posttoday
ใครๆ ก็อ้าง “สีเขียว” ?

ใครๆ ก็อ้าง “สีเขียว” ?

26 มีนาคม 2553

วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

 

 

เดี๋ยวนี้ทุกคนพูดถึง “สีเขียว” (กระแสสีเขียว) กันอย่างสนิทปาก ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารภาครัฐหรือภาคธุรกิจเอกชน โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง เพราะทำให้ดูดีและเป็นคนตามสมัย

ทุกวันนี้ “กระแสสีเขียว” (Greens) จึงกระจายและแทรกซึมเข้าไปในทุกวงการ เพราะต่างตื่นตัวในเรื่องของ “สิ่งแวดล้อม”

ธุรกิจอุตสาหกรรมยุคใหม่จึงยึดเอาแนวความคิดหรือกระบวนทัศน์ของ “กระแสสีเขียว” (Greens) หรือ “การอนุรักษ์พิทักษ์สิ่งแวดล้อม” เป็นตัวชูโรง คือ เป็นตัวตั้งในการออกแบบ กระบวนการผลิต การบรรจุหีบห่อ การทำมาค้าขาย และการทำกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น

ยิ่งถ้าสามารถแสดงให้ผู้บริโภคหรือสังคมเห็นถึงความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยแล้ว โอกาสที่ผู้บริโภคจะซื้อหาสินค้าและเลือกใช้บริการของเราด้วยความชื่นชมก็จะมีมากขึ้น

จะว่าไปแล้ว ที่มาหรือจุดเริ่มต้นของกระแสสีเขียวมาจากหลายแหล่ง แต่เกิดในช่วงจังหวะที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงที่ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายอย่างรวดเร็ว

เมื่อเอ่ยถึงพวกสีเขียว (Greens) เรามักจะนึกถึง “กลุ่มอนุรักษ์และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม” เช่น กลุ่มกรีนพีซ (Green Peace) ซึ่งมีพัฒนาการด้านการประท้วงผู้ทำลายสิ่งแวดล้อมพร้อมกับการเรียกร้องด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นลำดับ ในยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม กลุ่มสีเขียวจะถูกมองว่าเป็นพวกที่ต่อต้านพัฒนาทางเศรษฐกิจ เป็นพวกอนุรักษ์ที่ล้าหลังและถ่วงความเจริญ แต่ก็ด้วยผลการประท้วงและเรียกร้องของกลุ่มสีเขียวนี่เอง ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายของการบริหารจัดการภาครัฐ โดยเฉพาะการออกกฎหมายด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบันเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่กำลังถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง กลุ่มสีเขียวจะมองโลกเป็นหนึ่งเดียวเพราะอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมเดียวกันทั้งโลก กลุ่มสีเขียวจึงพยายามผลักดันแนวความคิดที่ว่า “คิดในระดับโลกแต่ทำในระดับท้องถิ่น” (Think global, Act local)

กระแสสีเขียวทำให้สังคมและสาธารณชนเกิดความตื่นตัวและตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้น และทำให้ต้องพิจารณาทบทวนหรือต้องไตร่ตรองกันมากขึ้นระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ซึ่งพัฒนาการของกลุ่มสีเขียวในประเทศต่างๆ จะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของแต่ละประเทศ

โดยทั่วไปแล้ว กลุ่มสีเขียวจะมีความสนใจในเรื่องต่อไปนี้ ได้แก่ การพิทักษ์และอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะของเสีย การปฏิบัติอย่างไม่มีมนุษยธรรม การผลิตเป็นจำนวนมาก มีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศวิทยา ภาวะโลกร้อน การประหยัดพลังงาน เป็นต้น

ดังนั้น กลุ่มสีเขียว จึงให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัย การสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่มีแนวความคิดคล้ายกัน การขยายแนวความคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ตลาดการค้า และสมดุลทางธรรมชาติ รวมทั้งการเมืองระดับโลก ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของ “การเมืองสีเขียว” (Green Politics)

นอกจากนี้ กลุ่มสีเขียวยังผลักดันให้เกิดความตกลงระดับพหุภาคี เพื่อการดำเนินกิจกรรมร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมระหว่างพรมแดน

รวมตลอดถึงภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมโลก เช่น รอยรั่วของชั้นโอโซน (Ozone Hole) ภาวการณ์เปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change) จนก่อให้เกิดความกังวลของสื่อ สาธารณชน และการเมืองอย่างรุนแรง ซึ่งนำไปสู่การเคลื่อนไหวระดับนานาชาติ และความตกลงในการยกเลิกการใช้และหาสารทดแทนสาร CFCs และอื่นๆ

กลุ่มสีเขียว จะใช้นักเคลื่อนไหวหัวรุนแรงเพื่อเรียกหาความสนใจในทันทีต่อโครงการที่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถเรียกความสนใจจากสื่อมวลชนได้

ปัจจุบันนักการเมืองและนักธุรกิจได้หันมาสนใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ทุกฝ่ายและกลุ่มสีเขียวจึงพยายามผลักดันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นสู่เวทีการประชุมสุดยอดโลก เพื่อให้เกิดความตกลงร่วมกันในระดับนานาชาติเพื่อป้องกันสภาพแวดล้อมในด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยยึดแนวคิดของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมของทุกภาคส่วน

ปัญหาในวันที่กระแสสีเขียวเบ่งบานเช่นนี้ จึงเกี่ยวข้องกับ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” มากที่สุด ครับผม!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท