
กลอยตา ณ ถลาง ‘ทำในสิ่งที่พูด’ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี
โดย...ปอย
โดย...ปอย
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคนเรา ในบางวันในบางครั้งคราวเราก็อาจไม่รู้ตัวว่าตัวเองคือปัจจัยหนึ่งในการเพิ่มอุณหภูมิในโลกสีน้ำเงินใบนี้ กลอยตา ณ ถลาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและสิ่งแวดล้อม บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) ยืนยันขอบอกเลยว่า เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าอุณหภูมิโลกนี้กำลังเพิ่มขึ้นๆ ทุกวี่วัน และขอปวารณาตัวเอง “Walk the talk” เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่พูด เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และนี่คือมอตโตของชาวเต็ดตรา แพ้ค อีกด้วย
เป็นเพราะถูกปลูกฝังในเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ให้เห็นความสำคัญในเรื่องการประหยัดทรัพยากรน้ำ ไฟ ให้กับโลกใบนี้ กอปรกับก่อนหน้านั้นก็ทำงานในบริษัทกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นตราบาปว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ผลาญพลังงานมากมาย ทำให้เป็นการทำงานองค์กรที่ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด
ปกป้องทุกคุณค่า
หกทศวรรษที่ผ่านมาของเต็ดตรา แพ้ค กับความเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม จากปี 2493 ถึงปัจจุบัน เต็ดตรา แพ้ค ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เป็นนวัตกรรมที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบสนองความต้องการของผู้คนนับล้านในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก กับคำขวัญของเต็ดตรา แพ้ค ที่ว่า “ปกป้องทุกคุณค่า” หรือ Protects What’s Good ที่สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาในการดำเนินธุรกิจที่จะทำให้อาหารปลอดภัยสำหรับการบริโภคในทุกๆ ที่ทั่วโลก
“ด้วยการทำงานในหน้าที่ จึงถือว่าเป็นการทำงานที่ตรงจริตเลยค่ะ การทำงานในบริษัทแม่คือประเทศสวีเดน ซึ่งในย่านสแกนดิเนเวียเน้นให้ความสำคัญในเรื่องรักษ์โลกตั้งแต่ต้นทางการผลิตเลยค่ะ และยิ่งเน้นมากขึ้นเมื่อขึ้นปี ค.ศ. 2000 ตั้งแต่ยุคแห่งนวัตกรรม จากกล่องเครื่องดื่มสู่นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ที่โดดเด่นในการนำเสนอทางเลือกในการบรรจุอาหารที่โดยปกติแล้วมักจะบรรจุอยู่ในกระป๋องหรือขวดโหล พัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์แบบกล่องกระดาษที่เข้ารีทอร์ตได้ (วัสดุแผ่นบางหลายชนิดเชื่อมประสานกัน) เรื่องนี้ เต็ดตรา แพ้ค พร้อมนำเสนอบรรจุภัณฑ์แนวทางใหม่ๆ เดินหน้าเต็มรูปแบบระบบการผลิต บรรจุ และจัดจำหน่ายที่ครบวงจร และการเติบโตที่เป็นมิตรต่อโลกอย่างยั่งยืน” กลอยตา อธิบาย
สำหรับอุตสาหกรรมนี้วัตถุดิบหลักเป็นกระดาษ ซึ่งได้จากป่าปลูกทดแทนที่มีการจัดการอย่างรับผิดชอบ ผ่านการตรวจสอบจาก FSC หรือ Forest Stewardship Council ซึ่งเป็นองค์กรจัดการด้านป่าไม้ ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ต่อเนื่องกับวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ที่คำนึงถึงการออกแบบด้านสิ่งแวด และสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่ต้องดื่มนมในกล่องเครื่องดื่มยูเอชที อย่างน้อยก็วันละ 1 กล่อง นำกลับมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นประโยชน์ในเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ด้วย
“เครื่องหมาย FSC ข้างกล่องยูเอชที คือการยืนยันค่ะว่าเจ้าของสินค้าชนิดนั้นสนับสนุนใช้กล่องกระดาษที่มีการปลูกป่าทดแทน คือถ้ามีการตัดต้นไม้ 1 ต้น เพื่อมาทำอุตสาหกรรมกล่องเครื่องดื่ม ก็จะมีการปลุกทดแทนทันที 4 ต้น เพราะฉะนั้นการซื้อสินค้าที่มีเครื่องหมายนี้ข้างกล่องเราก็ได้ช่วยถนอมทรัพยากรให้โลกด้วยค่ะ แต่ละปีคนไทยใช้กล่องยูเอชทีถึง 5,000-6,000 ล้านกล่องเลยนะคะ” กลอยตา ให้ข้อมูลน่าสนใจ
แกะ ล้าง เก็บ พับกล่องช่วยลดโลกร้อน
ถือเป็นหน้าที่และเราทุกคนทำได้ ในเรื่องการดูแลโลก ดูแลสิ่งแวดล้อม กลอยตา นำเสนอวิธีการรีไซเคิล แกะ ล้าง เก็บ กล่องนมหรือกล่องเครื่องดื่มที่หมดแล้ว ถ้าใช้วิธีการที่เรียกว่า “พับเล็ก” จะง่ายดายต่อการนำมาคัดแยกประเภท และการนำไปจัดเก็บให้เป็นระเบียบเพื่อนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิล แล้วกล่องนมที่คัดแยกแล้วมาทำเป็นสมุด โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางหนังสือ และเมื่อรีไซเคิลก็จะนำไปทำอะไรอื่นๆ ได้มากมาย เช่น ทำหลังคาบ้าน ในโครงการหลังคาเขียว ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ของเต็ดตรา แพ้ค
“หน้าที่ของเราคือการออกมาบอกกับผู้บริโภคว่า กล่องเครื่องดื่มรีไซเคิลได้ วิธีการพับกล่องดิฉันแนะนำให้เสิร์ชอินเทอร์เน็ตคำว่า พับเล็ก ก็จะเห็นพรีเซนเตอร์โครงการหลังคาเขียว คือ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และหลุยส์ สก็อต ดารารุ่นใหม่มาสาธิตวิธีการพับกล่อง ง่ายๆ ค่ะลองคลิกเข้าไปศึกษา 3 ขั้นตอน คือ แกะ พับ เก็บ และนำไปหย่อนลงในกล่องบริจาคของบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ทุกสาขาทั่วประเทศเลยนะคะ แล้วก็จะมีการส่งมอบกล่องเหล่านี้ไปโรงงานรีไซเคิลต่อไป
อย่างที่บอกค่ะ ว่าปณิธานของเรา คือ Walk the talk ทุกอย่างต้องเชื่อมาจากข้างใน ดิฉันก็จะปลูกฝังให้เด็กๆ หลานๆ ในบ้านช่วยกันพับกล่องยูเอชที ชักชวนให้พนักงานในบริษัทนำกล่องจากบ้าน จากโรงเรียนลูก มาช่วยกันพับ พวกเราชาวเต็ดตรา แพ้ค รู้สึกกันค่ะว่าเราก็ไม่อยากให้กล่องของเราโดนเผา โดนฝัง ไปอย่างไร้ค่าและเพิ่มขยะให้โลก
ดิฉันเคยชินกับการแยกขยะ เพราะอย่างที่บอกว่า เราเคยชินกับการทำงานในองค์กรที่ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้น ในบ้านของดิฉันจะยกหน้าที่และผลประโยชน์ในเรื่องนี้ให้แก่แม่บ้าน ขยะมี 2 ประเภทค่ะ คือ ขยะที่ขายได้ กับขายไม่ได้ แล้วทุกครั้งที่เห็นขยะที่แม่บ้านคัดแยกก็ยิ่งรู้สึกเลยค่ะว่า โฮ้โห....เราสร้างขยะให้โลกได้มากมายกันขนาดนี้เลยหรือ?!!! ในชีวิตประจำวันอีกเรื่องหนึ่งที่ให้ความสำคัญก็คือ ไม่ซื้อ ซื้อ แล้วก็ซื้ออย่างไม่คิด ก่อนยกตัวอย่างเช่น แก้วน้ำ ดิฉันจะสนับสนุนให้ทุกๆ คนรอบข้างมีแก้วน้ำส่วนตัว แค่นี้เราก็ลดการใช้แก้วกระดาษ แก้วพลาสติก ลงไปได้เล็กๆ น้อยๆ นะคะ” กลอยตา บอก
ขอฝากผู้บริโภคไว้อีกเรื่องหนึ่งกับการเลือกสนับสนุนสินค้าที่มีฉลากเครื่องหมาย FSC และฉลากลดคาร์บอน แล้วถือว่าเป็นความฝันถ้าภาครัฐบาลให้การสนับสนุนในเรื่องนี้จนเป็นนิสัยของผู้ซื้อ ที่จะพิจารณาเช่นเดียวกับฉลากเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ก็จะกลายเป็นว่าเราคนไทยได้ช่วยโลกในชีวิตประจำวันกันได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรเลย







