posttoday
เคล็ดลับสลัดทุกข์

เคล็ดลับสลัดทุกข์

11 พฤศจิกายน 2555

เราสามารถที่จะเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนโรคให้เป็นโชคได้ โดยเคล็ดลับมีง่ายนิดเดียว คือ มองโลกในแง่ดี

โดย...ว.วชิรเมธี

เราสามารถที่จะเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนโรคให้เป็นโชคได้ โดยเคล็ดลับมีง่ายนิดเดียว คือ มองโลกในแง่ดี ถ้าเรามองโลกในแง่ดี แม้ในนาทีที่ทุกข์ที่สุด ก็เปลี่ยนให้เป็นสุขที่สุดได้ อาตมารู้จักผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียนรู้รู้ที่จะเปลี่ยนโรคให้เป็นโชค ผู้หญิงคนนี้ตอนนี้กำลังมีชื่อเสียงมาก เดินสายออกรายการโทรทัศน์เป็นว่าเล่น เพราะเธอเคยป่วยสาหัส แทบล้มประดาตาย แต่วันหนึ่งด้วยวิธีมองโลกในแง่ดีของเธอ จึงหายขาดจากโรคร้าย สามารถเดินสายบรรยายธรรมได้เพราะเธอคิดว่าชีวิตที่เหลือกำไรแล้ว

ตลอดเวลาที่ป่วยมานั้นเธอเหมือนคนที่ตายไปแล้วครึ่งตัว ไม่มีใครรับประกันด้วยซ้ำว่าเธอจะรอด แต่บัดนี้เธอรอดแล้ว มีความสุขมาก ผู้หญิงคนนี้ชื่อ “น้องหนู” เธอป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้าย เมื่อตรวจพบว่าป่วยก็เป็นระยะที่สี่แล้ว แพทย์แจ้งว่าคุณป่วยเป็นมะเร็งนะ

เมื่อรับทราบเช่นนี้ เธอใจชื้นคิดว่าน่าจะเป็นแค่ช่วงเริ่มแรก เพราะเพิ่งมาตรวจ ถ้าเป็นคนอื่นอาจตัวชาคุมสติไม่อยู่ แต่น้องผู้หญิงคนนี้ยังยิ้มกับหมอได้ ทว่าเมื่อแพทย์บอกว่า “ระยะสุดท้าย” เธอถึงเริ่มเศร้า ในขณะที่คนอื่นเศร้าล่วงหน้า ไปแล้วตั้งแต่แพทย์แจ้งว่าเป็นมะเร็ง

เคล็ดลับสลัดทุกข์

 

เมื่อกลับถึงบ้าน คนที่ป่วยหนักกว่าเธอคือแม่ แม่ทรุดทันที เมื่อทราบเรื่อง ลูกสาวถูกลูกศรแห่งความทุกข์ปักที่กาย คือเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ส่วนแม่ถูกลูกศรแห่งความทุกข์ปักที่ใจ ป่วยหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าลูกสาว แม่บอกให้ลูกลาออกจากงาน เธอถามแม่ว่าทำไมต้องลาออก แม่บอกว่าเพราะเธอเป็นคนป่วยระยะสุดท้าย เธอจึงตัดสินใจลาออกจากแม่ตามคำขอของแม่

เธอนั่งอยู่บ้านคนเดียว ทุกคนในบ้านไปทำงานกันหมด อยู่บ้านได้สองอาทิตย์ เธอก็ถามตัวเองขึ้นมาว่า เอ๊ะนี่ ฉันเป็นอะไรนะ โรคทางกายของฉันไม่เป็นอะไรเลย แค่หมอบอกว่า เป็นมะเร็ง แล้วฉันก็ต้องมานั่งอยู่ที่บ้าน ทั้งๆ ที่โรคไม่แสดงอาการอะไรเลย

เธอนั่งอยู่บ้านสองอาทิตย์ก็เริ่มรู้สึกว่า ตกลงที่ฉันกำลังจะป่วยใช่ไหม ฉันป่วยเพราะฉันเป็นมะเร็ง หรือป่วยว่านั่งอยู่เฉยๆ คนเราเมื่ออยู่เฉยๆ ก็ฟุ้งซ่าน เธอเริ่มรู้สึกคล้ายกำลังนั่งรอความตาย ชีวิตไม่คุ้มค่าเสียเลย

วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังนั่งคุยกับแม่ เธอบอกว่า แม่ แม่หนูขอไปทำงานนะ

แม่ถามว่า ทำไมล่ะลูก

เธอตอบว่า ถ้าหนูทำอย่างนี้ หนูจะป่วยเอานะ

แม่นิ่งพักหนึ่งแล้วพูดต่อว่า ลูกเอ๋ย ก็ลูกป่วยจริงๆ นี่นา ลูกจึงเป็นมะเร็งนะ

ลูกสาวจึงบอกว่า แต่อาการมันยังไม่กำเริบเลยคะแม่ นี่แม่ให้หนูรอคอยความตายแล้วหรือค่ะ

