
สารพิษในเส้นใย : แฟชั่นระดับโลกและการผลิต
วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา อาจจะเป็นวันธรรมดาของใครๆ แต่สำหรับผู้เขียนในฐานะผู้ประสานงานสื่อมวลชนของกรีนพีซ
วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา อาจจะเป็นวันธรรมดาของใครๆ แต่สำหรับผู้เขียนในฐานะผู้ประสานงานสื่อมวลชนของกรีนพีซ
โดย...ชลธิชา เหลิมทอง ผู้ประสานงานสื่อมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา อาจจะเป็นวันธรรมดาของใครๆ แต่สำหรับผู้เขียนในฐานะผู้ประสานงานสื่อมวลชนของกรีนพีซ ถือเป็นอีกวันที่ท้าทายที่สุด เมื่อกรีนพีซได้กำหนดวันดังกล่าวให้เป็นวันเปิดรายงานศึกษาฉบับใหม่ของโครงการ “Detox” ที่รณรงค์ทั่วโลกมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แม้ว่าจะทำงานมาที่นี่ได้ครึ่งปีแล้ว แต่ผู้เขียนก็ยอมรับตรงๆ ว่า ครั้งแรกที่ต้องเข้าประชุมเพื่อเตรียมการเรื่องนี้ ผู้เขียนก็อดงงไม่ได้ว่าอะไรคือ Detox แล้วเราจะ Detox อะไร มีใครแถวๆ นี้สุขภาพไม่ดีหรือเปล่า จึงอยาก Detox ? เป็นคำถามที่ผุดในหัวในตอนนั้น อย่างไรก็ตามความสงสัยมึนงงดังกล่าวได้กลายเป็นประสบการณ์และความรู้ใหม่อีกครั้ง เมื่อความไม่รู้ในตอนนั้นได้กระจ่างขึ้นเมื่อได้ทำงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง
“Detox” คือ การล้างสารพิษ แต่ที่ไม่ธรรมดาก็เพราะ Detox ที่เราจะรณรงค์กัน คือ การล้างสารพิษออกจากเสื้อผ้าที่เราสวมใส่กันอยู่ตอนนี้ เพราะเสื้อผ้าที่เราสวมใส่กันทุกวันนี้มีสารพิษปนเปื้อนอยู่ หรือเราเรียกว่า “เสื้อผ้าสกปรก” ซึ่งเป็นชื่อของรายงานศึกษาของกรีนพีซฉบับหนึ่งที่ได้เปิดเผยในช่วงการรณรงค์ Detox ปีที่ผ่านมา
พูดถึงคำว่า “เสื้อผ้าสกปรก” ผู้เขียนจำได้เป็นอย่างดีถึงความซื่อของตัวเองตอนที่ต้องเตรียมตัวเพื่อสอบเข้าทำงานที่นี่ว่า ตอนที่เห็นหน้าปกรายงานเรื่อง “เสื้อผ้าสกปรก” ซึ่งผู้เขียนก็งงทันทีว่าคืออะไร และคิดไปเองว่าอาจจะเป็นรายงานเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่คนใส่แล้วไม่ซักจึงกลายเป็นเสื้อผ้าที่สกปรกมากๆ แต่ก็หาความเชื่อมโยงไม่ได้เลยว่าเสื้อผ้าดังกล่าวสกปรกขนาดไหนกันนะ จนทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังคิดไปเองอีกว่า “อะไรกันนี่ มีคนใส่เสื้อผ้าแล้วไม่ซักเยอะขนาดนี้เลยเหรอ จนกรีนพีซต้องมาทำรายงานเรื่องนี้”
จนกระทั่งผู้เขียนได้ลองอ่านศึกษาดูเพื่อไขข้อสงสัยว่าเป็นเรื่องคนไม่ซักเสื้อผ้าจริงๆ หรือเปล่า แต่เมื่ออ่านไปแล้วกลับตรงกันข้าม เพราะรายงานฉบับดังกล่าวพูดถึง ความลับของสารพิษภายใต้ยี่ห้อเสื้อผ้ากีฬาระดับโลก และภัยคุกคามจากสารพิษที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อนถึงปัญหามลภาวะทางน้ำจากสารพิษที่เกิดจากการปล่อยสารเคมีอันตรายจากโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศจีน ซึ่งสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพมนุษย์อย่างรวดเร็วและร้ายแรงต่อทั้งระบบนิเวศ
รายงานฉบับดังกล่าวพูดถึงอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศจีน ซึ่งกรีนพีซเจาะลึกไปถึงโรงงานผลิตเสื้อผ้ากีฬาและเสื้อผ้าทั่วไปที่จำหน่ายทั่วโลก ได้แก่ ไนกี้ (Nike) พูมา (Puma) ราล์ฟ ลอเรน (Ralph Lauren) ยูนิโคล่ (Uniqlo) และ ยาเกอ (Youngor) อเบอร์ครอมบี้ แอนด์ ฟิทช์ (Abercrombie & Fitch) อาดิดาส (Adidas) คาลวิน ไคลน์ (Calvin Klein) คอนเวอร์ส (Converse) แก๊ป (GAP) จี สตาร์รอว์ (GStar RAW) เอช แอนด์ เอ็ม (H&M) แคปป้า (Kappa) ลาคอส (Lacoste) หลี่หนิง (Li Ning)ที่พบว่ามีการปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนสารเคมีอันตรายลงในแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำจูเจียง
ทั้งนี้ มีการตรวจพบสารอัลคิลฟีนอล (Alkylphenol) รวมทั้งโนนิลฟีนอล (Nonylphenol) ในตัวอย่างน้ำเสียจากโรงงานทั้งสอง และพบกลุ่มเพอร์ฟลูออริเนต (Perfluorinated Chemicals; PFCs) ในน้ำทิ้งจากโรงงานยาเกอ เท็กซ์ไทล์ คอมเพล็กซ์ (Youngor Textile Complex) แม้ว่าโรงงานแห่งนี้จะมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ทันสมัยแล้วก็ตาม โดยสารพิษอันตรายเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้มีคุณสมบัติรบกวนฮอร์โมนและตกค้างคงทนในสิ่งแวดล้อม และจะเป็นอันตรายมากขึ้นเมื่อถูกสะสมในปริมาณมากขึ้นตามห่วงโซ่อาหาร
จากการรณรงค์ในครั้งนั้นที่พบหลักฐานการก่อมลพิษ การพบสารโนนิลฟีนอลอีทอกซิเลตในเสื้อผ้า และแรงกดดันร่วมกันจากผู้บริโภคทั่วโลก เสื้อผ้ากีฬาและเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ดังได้แก่ ไนกี้ พูม่า อาดิดาส เอชแอนด์เอ็ม ซีแอนด์เอ Li Ning และ มาร์กส์ แอนด์ สเปนเซอร์ จึงยอมเข้าร่วมโครงการ “ล้างสารพิษ (Detox)” ด้วยการแสดงเจตจำนงอย่างมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมาย “การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์” ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2563 โดยบริษัทจะต้องกำหนดให้โรงงานผลิตมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชนิดและปริมาณการปลดปล่อยสารเคมีอันตรายจากโรงงานสู่ชุมชนและแหล่งน้ำ
ล่าสุดวันที่รอคอยของผู้เขียนก็มาถึง เมื่อรายงานกรีนพีซอีกฉบับล่าสุดได้เปิดเผย โดยรายงานนี้มีชื่อว่า “สารพิษในเส้นใย : แฟชั่นระดับโลกและการผลิต” (Toxic ThreadsThe big Fashion StitchUp) ซึ่งเป็นข้อมูลต่อเนื่องจากปีที่แล้ว และผู้เขียนที่อยู่ในฐานะฝ่ายสื่อสาร ก็ต้องอธิบายให้ได้ว่า Detox คืออะไร และทำไมครั้งนี้จึงมีสารพิษในเส้นใยและเกี่ยวกับแฟชั่นระดับโลกยังไง
การรณรงค์ครั้งนี้เรามุ่งที่จะล้างสารพิษกับเสื้อผ้าตามกระแส (Fast Fashion) โดยกรีนพีซได้ตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเสื้อผ้าจำนวน 141 ชิ้น ที่วางจำหน่ายใน 29 ประเทศ และซึ่งผลิตจากโรงงานจากไม่น้อยกว่า 18 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วยการซักเสื้อผ้าเหล่านี้ เพื่อแสดงถึงความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมฟอกย้อมและสิ่งทอที่มีการใช้สารเคมีอันตรายในกระบวนการผลิตและซึ่งตกค้างในผลิตภัณฑ์
โดยกรีนพีซพบสารเคมีอันตรายรบกวนฮอร์โมนและสารก่อมะเร็งในผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ระดับโลกจาก 20 แบรนด์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเบเนตตอง (Benetton) แจ็คแอนด์โจนส์ (Jack & Jones) โอนลี่ (Only) เวโรโมดา (Vero moda) บลาเซค (Blaek) ซี แอนด์ เอ (C&A) ดีเซล (Diesel) เอสปริท (Esprit) แก๊ป (Gap) อาร์มานี่ (Armani) เอช แอนด์ เอ็ม (H&M) ซาร่า (Zara) ลีวายส์ (Levi’s) วิคตอเรีย ซีเคร็ท (Victoria’s Secret) แมงโก้ (Mango) มาร์คแอนด์สเปนเซอร์ (Marks & Spencer) มีเทอร์สบอนเว (Metersbonwe) แคลวิน ไคลน์ (Calvin Klein) ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์(Tommy Hilfiger) และแวนเคิล (VANCL)
โดยเฉพาะโดย ซาร่า(Zara) เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่พบสารเอมีน (amines) และสารกลุ่มพทาเลท (phthalates) ซึ่งเป็นสารรบกวนฮอร์โมนและสารก่อมะเร็ง โดยสารกลุ่มโนนิลฟีนอลอีทอกซิเลท (NPEs) ถูกตรวจพบมากที่สุดในทุกแบรนด์ สารเหล่านี้จะแตกตัวออกจากเสื้อผ้าเมื่อซักล้างและจะเปลี่ยนรูปในสิ่งแวดล้อมหรือในกระบวนการบำบัดน้ำเสียกลายเป็นสารที่มีคุณสมบัติรบกวนฮอร์โมน และยังเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆ ได้ทำให้ผู้บริโภคกลายเป็นเหยื่อมลพิษจากการจำหน่ายเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตราย การปล่อยน้ำเสียจากโรงงานฟอกย้อมที่มีอยู่ทั่วโลกจากการผลิต และผู้บริโภคต้องกลายเป็นผู้ก่อมลพิษโดยไม่รู้ตัวจากการซักล้างเสื้อที่มีสารเคมีอันตรายที่รบกวนฮอร์โมนและเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้สำหรับผู้บริโภคและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้โรงงานที่ผลิตเสื้อผ้า หลายคนคงยังคิดว่าเรื่องดังกล่าวยังเป็นเรื่องไกลตัวอยู่ดี เพราะใส่เสื้อผ้าแบบนี้กันมาตั้งนานไม่เห็นจะเป็นอะไร แต่หากเราจะพิจารณาด้วยจิตสำนึกต่อสาธารณะ เราจะพบว่าเรื่องดังกล่าวไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะรายงานทั้งสองฉบับเป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆ ในประเทศจีนเท่านั้น แค่ลำพังที่นี่ประชากร 20 ล้านคน ในเมืองเซี่ยงไฮ้ จำเป็นต้องใช้น้ำจากแม่น้ำแยงซีสำหรับบริโภค ทุกๆ ปีมีการปล่อยน้ำเสียกว่า 3 หมื่นล้านตัน ลงในแม่น้ำดังกล่าวด้วย ดังนั้นในความเป็นจริงยังมีโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทออีกมากมายที่ตั้งอยู่ทั่วโลก ลองคิดว่าจะมีสารเคมีอันตรายและมลพิษมากมายมหาศาลขนาดไหนที่ถูกปล่อยสู่โลกของเรา เพราะปัจจุบันมีการผลิตเสื้อผ้ากว่า 8 หมื่นล้านชิ้นทั่วโลกต่อปี หรือเท่ากับเสื้อผ้า 11 ชิ้นต่อประชากร 1 คน
ประเทศไทยเราก็มีโรงงานฟอกย้อมมากมาย ที่สำคัญโรงงานเหล่านี้ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคที่สำคัญของประเทศ และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำของโลกและเป็นตลาดเสื้อผ้าแบรนด์แฟชั่นที่มีการเติบโตสูง อุตสาหกรรมฟอกย้อมและสิ่งทอเหล่านี้ยังคงใช้แหล่งน้ำสาธารณะของพวกเราเป็นท่อระบายน้ำส่วนบุคคล ซึ่งแฟชั่นนั้นไม่ควรที่จะต้องก่อมลพิษให้แก่โลก เสื้อผ้าของเราไม่ควรจะต้องผลิตจากสารเคมีอันตราย ประเด็นดังกล่าวจึงไม่สามารถมองข้ามได้
จากการอ่านรายงานในครั้งนั้น ทำให้ผู้เขียนเข้าใจแล้วว่าเสื้อผ้าสกปรกคืออะไร แน่นอนว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องคนไม่ซักเสื้อผ้าอีกต่อไปแล้ว แต่ “เสื้อผ้าสกปกรก” คือ เสื้อผ้าที่มีการผลิตที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตรายที่รบกวนระบบฮอร์โมน ก่อมะเร็ง รบกวนระบบสืบพันธุ์ ซึ่งสารเคมีดังกล่าวจะถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำเสียจากโรงงานผลิต และเมื่อเรานำเสื้อผ้าเหล่านี้ไปซักล้าง ทุกที่ก็จะเกิดมลพิษ สารเคมีอันตรายเหล่านี้ก็จะปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม น้ำ ดิน และอาหาร ในที่สุดก็จะกลับมาที่ตัวเราการที่เราจ่ายเงินแสนแพงในการซื้อเสื้อผ้า แต่กลับกลายเป็นการก่อมลพิษโดยไม่รู้ตัว
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องช่วยกันเรียกร้องให้ผู้ผลิตสิ่งทอเหล่านี้มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะซาร่า ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เจ้าของซาร่ารวยติดลำดับต้นๆ ของโลก ซาร่าจะต้องแสดงความเป็นผู้นำของแฟชั่นแบรนด์เนมโดยการเข้าร่วมโครงการ “ล้างสารพิษ (Detox)” เพื่อการบรรลุเป้าหมาย “การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์” ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2563 เหมือนกับที่ 7 แบรนด์ดังได้ประกาศไปแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องที่ได้รับผิดชอบต่อประชาชนและโลก จากนี้ไปเสื้อผ้าที่พวกเขาผลิตออกมานั้นก็จะสวยงามและปลอดสารพิษ เพราะแฟชั่นต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษ
ย้ำอีกครั้งว่า ในฐานะพลเมืองของโลกและผู้บริโภค เราสามารถใช้อิทธิพลของเราเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เราสามารถร่วมมือกันเรียกร้องให้ภาครัฐและเจ้าของยี่ห้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ลงมือปฏิบัติทันทีเพื่อล้างสารพิษในแม่น้ำ เพื่อล้างสารพิษ
พิษในเสื้อผ้า และเพื่อล้างสารพิษเพื่ออนาคตของพวกเรา เหมือนกับที่ 7 แบรนด์ดังได้ประกาศไปแล้วว่า จะร่วมกัน“การล้างสารพิษ”และแสดงเจตจำนงในการดำเนินการร่วมกับซัพพลายเออร์ของตนในการยุติการใช้สารพิษ นี่เป็นเพียงบทเริ่มต้นเท่านั้นโลกที่ปราศจากสารพิษมิได้เป็นเพียงสิ่งที่ปรารถนาและจับต้องไม่ได้ หากแต่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพวกเรา







