posttoday

ศัพท์ฮิตวลีดัง ภาษาไม่เคยหยุดนิ่งในโซเชียลเน็ตเวิร์ก

13 พฤศจิกายน 2555

ว่ากันว่า แต่ละวันจะมีศัพท์ฮิตๆ วลีฮาๆ อย่างน้อยหนึ่งคำ ถือกำเนิดขึ้นในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก

โดย...ไอเดียดี ภาพ บั๊บเบิ้ล

ว่ากันว่า แต่ละวันจะมีศัพท์ฮิตๆ วลีฮาๆ อย่างน้อยหนึ่งคำ ถือกำเนิดขึ้นในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก

จริงไม่จริงไม่รู้ แต่มั่นใจว่าถ้าคุณเปิดเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อ่านสเตตัสที่เพื่อนแต่ละคนโพสต์ อาจมึนตึ๊บ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปกับภาษาแปลกแหวกแนว ไม่คุ้นหู

ทั้งหมดล้วนเกิดจากการใช้ภาษาแชตในหมู่คนรุ่นใหม่ ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่วัยรุ่นใช้แสดงออกถึงตัวตนของพวกเขา ซึ่งอาจได้แรงบันดาลใจจากการสนทนาทั่วไปในชีวิตประจำวัน ละครน้ำเน่าหลังข่าว วงเหล้า เกมออนไลน์ จนกลายเป็นที่นิยมติดปากไปทั่วทั้งเมือง

ลองไปดูกันว่ามีคำไหน วลีใด คุ้นหูคุ้นตาเราบ้าง

ไม่นานมานี้ โพสต์กันนักกันหนากับประโยคที่ว่า จนกระทั่งโดนธนูปักเข่า ทำนองว่าเคยหล่ออย่างนั้นสวยอย่างนี้ รวยอย่างนั้นเก่งอย่างนี้ จนกระทั่ง “โดนธนูปักเข่า” ทุกอย่างพลันสูญสิ้น วลีนี้มีที่มาจากเกมชื่อ The Elder Scrolls V : Skyrim ซึ่งมีตัวละครที่เป็นเหล่าทหารยามประจำเมืองที่มักจะชอบพูดประโยค ที่ว่า “I used to be an adventurer like you, then I took an arrow in the knee.” (แปลเป็นไทยประมาณว่าเมื่อก่อนฉันก็เคยเป็นนักผจญภัยอย่างคุณ จนกระทั่งโดนธนูปักที่เข่า เลยต้องมาเป็นยามนี่แหละ)

เหล่านักแชตเลยนิยมเอามาใช้เพื่อเป็นการเบี่ยงเบน กลบเกลื่อนเรื่องเลวร้าย ข้อผิดพลาด จุดบกพร่อง หรือปมด้อยของตัวเอง โดยพุ่งเป้าไปยังตอนที่เกิดเรื่องแย่ๆ ในชีวิตว่าเป็นเพราะโดนธนูปักที่เข่านั่นเอง

ตามมาติดๆ เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่!!! เมื่อเด็กน้อยหัวเกรียนโดนเพื่อนในห้องแอนตี จึงถ่ายคลิปตัวเองโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขู่ว่า ถ้าไม่คืนดีกับฉัน “เรื่องนี้ถึงครูอังคณา (ครูประจำชั้น) แน่” หนีไม่พ้นโดนชาวเน็ตเอามาใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการจะฟ้อง หรือเปิดโปงใครสักคน

เสียจัยแต่มั้ยแคร์” คลิปวิดีโอยอดคลิก 7 ล้านวิวของกะเทยวัยละอ่อน น่ารักน่าหยิก นี่ก็มักถูกนำเอามาใช้เชิ่ดๆ เริ่ดๆ ประมาณว่าผิดหวังเสียใจ แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อชีวิตฉันสักเท่าไหร่ และล่าสุด “แก่ ใจดี สปอร์ต กทม.” ที่มาพร้อมกับคำว่า เงียบ...สงสัยไม่ช็อต เล่นเอาฮากันตรึม เมื่อบทสนทนากับเฒ่าใจดีที่ถูกพริตตีสาวสุดเซ็กซี่ออกมาแฉเกี่ยวกับพฤติกรรมหัวงู ทำนองจีบโอ้โลม เสนอตัวส่งเสียงเลี้ยงดูจ่ายค่าคอนโด ผ่อนรถ แต่สาวเจ้าไม่ยอม กลายเป็นเรื่องใหญ่โตชั่วข้ามคืน

ศัพท์ฮิตวลีดัง ภาษาไม่เคยหยุดนิ่งในโซเชียลเน็ตเวิร์ก

 

วลีดังกล่าวโดนผู้รักสนุกนำไปใช้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคมโดยเฉพาะประเด็นชายสูงอายุที่มีความสัมพันธ์กับหญิงสาวรุ่นลูก ไม่ว่าจะเป็น ละครเรื่องแรงเงากับกรณีของตัวละคร “มุตตา” กับ “ผอ.” ไม่เว้นแม้แต่ข่าวหมั้นของดาราสาว ตั๊กบงกช คงมาลัย กับเจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล ก็โดนหยิบมาแซวกับเขาด้วย

ยังไม่นับศัพท์วัยโจ๋ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ไล่ตั้งแต่ จิ้น = จินตนาการ ค่อนไปในทางชู้สาว ฟิน = เป็นอารมณ์มันสุดยอด สุดขีด ปลวก = พวกอยู่ไม่นิ่ง ชอบเรียกร้องความสนใจ ติ่ง = แฟนคลับเกาหลีที่ไม่มีเหตุผล ไม่มีมารยาท ไม่สนใจความเป็นไปของโลกนอกจากศิลปินของตัวเอง เหียก = น่าเกลียด ขี้เหร่มาก

ขี้เม้ง = ชอบวีน ขี้โวยวาย ด่าเก่ง ปากจัด หน้าเงือก = หน้าตาไม่ดี เฝ่ย = ไม่ได้เรื่อง ไม่ดี อวย = การยกย่องคนคนหนึ่งให้ดูดีเกินเหตุ เกินกว่าที่ควรเป็น เวิ่นเว้อ = เพ้อเจ้อ วุ่นวายสุดๆ พ่อง = พ่อ(มึง)สลิด = ดัดจริต เกรียน = ใช้กับการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทำซ่าไม่เข้าท่าและไม่เป็นประโยชน์ เมพขิงๆ = เพี้ยนมาจากคำว่าเทพจิงๆ ที่เหล่าเกมเมอร์มักจะรีบเร่งในการพิมพ์ทำให้พิมพ์ผิดอยู่บ่อยครั้ง

เซราะกราว = บ้านนอก ว่ากันว่าเป็นภาษาเขมรที่เจ้าพ่อทอล์กโชว์ โน้สอุดม แต้พานิช นำมาใช้คนแรก กาก = ไร้ประโยชน์ ไร้คุณภาพ ไม่มีความสำคัญ งุงิ = หงุดหงิด พิมพ์ให้สั้นลงเป็น งุงิ แต่เนื่องจากการออกเสียงว่า งุงิ นั้นน่ารักเกินกว่าจะหงุดหงิด คำว่า งุงิ จึงถูกเปลี่ยนมาเติมท้ายประโยค เพื่อเพิ่มความน่ารักของผู้ใช้ จัดหนัก = การทำอะไรสักอย่างอย่างเต็มที่ ไม่ไหวจะเคลียร์ = ใช้พูดเมื่อมีอะไรทำให้รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจ ดรามา = อินกับชีวิตเหลือเกินจนน่าหมั่นไส้ จุงเบย = พิมพ์ผิดจาก จังเลย ฟังแล้วน่ารักคิกขุ ฯลฯ

สอบถามความคิดเห็นไปยัง กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย เจ้าของรายการภาษาไทยวันละคำ บอกว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้ศัพท์วัยโจ๋ วลีโซเชียลฮิตติดปากผู้คนและแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว เพราะเครื่องไม้เครื่องมือการสื่อสารอันล้ำสมัย

“ดังได้เพราะสื่อออนไลน์เดี๋ยวนี้ถึงกันหมด สมัยก่อนยังไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือสื่อสาร ใครพูดอะไรประหลาดๆ ขึ้นมาคำหนึ่ง ก็จำกัดอยู่แค่ในวงคนใกล้ชิด จบตรงนั้น ไม่แพร่หลายรวดเร็วเหมือนยุคนี้ ที่มีเฟซบุ๊ก มีทวิตเตอร์ ช่วยบอกต่อ ขยายความ

ศัพท์แปลกๆ ใหม่ๆ มักเกิดขึ้นจากการนำเอาศัพท์เดิมมาดัดแปลง คนเรามีสติปัญญา มีสมอง มีความคิดสร้างสรรค์ พอพบอะไรเข้าก็หูผึ่ง นำคำนั้นมาประดิษฐ์ขึ้นใหม่ พูดต่อกันไปสนุกปากจนกลายเป็นประโยคติดหู”

ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทยกล่าวต่อว่าจากที่ทำหน้าที่ยามเฝ้าระวังทางภาษามานาน พบว่าธรรมชาติของภาษานั้นมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เช่นเดียวกับสัจธรรมของทุกสรรพสิ่ง

“หลายคำเกิดขึ้นแล้วดังชั่วข้ามคืน ไม่นานก็เลือนหายไปจากปากคน บางคำยังนิยมใช้กันอยู่ มีอายุยืนยาวเป็นสิบๆ ปี เพราะมีความหมายดี คำโดนใจ สังคมยอมรับ นำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย”

อย่างไรก็ตาม มีข่าวแว่วว่าทางราชบัณฑิตยสถานกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมคำศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่นที่ทันยุคสมัย และคำสแลง รวมถึงสำนวนที่ใช้จนติดปากกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 คาดว่าจะมีประมาณ 1,000 คำ นับเป็นครั้งที่ 4 ที่มีการบัญญัติศัพท์ใหม่ลงในพจนานุกรม แต่ไม่รู้ว่ามีกำหนดจะตีพิมพ์เผยแพร่ออกมาเมื่อไหร่

คอยดูกันต่อไปว่าจะมีศัพท์คำไหน สำนวนใดอยู่ยงคงกระพันจนถึงวันนั้น รู้ไว้จะได้ไม่ตกเทรนด์

ข่าวล่าสุด

ขับรถไกลต้องสังเกตตามหลัก B.E.F.A.S.T.! ระวัง “สโตรก” แบบเฉียบพลัน