
ปรับตัวก่อนไม่มีที่ยืน
โดย...ภาสกร พุทธิชีวิน
โดย...ภาสกร พุทธิชีวิน
จากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่อยู่ไกลปืนเที่ยง เพราะอยู่ห่างจากตัวเมืองในสมัยนั้นหลายสิบกิโลเมตร หมู่บ้านแห่งนี้มีชายหาดที่สวยงามและทะเลสีคราม ในปี 2502 ทหารอเมริกันที่ไปรบอยู่ในสงครามอินโดจีน พอช่วงหยุดพักของพวกเขา พวกเขาก็แห่กันมานอนอาบแดดที่หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้
แล้วหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่คนทั้งโลกแห่กันมาเที่ยวมาพักมาทำธุรกิจ
มันคือ “พัทยา” ครับ
พัทยากลายเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ ถ้าจะหลับก็คงจะหลับเอาตอนใกล้เช้า เพราะฝรั่งเดินเที่ยวกันทั้งคืน
การเติบโตของพัทยาตามมาด้วยความต้องการใช้พลังงานที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน เฉพาะเขตเมืองพัทยาอย่างเดียวใช้ไฟฟ้าวันละ 285 เมกะวัตต์ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าขนาดนี้มากกว่ากำลังการผลิตของเขื่อนรัชชประภา ที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลายคนมองว่าพัทยามีปัญหาที่รอแก้ไขอยู่มาก ไม่ว่าเรื่องของพลังงาน สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต แม้แต่การเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เมืองพัทยาก็มีข่าวอยู่บ่อยๆ
ปัญหาก็แก้กันไป แต่วันนี้ผมจะพาไปดูเรื่องดีๆ ที่พัทยากันครับ
โรงแรมดุสิตธานีพัทยา ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์พลังงานดีเด่นจากกระทรวงพลังงาน และเพิ่งรับรางวัลจากนายกรัฐมนตรีไปหมาดๆ ผู้บริหารบอกว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว การทำธุรกิจโดยไม่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมจะอยู่ลำบาก โรงแรมในเครือดุสิตธานีทุกแห่งให้ความสำคัญกับการจัดการพลังงาน และสิ่งแวดล้อมโดยควบคู่กับสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมหรือรู้จักกันในนาม CSR
โรงแรมดุสิตทุกแห่งจะมีการจัดตั้งทีมพลังงาน ทีมปฏิบัติการพลังงาน ทีมตรวจสอบการดำเนินงานด้านพลังงานและที่สำคัญที่สุดเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนของโรงแรมมีส่วนร่วมในการทำนโยบายด้านพลังงานของโรงแรม
โรงแรมดุสิต เขาตั้งเป้าอย่างนี้ครับ เขาทำดัชนีการใช้พลังงานโดยเทียบจำนวนห้องกับจำนวนวันที่แขกมาใช้บริการจะต้องมีการใช้พลังงานลดลง 10% พวกเขาทำสองอย่างไปพร้อมๆ กันคือ การสร้างจิตสำนึกให้แขกปิดไฟ ปิดแอร์ ตอนออกจากห้องพัก ผ้าเช็ดตัวถ้าไม่ต้องการเอาไปซักก็ให้แขวนไว้
ในส่วนที่พวกเขาลงทุน เช่น การเปลี่ยนมาใช้กระจกที่มีค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดต่ำ การใช้เครื่องทำความเย็นประสิทธิภาพสูง การใช้ Heat Pump การปรับอัตราส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิงของหม้อไอน้ำให้เหมาะสม และมาตรการสุดท้ายเปลี่ยนหลอดไฟเป็นหลอด LED
ในปี 2551 โรงแรมดุสิตธานีพัทยาลงทุนในมาตรการที่กล่าวมาเป็นจำนวนเงิน 17 ล้านบาท จนถึงปัจจุบันดุสิตธานีพัทยาสามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านพลังงานเกือบๆ จะ 17 ล้านบาทแล้ว นี่คือความสำเร็จของโรงแรมดุสิตธานีพัทยา
โรงแรมที่จะพูดถึงอีกโรงแรมหนึ่งของพัทยาคือ โรงแรมฮิลตัน โรงแรมแห่งนี้เป็นกลุ่มโรงแรมที่ใหญ่ติดอันดับโลก เรียกตัวเองว่า “ฮิลตัน เวิลด์ ไวด์” กลุ่มนี้เอาจริงเอาจังกับการประหยัดพลังงานมากทีเดียว โดยเฉพาะโครงการ “ปิดไฟให้โลกพัก” หรือ Earth Hour ซึ่งเป็นกิจกรรมรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กลุ่มฮิลตันจะเอาจริงเอาจังกับโครงการนี้มาก โดยรณรงค์ให้แขกที่มาพักในโรงแรมของพวกเขาร่วมทำกิจกรรมในโครงการนี้ทุกปีจนเป็นแบรนด์ของโรงแรมไปเลย กลุ่มฮิลตันเขากำหนดนโยบายการประหยัดพลังงานของโรงแรมทุกโรงของพวกเขา โดยพวกเขาตั้งเป้าจะต้องลดการใช้พลังงานลงให้ได้ 20% ลดการปล่อย CO2 ให้ได้ 20% และลดการใช้น้ำให้ได้ 20%
ในปี 2554 กลุ่มฮิลตันสามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านพลังงานลงไปได้ 74 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.6% ลดการปล่อย CO2 ลงได้ 7.8% ลดปริมาณของเสียลงได้ 19% และลดการใช้น้ำลงไปได้ 3.8%
พวกเขาคาดว่าในปี 2555 พวกเขาจะเข้าใกล้ตัวเลข 20% ที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน
ยักษ์ใหญ่ของไทยคือ ดุสิตธานี กับยักษ์ใหญ่ของโลกคือ ฮิลตัน เขาขยับตัวกันแล้วในเรื่องของการประหยัดพลังงานและการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใครก็ตามที่อยู่ในวงการนี้รีบปรับตัวเสียนะครับ ก่อนที่จะไม่มีที่ยืนในธุรกิจนี้







