
ใคร อยู่ในกาแฟดำ?
“วันนี้มีอะไรใหม่ล่ะพี่” เสียงทุ้มนุ่มๆ เอ่ยถามแทบทันทีที่หย่อนก้นลงบนเก้าอี้หน้าบาร์
“วันนี้มีอะไรใหม่ล่ะพี่” เสียงทุ้มนุ่มๆ เอ่ยถามแทบทันทีที่หย่อนก้นลงบนเก้าอี้หน้าบาร์
โดย...เกดริน / ภาพ : กาแฟดริป
เขาคือลูกค้าขาประจำคนล่าสุดที่แวะเวียนมาจิบกาแฟบ่อยแทบไม่เว้นวัน เป็นเวลาเย็นเกือบค่ำหลังเลิกงานที่หนุ่มสาวชาวเมืองส่วนมากอาจกำลังแฮงเอาต์จิบเหล้าอยู่ที่ไหนสักแห่ง ไม่ใช่เขาไม่ดื่ม แค่พักหลังเริ่มเบื่อกับบรรยากาศเดิมๆ เบื่อ! เรื่องราวที่เริ่มต้นแบบเดิมและคาดเดาตอนจบได้
อย่างคนคุ้นเคย บาริสตาผู้ถือกา เจ้าของอาณาจักรน้อยๆ ในร้านกาแฟกลางเมืองไม่มีเสียงตอบ ขณะที่มือขวายังบรรจงพรมน้ำร้อนใส่กาแฟบด มือซ้ายหยิบและยื่นกล่องใสบรรจุเมล็ดกาแฟที่มีอยู่ก้นกล่องส่งมาแทนคำตอบ... รวันดา จอมบา วุงก้า (Rwanda Jomba Vunga) ป้ายเล็กๆ เขียนด้วยลายมือพออ่านออก บอกเขาแค่นั้น
“จัดร้อนมาก่อน เดี๋ยวค่อยเติมน้ำแข็งทีหลัง... เหมือนเดิมนะพี่” ประสบการณ์ผ่านเข้าสู่โลกแห่งกาแฟทำให้เขาเข้าใจธรรมชาติของกาแฟดำ อย่าว่าแต่ร้อนกับเย็น ความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเพียงนิดเดียวส่งผลถึงรสชาติที่เปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ
เมล็ดกาแฟสีน้ำตาลอ่อนบ่งบอกถึงระดับการคั่วอย่างทะนุถนอมถูกตักชั่ง 25 กรัม พอดิบพอดี ก่อนบาริสตาหนุ่มคนเดิมค่อยๆ กรอกใส่เครื่องบดมือหมุนรุ่นคุณปู่ แครก แครก แครก ฟันเฟืองด้านในยังคมกริบ ไม่เกินอึดใจ กาแฟบดหยาบกลางเตรียมสู่ขั้นตอนการชง ทว่าไม่จำเป็นต้องรีบ จนกว่าเทอร์โมมิเตอร์จิ๋วในกาจะอ่านตัวเลขได้ราว 90 องศาเซลเซียล ทุกอย่างพร้อม กระดาษกรองถูกวอร์มด้วยน้ำร้อน ก่อนรวันดาฯ ไปนอนรออยู่ก้นถ้วยดริปเปอร์ 30 วินาทีแรกเป็นช่วงสำคัญ น้ำร้อนในอุณหภูมิควบคุมไหลเป็นสายจากกาปากแหลมยาว ไม่มากไป ไม่น้อยไป ชุ่มแต่ไม่แฉะ
รวันดาฯ ในถ้วยพองฟูตอบโต้กลับด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ กลิ่นแห่งความกระปรี้กระเปร่า คือ สัมผัสแรก
เพราะหน้าบาร์เป็นตำแหน่งที่ออกแบบมาอย่างจงใจ เขาโน้มตัวเพื่อรับกลิ่นกาแฟที่เล็ดรอดผ่านการชง กลิ่นถูกน้ำร้อนสกัดเช่นเดียวกับรสชาติ บาริสตายังคงพรมน้ำร้อนอย่างรู้จังหวะ เวลาที่เหลือถอยหลังอีก 3 นาทีเริ่มคลี่คลายด้วยหยดกาแฟในเหยือกแก้วทีละหยด ทีละหยด กระทั่งครบ 200 มิลลิลิตร เสียงนาฬิกาจับเวลาร้องเตือนอย่างซื่อสัตย์
แก้วเซรามิกขนาดย่อมถูกวอร์มด้วยน้ำร้อนที่เหลือจากกาใบเดิมก่อนเสิร์ฟ รวันดาฯ บริสุทธิ์ปราศจากนม น้ำเชื่อม อยู่เบื้องหน้านี่แล้ว
“เหมือนสาวผมยาว ใส่กระโปรงลายดอกยืนอยู่กลางทุ่งดอกไม้” เสียงทุ้มเปรียบเปรยอย่างรื่นรมย์
บาริสตาได้แต่ยืนยิ้ม เพราะรู้ดีว่าลูกค้าขาประจำคนนี้ไม่ใช่คนแรกที่พบ “ใคร” อีกคน
ในกาแฟดำดีๆ ล้วนมีตัวตนของใครบางคนซ่อนอยู่ เพราะดิน น้ำ ฟ้า อากาศจากแหล่งเพาะปลูก ล้วนแกะเกลาให้กาแฟมีคาแรกเตอร์อย่างที่มันเป็น อย่างที่เขาได้รู้จักสาวเปรี้ยวเฉี่ยวไฉไลใน “เคนยา พีเบอร์รี” (Kenya Peaberry) สาวหวานบอบบางทว่าเด็ดเดี่ยว “เอธิโอเปีย เยอกาเชฟ” (Ethiiopia Yirgacheffe) สาวร่างท้วมสวมชุดพื้นเมืองชวาใน “บาหลี คินตามณี” (Bali Kintamani) โลกแห่งกาแฟพาเขาพบเพื่อนใหม่ๆ ไปไม่รู้จบ และใช่ว่าจะมีแต่เพื่อนต่างชาติ เขาเองแอบชื่นชมนิยมไทยไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสาวชาวดอยแสนซื่อบริสุทธิ์ใน “แม่จันใต้ พีเบอร์รี” (Maejantai Peaberry) สาวเหนือจากดอยสะเก็ด เรียบร้อย อ่อนหวาน “ฟรุตตี ฟลอรา” (Fruity Flora) ฯลฯ
เวลาดำเนินไป กาแฟนิรนามตัวใหม่ถูกส่งลงเครื่องบดและเข้าสู่ขั้นตอนการชงอันละเมียดละไม ไม่รอช้า บาริสตาหนุ่มใหญ่ผู้ใจดีจัดสรรแบ่งให้ลูกค้าหน้าคุ้นได้ลองชิมด้วย เขาสูดกลิ่นฝืนๆ ของมันก่อนกล้ำกลืนลงคอไปอย่างยากลำบาก
“กาแฟอะไรอะพี่?” ถามมาก็ตอบไป “อินโด กาโย (Indo Gayo) เพื่อนรุ่นน้องแบ่งให้มาลอง”
“อึ๋ยย์ ผมว่า... ตัวนี้ ผมเจอผู้ชายหว่ะ!” ฮา







