไม่ต้องพรางตัวมากนัก
“ตอนนี้ค่อนข้างสงบจริงๆ เวลาผมเดินไปยังสถานที่ต่างๆ ผมไม่ต้องสวมหมวกหรือใส่แว่นตาอีกต่อไป นอกจากว่าผมอยากจะใส่มันจริงๆ มันดีทีเดียวที่สปอตไลต์ส่องมาที่ผมน้อยลง ทำให้มีพื้นกว้างขวางขึ้นสำหรับผม” หลิน กล่าวอย่างสบายใจ
แต่ทว่าผลงานของ หลิน นับแต่ย้ายมาอยู่กับ ร็อกเกตส์ นี่ซิ มันช่างเงียบเชียบซะเหลือเกิน (สงบเหมือนชีวิตที่เขาต้องการ) เนื่องจากยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ และแทบไม่มีข่าวคราวของเขาออกมาให้ได้ยิน จนบางคนเกือบลืมเขาไปเลยก็ว่าได้ ซึ่งยังไม่ได้โชว์ลีลาจอมทัพเหมือนสมัยอยู่กับ นิกส์ ให้แฟนๆ ได้เห็น
ทั้งนี้ เกมล่าสุดที่ หลิน ลงเล่นให้ “เจ้าถิ่น” ร็อกเกตส์ รับการมาเยือนของต้นสังกัดเก่าของเขาอย่าง นิกส์ ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาไทย แม้ ร็อกเกตส์ เป็นฝ่ายต้อนเอาชนะไป 131-103 แต่ฟอร์มของ หลิน เมื่อต้นปีกับปลายปี 2012 มันช่างต่างกันลิบลับ โดย ณ ตอนนี้ หลิน ทำคะแนนเฉลี่ยต่อเกมได้แค่ 10 แต้ม ขณะที่ ร็อกเกตส์ มีสถิติ ชนะ-แพ้ 6-7 แย่กว่าต้นสังกัดเก่าของเขาอย่าง นิกส์ ที่มีสถิติ 8-3
นอกจากนี้ เจอาร์ สมิธ อดีตเพื่อนร่วมทีมของ หลิน สมัยที่ยังอยู่กับ นิกส์ ยังออกมาซ้ำอีกดอกว่า หลิน โลกทัศน์แคบจนเหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัว ผิดกับ เรย์มอนด์ เฟลตัน ที่ทำหน้าที่การ์ดจ่ายแทน หลิน ในฤดูกาลนี้ สามารถคุมบอลได้ยอดเยี่ยม แถมเปิดทางให้เพื่อนทำสกอร์ได้ดีด้วย และทำเกมได้ไหลลื่นกว่าตอนที่ หลิน เป็นคนบัญชาเกม
“เขา (เฟลตัน) จะคอยมองหาเพื่อนที่ว่างตรงมุมเพื่อจะส่งให้ยิง 3 แต้ม ไม่ได้มองพื้นที่แค่ให้ตัวเองได้ชู้ต” สมิธ กล่าว
ผิดกับสมาชิกใหม่อีกคนของ ร็อกเกตส์ ซึ่งถือว่ามาถูกที่ถูกเวลาจริงๆ นั่นคือ “เจมส์ ฮาร์เดน” หรือเจ้าของฉายา “ไอ้เคราจ๊าบ” เนื่องจากมักมีแฟนคลับนัดกันสวมเคราเลียนแบบเขาเข้าไปเชียร์ในสนามเป็นประจำ
ฮาร์เดน โด่งดังมาตั้งแต่สมัยอยู่กับ โอกลาโฮมา ซิตี ธันเดอร์ส รองแชมป์เอ็นบีเอล่าสุดแล้ว แต่ทว่าเขาต้องสวมบทพระรองมาตลอด เรียกว่าสุดยอดตัวสำรองก็คงไม่ผิด เพราะบาสเกตบอลมีผู้เล่นตัวจริง 5 คน แต่ ฮาร์เดน คว้ารางวัลผู้เล่นคนที่ 6 (สำรอง) ยอดเยี่ยม และหากย้ายทีมแล้วมีโอกาสเป็นตัวจริง มีรึ ฮาร์เดน จะปฏิเสธ
ว่าแล้ว ฮาร์เดน จึงตัดสินใจอำลา ธันเดอร์ส ไปอยู่กับ ร็อกเกตส์ แถมยังรับทรัพย์อู้ฟู่อีกด้วย โดยเซ็นสัญญา 5 ปี มูลค่าถึง 80 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,480 ล้านบาท)
ผู้เล่นชู้ตติงการ์ดเคราเฟิ้มไม่ทำให้ต้นสังกัดใหม่ที่ยอมทุ่มทุนใส่เขาต้องผิดหวัง โดย ฮาร์เดน กลายเป็นตัวทำแต้มหลักของ ร็อกเกตส์ ไปเลย โดยชู้ต 30-40 คะแนนเป็นว่าเล่น ล่าสุดในเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ซัดไปเบาะๆ 33 แต้ม ส่วนคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 24.5
“ผมแค่ต้องการออกไปเล่นให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง อะไรที่ผู้คนพูดกันถึงเรื่องที่เหลือเชื่อต่างๆ ผมไม่ค่อยได้สนใจนักหรอก ผมมุ่งมั่นทำสกอร์และพยายามสร้างโอกาสที่ดีให้ทีม ผมอยากมีส่วนร่วมกับทีมให้มากที่สุด และหลายคนก็ทำได้ดีด้วย หวังว่ามันจะเป็นอย่างนี้ตลอดทั้งฤดูกาล” ฮาร์เดน วัย 23 กล่าว
เอาเป็นว่า เมื่อพูดถึง “จรวด” ร็อกเกตส์ ในตอนนี้ แฟนๆ ของทีม รวมทั้งคอกีฬายัดห่วง คงนึกถึง ฮาร์เดน เป็นคนแรก ส่วน หลิน ไม่รู้อยู่อันดับเท่าไร เพราะกระแส “หลินซานิตี้” เงียบเป็นเป่าสากไปแล้ว