เคล็ดลับสลัดทุกข์

 

สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ แม่ไม่ให้เธอไปทำงาน ได้แต่นั่งรอมะเร็งกำเริบอย่างเดียว แต่ระหว่างนั้นเธอก็คิดปรุงแต่งไปต่างๆ นานา “เดี๋ยวก็ต้องไปฉายคีโม เดี๋ยวเส้นผมก็ต้องร่วงหล่น เดี๋ยวก็ต้องผอม สุดท้ายก็ต้องตาย คิดวนไปมาอยู่ตลอดเวลา เธอถูกทิ้งให้อยู่ในบ้านรอรับความตาย สิ่งที่มาเยือนคือความฟุ้งซ่าน จิตปรุงแต่งหนักขึ้นจนซีด ตัวสั่น จิตใจไม่มั่นคง

สุดท้ายเธอจึงขอเจรจากับแม่อีกครั้ง “แม่ หนูขอไปทำงานนะคะ”

แม่ถามซ้ำว่า ทำไมอีกล่ะ เธอบอก “ขืนหนูอยู่อย่างนี้ หนูจะอายุสั้นกว่าที่หมอทำนายแน่ ให้หนูไปทำงานเถอะนะ”

ในที่สุดแม่ก็ใจอ่อนยอมให้เธอไปทำงาน เมื่อเธอไปทำงานเท่านั้น เธอก็กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ จนเพื่อนร่วมงานต่างสงสัย “ตกลงเธอป่วยหรือไม่ป่วยนี่ ดูมีชีวิตชีวาจังเลย” เธอกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เหมือนเดิมทุกอย่าง จนที่ทำงานสรุปว่า ตกลงเธอคงไม่ป่วยแล้วมั้ง สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้แล้ว”

ผู้หญิงคนนี้บอกตัวเองว่า เราไม่เห็นป่วยเลย ทำไมจะต้องมานอนรอความป่วยด้วยล่ะ จึงทำงานตามปกติ แต่เมื่อทำงานไปสักพักหนึ่งอาการก็เริ่มแสดงตัว ทำให้เธอเริ่มเรียนรู้ว่า หลังจากได้รับคำเตือน ในที่สุดความจริงก็มาเยือน เธอจึงเริ่มเรียนรู้ที่จะรับมือ เธอไปเล่าให้หัวหน้าฟังว่า “พี่คะ หนูไปคุยกับหมอมา โรคของหนูหนักมากเลยค่ะ” หัวหน้ารีบถามว่า “แล้วหมอว่าอย่างไรบ้าง” เธอเล่าให้หัวหน้าฟังว่า “หมอบอกว่า ถ้าหนูไม่มีโอกาสหาย หมอจะไม่เสียเวลานั่งคุยด้วย”

คำพูดนี้ของหมอถือว่าเป็นประโยคสำคัญมาก เพราะทำให้ผู้หญิงคนนี้ลุกขึ้นสู้ นับว่าหมอเลือกพูดกับคนไข้ได้อย่างชาญฉลาดมาก “ถ้าไม่มีโอกาสหาย หมอจะไม่เสียเวลามานั่งคุยกับคุณ” นี่เป็นประโยคที่มองโรคในแง่ดีอย่างยิ่ง เธอเล่าให้หัวหน้าฟังต่อว่า “พี่คะ หนูมีโอกาสหายได้ แต่หมอบอกว่า ต้องฉีดยาเข็มละล้านสาม หนูบอกหมอว่า ถ้างั้นหนูตายดีกว่า เพราะอย่าว่าแต่ล้านสามเลยค่ะ เข็มละแสนหนูก็ไม่มีปัญญาจะหามาจ่าย”

ครั้งแรกที่หมอบอกว่าเข็มละแสน แม่จะเอาบ้านเข้าจำนอง เธอคุยกับแม่ว่า “แม่เอาบ้านไปจำนอง ทำไปก็สูญเปล่า เพราะอย่างไรเสีย หนูก็ตายอยู่ดี ทำไมทุกคนต้องมาลำบากเพื่อหนู แม่ไม่ต้องจำนองหรอก อยู่ไปอย่างนี้เดี๋ยวก็ตาย”

ฟังดูคล้ายเธอกำลังสิ้นหวังและทดท้อ คล้ายเธอกำลังปล่อยให้ลูกศรแห่งความทุกข์พุ่งเข้ามาปักทั้งกายและใจ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไร้ปาฏิหาริย์

แต่ปาฏิหาริย์กลับมีอยู่จริง!!!

&<2288;

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท