
วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์กับดูปองท์
วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ผลจากการศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์
โดย...พี่กันดั้ม
วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ผลจากการศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ มากมาย เช่น การแพทย์ การสื่อสารคมนาคม การเกษตร อุตสาหกรรม เป็นต้น การผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์จึงเป็นภารกิจที่สำคัญของประเทศ ซึ่งต้องเริ่มจากการปลูกฝังการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อปูทางสร้างนักวิทยาศาสตร์ในอนาคต
ดังนั้น บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) บริษัทนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ระดับโลก จึงร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดกิจกรรม ค่ายวิทยาศาสตร์ดูปองท์ หรือ DuPont Young Scientist Camp ให้แก่เยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากทั่วประเทศ จำนวน 90 คน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนร่วมเรียนรู้วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์เพื่อความยั่งยืนด้านอาหารและพลังงาน ซึ่งจัดขึ้นทั้งหมด 3 วัน ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย และที่ศูนย์นวัตกรรมดูปองท์ประเทศไทย
เพื่อส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชนเพิ่มพูนศักยภาพทางวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยที่มีคุณภาพของประเทศตลอดระยะเวลา 3 วัน
ฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารค่ายวิทยาศาสตร์ สวทช. อธิบายถึงการจัดค่ายครั้งนี้ว่า เราเลือกจัดค่ายให้นักเรียนมัธยมต้น เพราะเป็นช่วงที่เด็กกำลังค้นหาว่าตัวเองต้องการอะไร เราจึงอยากเปิดมุมมองให้เขาสนใจและเลือกเรียนต่อในสายวิทยาศาสตร์ และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เด็กเห็นว่าวิทยาศาสตร์อยู่ใกล้ตัว และสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง โดย 70% ของกิจกรรมเป็นการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งจะทำให้เด็กได้พัฒนาทักษะการสังเกตและมีการจดจำเรียนรู้ได้ลึกซึ้งมากขึ้น เด็กๆ ได้ทำการทดลองที่สนุกสนานมากมายที่เกี่ยวข้องกับอาหารและพลังงาน อาทิ มหัศจรรย์เอนไซม์ที่สามารถย่อยสลายชีวมวลเพื่อให้ได้ผลผลิตเป็นน้ำตาลและเชื้อเพลิงเหลว การสกัดดีเอ็นเอจากผักและผลไม้ การทดลองวัสดุชีวภาพจากแป้งข้าวโพด และการทดลองประดิษฐ์พลังงานแสงอาทิตย์
ด.ช.ถกล กิจรัตนเจริญ หรือ น้องกอล์ฟ นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเทพศิรินทร์ หนึ่งในเยาวชนที่มาเข้าค่าย เล่าด้วยความตื่นเต้นหลังผ่านกิจกรรมเรียนรู้พลังงานทดแทนว่า ค่ายนี้ทำให้ผมมีความรู้ด้านอาหารและพลังงานเพิ่มมากขึ้น ผมประทับใจการทดลองต่อวงจรไฟฟ้าสำหรับชุดชาร์จพลังงานโซลาร์เซลล์และชุดไฟฉายและพัดลม ซึ่งผมมองว่าความรู้นี้สามารถนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ด้านพลังงานทดแทน
ซึ่งงานนี้ได้ ชาตรี ตั้งอมตะกุล นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และฝ่ายบริหารค่ายวิทยาศาสตร์ ได้ให้เกียรติมาสอนน้องๆ ทำกิจกรรมการทดลองประกอบแผงวงจรไฟฟ้าด้วยตัวเอง
“การทดลองที่ช
อบที่สุด คือ การทดลองสกัดดีเอ็นเอจากพืชผลไม้ เช่น กล้วย หัวหอมใหญ่ สับปะรด มะเขือเทศ โดยนำไปปั่นด้วยความเร็วสูง แล้วกรองเอาน้ำใส่บีกเกอร์ไว้ จากนั้นเติมน้ำยาล้างจาน ผงเนื้อนิ่ม และแอลกอฮอล์ แล้วเขย่าเล็กน้อย จะเห็นว่ามีเส้นใยสีขาว คือ ดีเอ็นเอที่สกัดได้ การทดลองนี้สนุกมากและหนูรู้สึกตื่นเต้นกับผลที่ได้ และยังทำให้หนูเปลี่ยนความคิดจากที่เคยคิดว่า ดีเอ็นเอเป็นเรื่องไกลตัวและเข้าใจยาก แต่จากการทดลองวันนี้หนูจึงรู้ว่าเรื่องดีเอ็นเอเป็นสิ่งใกล้ตัว เพียงแต่เราต้องรู้จักสังเกตสิ่งรอบตัว” ด.ญ.ชฎาพร กุนุ หรือ น้องแคท นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์ จ.แม่ฮ่องสอน เล่าความรู้ที่ได้รับหลังจากลงมือทดลองด้วยตัวเอง
กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ดูปองท์ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้านอาหารและพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความต้องการของโลกในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ และนับเป็นการจุดประกายให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์มากขึ้น ซึ่งเยาวชนเหล่านี้จะมีส่วนทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพไม่น้อยหน้าชาติใดในโลก และเยาวชนที่มีศักยภาพเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศเพื่อความยั่งยืนด้านอาหารและพลังงานต่อไป







