posttoday
อีโฮม

อีโฮม

26 มีนาคม 2553

ภาสกร พุทธิชีวิน

 

 

ในที่สุดบ้านอัจฉริยะที่รู้จักกันในชื่อของ “อีโฮม” ก็เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย บอกได้คำเดียวครับว่าสุดไฮเทค และที่สำคัญเขาบอกว่ามันยังประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน และเป็นมิตรกับโลกมนุษย์

บ้านอัจฉริยะของญี่ปุ่นนั้น หลักการทำงานของมันบรรดาวิศวกรญี่ปุ่นต่างบอกกันว่า มันคือเทคโนโลยีที่เรียกว่า สูงสุดสู่สามัญ นั่นหมายความว่า ใครๆ ก็ใช้ได้ ถ้าใช้มือกดปุ่มสตาร์ตเป็น

ผมจะพาไปดูครับว่า บ้านอีโฮม หรือบ้านอัจฉริยะของญี่ปุ่นนั้นหน้าตามันเป็นอย่างไร

ในบ้านหลังนี้แสงสว่างเขาใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ และเนื่องด้วยญี่ปุ่นเป็นเมืองหนาว เพราะฉะนั้นน้ำร้อนเขาก็ใช้โซลาร์เซลล์เช่นกัน

ในบ้านหลังนี้ยังใช้เซ็นเซอร์ติดไว้ทุกห้องในบ้าน แม้แต่ในสนามหน้าบ้าน เพราะต้องการประหยัดไฟฟ้า เพราะเซ็นเซอร์ตัวนี้จะเป็นตัววัดค่าความสว่างจากแสงธรรมชาติ เมื่อไหร่ที่แสงจากธรรมชาติเหลือน้อย ไฟฟ้าก็จะทำงานตามที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้ หรือบางพื้นที่ของตัวบ้านจะสว่างก็ต่อเมื่อมีคนเข้ามาในบริเวณนั้นเท่านั้น

คงนึกภาพออกนะครับ มันเหมือนกับหนังวิทยาศาสตร์ไซไฟที่เราดูผ่านจอทีวีบ้านเรานั่นแหละ

เซ็นเซอร์ยังมีหน้าที่ที่รวมไปถึงระบบควบคุมการใช้แอร์คอนดิชัน หรือฮีตเตอร์ ถ้าไม่มีคนอยู่ในบริเวณนั้น แอร์หรือฮีตเตอร์ก็จะไม่ทำงาน แต่เมื่อมีคนมาอยู่ในบริเวณนั้น แอร์หรือฮีตเตอร์จะทำงานทันที และจะดับตัวเองอย่างอัตโนมัติทันทีที่คุณออกไปจากบริเวณนั้น

ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน บ้านอีโฮมได้เลือกใช้กระจกที่ป้องกันความร้อนจากภายนอก พื้นที่ที่อุณหภูมิภายนอกสูงขึ้นกระจกก็จะเปลี่ยนสีกลายเป็นมัวลง เพื่อป้องกันรังสีความร้อน ขณะเดียวกันเมื่ออากาศหนาวหรือหิมะตก บานเกล็ดหน้าต่างจะปิดลงเพื่อรักษาความอบอุ่นไว้ภายในบ้าน

ที่เล่ามานั้นก็ว่าสุดยอดแล้วครับ แต่ในเรื่องระบบการรักษาความปลอดภัยนั้นสุดยอดมาก

บ้านอีโฮมนี้จะถูกบรรจุอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของสถานีตำรวจ ซึ่งทันทีที่มีการบุกรุกตำรวจจะทราบทันทีว่าคนร้ายเข้าไปในบ้านด้วยวิธีการใด และตอนนี้อยู่ในห้องไหน ส่วนไหนของบ้าน ที่สำคัญยังสามารถเห็นหน้าคนร้ายได้อีกด้วย และที่สุดยอดไปกว่านั้นก็คือ บ้านอีโฮมสามารถกักโจรไว้ในห้องใดห้องหนึ่ง โดยที่ไม่สามารถออกไปไหนได้เลย

และข่าวดีสำหรับคนขี้ลืม ผมขอบอกว่า กุญแจของบ้านอีโฮมไม่ต้องห่วงว่าจะหาย เพราะเขาใช้วิธีสแกนลายนิ้วมือหรือดวงตาเพื่อเปิดประตู ยกเว้นว่าวันใดวันหนึ่งคุณลืมมือทั้งสองข้างและดวงตาทั้งคู่ไว้เท่านั้น คุณจึงเข้าบ้านไม่ได้...หากเป็นไปได้นะครับ

ญี่ปุ่นยังบอกว่า ในบ้านแบบนี้นั้นมีความปลอดภัยสูงสำหรับผู้สูงอายุ เพราะได้ติดตั้งระบบวีดิทัศน์ไว้ตามจุดต่างๆ ของบ้าน การสร้างระบบนี้ไว้ก็เพื่อรองรับคนสูงอายุโดยเฉพาะ อย่างเช่น ผู้สูงอายุเกิดเดินไปเดินมา หรือเกิดอุบัติเหตุหกล้ม และไม่สามารถขยับตัวได้ หรือขยับตัวแล้วมีอาการเจ็บปวด ระบบนี้จะแจ้งเตือนไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

สำหรับผู้สูงวัยแล้ว บ้านอีโฮมยังมีความพิเศษตรงที่ในบ้านได้จัดเสื้อไว้ให้คนสูงวัยสวมใส่ โดยเสื้อตัวนี้สามารถวัดความดัน วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และอีกหลายโรค ถ้าเกิดมีตัวเลขไหนที่บ่งบอกว่าเป็นอันตราย แน่นอนครับ แจ้งโรงพยาบาลได้ทันที

ส่วนในห้องน้ำที่ชาวญี่ปุ่นมักให้ความสำคัญเป็นพิเศษ จนสร้างความประทับใจให้กับต่างชาติผู้มาเยือน แต่ในบ้านแบบนี้มันพิเศษยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเมื่อคุณไปนั่งบนชักโครกเพื่อทำธุระส่วนตัวในทุกเมื่อเชื่อวัน ชักโครกอัจฉริยะผู้ภักดีก็จะรายงานผลออกมาทันที ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิร่างกาย ความดันเลือด และวิเคราะห์ของเสียที่เราปล่อยออกมาทันทีว่า เราส่อจะเป็นโรคอะไรบ้าง เรียงตามลำดับตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอ

น่าประทับใจหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ เพราะหลังจากลุกออกมาจากห้องน้ำอาจจะเกิดความเครียด เพราะการวินิจฉัยโรคก็เป็นได้ ยังไม่หมดครับ ผมจะพาไปดูในห้องครัวที่มีตู้เย็นอัจฉริยะวางเด่นอยู่ ในตู้เย็นอัจฉริยะนี้ เขาจะเก็บข้อมูลไว้ว่าเจ้าของบ้านซื้ออะไรมาใส่ตู้เย็นไว้ เมื่อเก็บเป็นสถิติไว้แล้ว วันใดวันหนึ่งของอะไรขาดหรือเหลือบ่อยๆ เจ้าตู้เย็นอัจฉริยะนี้ก็จะแจ้งไปยังร้านค้าให้นำของมาส่ง โดยที่เราไม่ต้องยกหูไปออร์เดอร์

ยังมีอีกมากครับ ที่บ้านอัจฉริยะนี้ทำเองได้หมด แม้กระทั่งน้ำรั่ว ลืมปิดแก๊ส มันก็จะร้องเตือนทันที ทั้งเตือนไปที่เจ้าของ หรือเตือนไปที่สถานีดับเพลิง แต่สิ่งที่เราต้องแลกกับมันก็คือ ความเป็นส่วนตัว เพราะมันสอดส่องเราไปทุกซอกทุกมุม แถมยังส่งข้อมูลไปตามสถานที่ต่างๆ อีกต่างหาก

บ้านอีโฮมกำลังเป็นที่สนใจของคนญี่ปุ่น แต่ในเมืองไทยคงมีแต่เศรษฐีเท่านั้นครับที่สัมผัสได้ อย่างนี้ต้องบอกว่า สุโค่ย...!

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน