
ซุป'ตาร์ไม่ได้การันตีความสำเร็จ
แม้ว่าแอลเอ เลเกอร์ส จะคว้าชัยเหนือโกลเดน สเตต วอร์ริเออร์ส ได้ทันที หลังจากที่ปลด ไมค์ บราวน์ ออกจากตำแหน่งโค้ช
โดย...จาด้า
แม้ว่าแอลเอ เลเกอร์ส จะคว้าชัยเหนือโกลเดน สเตต วอร์ริเออร์ส ได้ทันที หลังจากที่ปลด ไมค์ บราวน์ ออกจากตำแหน่งโค้ช แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลายได้ในบัดดล
แฟนบาสเกตบอลเอ็นบีเอทั่วโลก คงจะรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เห็นยอดทีมจากแปซิฟิก ดิวิชัน เริ่มต้นฤดูกาลด้วยการแพ้ 3 นัดรวด ซึ่งถือเป็นสถิติที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 34 ปีของสโมสร ทั้งที่ในช่วงปิดซีซันเพิ่งจะคว้าตัวดาวดังอย่าง ดไวท์ ฮาวเวิร์ด และ สตีฟ แนช มาเสริมทัพ
เมื่อรวมกับสตาร์ประจำทีมที่มีอยู่แล้ว อย่าง โคบี ไบรอันต์ และ พอล กาซอล ก็ทำให้ เลเกอร์ส ได้รับการคาดหมายว่าจะสร้างผลงานได้อย่างสวยหรู
ทว่า ความเป็นจริงกลับสวนทางกับความคาดหวัง เมื่อพวกเขาเก็บชัยชนะได้แค่เกมเดียวจากการลงสนาม 5 นัดแรก จนทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ตะเพิด บราวน์ ออกจากเก้าอี้ และยังถึงขั้นมีการข่มขู่เอาชีวิตลูกชายของ บราวน์ และ ไบรอันต์ ผ่านทางทวิตเตอร์ด้วย
แน่นอนว่า การขู่ฆ่าดังกล่าวเป็นเรื่องที่เลยเถิดเกินไป แต่สุดท้าย บราวน์ ก็ถูกเด้งไปเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่ทางสโมสรจะแต่งตั้งให้ เบอร์นี บิคเกอร์สตาฟฟ์ ผู้ช่วยโค้ช เข้ามารับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพไปก่อน
อย่างไรก็ตาม บิคเกอร์สตาฟฟ์ สามารถประเดิมการเป็นเฮดโค้ชได้อย่างน่าประทับใจ เมื่อพาทีมถล่ม โกลเดน สเตต วอร์ริเออร์ส เพื่อนร่วมกลุ่ม 101-77 เมื่อเช้าวานนี้ตามเวลาไทย พร้อมกับขยับสถิติเป็นชนะ 2 แพ้ 4
อาจจะยังรั้งบ๊วยของดิวิชันเหมือนเดิมก็จริง แต่สิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปก็คงเป็นเรื่องของความมั่นใจที่น่าจะกลับมาอยู่ในระดับที่ดีอีกครั้ง โดยเฉพาะ ไบรอันต์ และ กาโซล สองตัวหลักของทีม
แท็กติกไม่เวิร์ก
บราวน์ นำระบบการเล่นที่เรียกว่า Princeton Offense (พรินซ์ตัน ออฟเฟนส์) มาใช้กับทีมเลเกอร์สชุดนี้ ด้วยความหวังว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพในแนวรุกของทีมให้จัดจ้านยิ่งไปกว่าเดิม
ระบบนี้เริ่มต้นถูกพัฒนาขึ้นมาโดย พีท คาร์ริล อดีตเฮดโค้ชของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ซึ่งจะเน้นไปที่การใช้ความเร็วของผู้เล่นตัวหลักซึ่งจะเป็นเซ็นเตอร์ หรือพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดก็ได้ และคอยผลัดกันส่งบอลและตัดเข้าในกับผู้เล่นอีก 4 คนที่เหลือซึ่งอยู่นอกเขต 3 แต้ม
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าแผนการเล่นแบบนี้จะไม่เหมาะสมนักกับทีมที่อายุเฉลี่ยของผู้เล่นค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับทีมอื่นๆ โดยผู้เล่นตัวหลัก 6 จาก 9 คน ล้วนแต่มีอายุอย่างน้อย 32 ปี และการให้เดินหน้าบุกแหลกในขณะที่ ไบรอันต์ ก็เริ่มโรย แนช ก็ยังไม่เต็มร้อย แบบนี้ก็คงไม่ค่อยเข้าท่าสักเท่าไหร่นัก
เลเกอร์ส ทำผลงานได้ไม่ดีนักในช่วงปรีซีซัน หลังจากที่ บราวน์ นำระบบนี้มาใช้ แต่เขาก็ยังดึงดันที่จะใช้แผนเดิมเมื่อฤดูกาลเปิดฉากขึ้น ซึ่งผลก็ออกมาอย่างที่เห็นว่าผู้เล่นไม่สามารถจะดึงเอาศักยภาพที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาได้อย่างที่โค้ชคาดหวัง และนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ถึง 4 นัดต่อ ดัลลัส มาเวอริกส์, ปอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์, แอลเอ คลิปเปอร์ส และ ยูทาห์ แจ๊ซ
“ผมไม่คิดว่าระบบนี้ (พรินซ์ตัน ออฟเฟนส์) มันจะเวิร์กสำหรับผู้เล่นที่เราดึงเข้ามาร่วมทีม มันมีความกังวลมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซันแล้ว มันไม่มีพัฒนาการอะไรเลย แต่เราต้องการชนะ ทุกคนในห้องต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่ามันถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง” จิม บัสส์ รองประธานฝ่ายจัดการของเลเกอร์ส กล่าวถึงเหตุผลของการปลด บราวน์ ออก หลังคุมทีมได้แค่ 5 เกม
นอกจากนั้น บัสส์ ยังออกคำสั่งให้ บิคเกอร์สตาฟฟ์ โค้ชชั่วคราวของทีม ยกเลิกแผนการเล่นของ บราวน์ ทิ้งไปด้วย และดูเหมือนว่าบรรดาผู้เล่นจะตอบสนองเป็นอย่างดี ด้วยการถล่ม วอร์ริเออร์ส เกิน 20 แต้ม ในเกมแรกที่ไม่มีบราวน์คอยสั่งการ
ต้องอาศัยเวลา
การย้ายมาของ แนช และ ฮาวเวิร์ด ทำให้ เลเกอร์ส มี “บิ๊กโฟร์” อยู่ในทีมเมื่อรวมกับ 2 ดาราหน้าเก่าอย่าง ไบรอันต์ และ กาโซล
อย่างไรก็ตาม การมีสตาร์อยู่ค่อนทีมแบบนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ยังขาดความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งปัญหานี้จะแก้ไขได้ก็ด้วย “เวลา” เท่านั้น เพราะเมื่อลงเล่นด้วยกันนานๆ เข้า การประสานงานก็คงจะดีขึ้นตามลำดับ
แฟนบาสตัวยงคงจะพอจำกันได้ว่าตอนที่ 3 สตาร์ของไมอามี ฮีต อย่าง เลบรอน เจมส์, คริส บอช และ ดเวน เวด มาเล่นด้วยกันเป็นฤดูกาลแรก พวกเขาก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จในทันทีเสียเมื่อไหร่ โดย 17 เกมแรกมีสถิติชนะ 9 แพ้ 8 ซึ่งดูๆ ไปแล้ว สถานการณ์ก็ถือว่าคล้ายคลึงกับที่ เลเกอร์ส ต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้
หลังจากนั้น เมื่อเล่นด้วยกันไปนานๆ ความรู้ใจก็มีมากขึ้น และ “ทีมเวิร์ก” ที่ดีนี่เองที่ทำให้ ฮีต ผงาดคว้าแชมป์เอ็นบีเอในฤดูกาลที่ผ่านมาได้สำเร็จ พร้อมกับพิสูจน์ว่าความสำเร็จนั้นไม่อาจจะสร้างขึ้นมาได้แบบชั่วข้ามคืน
นอกจากพรสวรรค์ส่วนตัวของผู้เล่นแล้ว องค์ประกอบสำคัญอีกอย่างก็คือการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของทีมเป็นหลัก เพราะถ้าต่างฝ่ายต่างก็มีอีโก้ คิดว่าตัวเองเก่งกว่า มีบารมีมากกว่า ก็คงทำให้ทีมไม่พัฒนาไปไหนแน่
ช่วงที่แพ้ติดๆ กัน ไบรอันต์ หลุดปากวิจารณ์ ฮาวเวิร์ด เพื่อนร่วมทีมคนใหม่ ว่าไม่เห็นจะเก่งกาจอะไรนักหนา ไม่สมกับฉายา “ซูเปอร์แมน” ที่ได้รับมาสมัยอยู่กับออร์แลนโด แมจิก เลย ขณะที่เซ็นเตอร์วัย 26 ปี ก็จวกซูเปอร์สตาร์รุ่นพี่ว่าอายุก็มากแล้ว แต่ยังไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเองเวลาที่เล่นไม่ได้ดั่งใจ
ก่อนหน้านี้ ฟิล แจ็คสัน อดีตเฮดโค้ชของ เลเกอร์ส เคยเขียนไว้ในหนังสือของตัวเองก่อนที่จะกลับมาคุมทีมเป็นครั้งที่ 2 ว่า ไบรอันต์ นั้นเป็นคนประเภทที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งใคร ถือเอาตัวเองเป็นสำคัญตลอด ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า บราวน์ จะเจอปัญหาเดียวกันนี้ด้วยหรือเปล่า เพราะต้องยอมรับว่าชู้ตติงการ์ดวัย 34 ปี ถือเป็นขาใหญ่ในทีมจริงๆ
แจ็คสัน คัมแบ็ก?
เสียงตะโกนของแฟนๆ ในสเตเปิลส์ เซ็นเตอร์ เรียกร้องให้ เลเกอร์ส ดึง ฟิล แจ็คสัน กลับมาดังกระหึ่ม เพราะในสายตาของกองเชียร์ แจ็คสัน คือสุดยอดเฮดโค้ชตัวจริง พิสูจน์ได้จากการพาทีมคว้าแชมป์เอ็นบีเอมาแล้วถึง 5 สมัย
หลังจากที่ประกาศอำลาทีมไปหลังจบฤดูกาล 20102011 แจ็คสัน ก็ยังไม่ได้โค้ชทีมไหนอีกเลย เนื่องจากใช้เวลากับการเขียนหนังสือเล่มใหม่ที่ชื่อ “Eleven Rings” (แหวนแชมป์เอ็นบีเอ 11 วง) ซึ่งมีกำหนดจะวางจำหน่ายในเดือน เม.ย.ปีหน้า
เจ้าของสมญานาม “Zen Master” ได้รับการยกย่องให้เป็นโค้ชที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการเอ็นบีเอ เพราะนอกจากจะช่วยให้ เลเกอร์ส ได้แชมป์ 5 สมัยแล้ว ก่อนหน้านี้ยังช่วยให้ ชิคาโก บูลส์ กลายเป็นทีมไร้เทียมทานในยุค ไมเคิล จอร์แดน ที่ได้แชมป์ไป 6 สมัยด้วย
อย่างไรก็ตาม เลเกอร์ส คงต้องอาศัยความพยายามในการกล่อมให้ แจ็คสัน เปลี่ยนใจกลับมาคุมทีมเป็นคำรบที่ 3 เพราะก่อนหน้านี้ เขาเคยบอกว่าต้องการจะพักผ่อน แต่ก็ไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าจะหันหลังให้วงการเป็นการถาวร
ว่ากันว่า หาก แจ็คสัน ไม่เล่นด้วย ผู้บริหารของเลเกอร์ส อาจจะหันไปจีบ เจอร์รี สโลน อดีตโค้ชของยูทาห์ แจ๊ซ หรือ ไมค์ ดิ’อันโตนี อดีตโค้ช นิวยอร์ก นิกส์
สื่อมะกันวิเคราะห์ว่า ดิ’อันโตนี ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่เข้าที เพราะว่าเขาเคยร่วมงานกับ สตีฟ แนช ตอนอยู่ฟีนิกซ์ ซันส์ มาก่อน และยังคุมทีมชาติสหรัฐลุยศึกโอลิมปิกเกมส์ “ลอนดอน 2012” ด้วย เพราะฉะนั้นจึงมีความคุ้นเคยทั้ง ฮาวเวิร์ด และ ไบรอันต์ เป็นอย่างดี
ยังไม่สายเกินไป
ในขณะที่กองเชียร์ของเลเกอร์สส่วนใหญ่ ต่างรู้สึกกระวนกระวายใจกับผลงานที่น่าผิดหวังของทีมรัก แต่อย่างน้อยการชนะวอร์ริเออร์สได้ ก็น่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นมาบ้าง และหากว่า แนช หายเจ็บและกลับมาฟิตสมบูรณ์เมื่อไหร่ การจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมก็น่าจะดีขึ้น
หากว่าทีมสามารถหาโค้ชคนใหม่ได้เร็วเท่าไหร่ ก็น่าจะยิ่งเป็นผลดีมากขึ้นเท่านั้น เพราะนี่ยังอยู่ในช่วงต้นฤดูกาล ทำให้ยังมีเวลามากพอที่จะแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องต่างๆ ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ เพราะเมื่อปี 1991 ชิคาโก บูลส์ ก็เคยออกสตาร์ตซีซันด้วยการแพ้ 3 นัดติดต่อกัน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ลงเอยด้วยการคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ
เลเกอร์ส ได้รับการยกจากบ่อนพนันถูกกฎหมายให้เป็นเต็ง 2 ต่อจาก ฮีต ที่จะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ และด้วยเม็ดเงินที่ลงทุนไปร่วม 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (3,000 ล้านบาท) กับการทำทีมชุดนี้ แน่นอนว่าผู้บริหารของทีมย่อมต้องการเห็นโทรฟีแชมป์เอ็นบีเอ สมัยที่ 17 มาประดับตู้โชว์สโมสร
ไบรอันต์ เคยได้เหรียญแชมป์มาครองแล้วถึง 5 สมัยก็จริง แต่อย่าลืมว่า 2 เพื่อนร่วมทีมใหม่อย่าง แนช ในวัย 38 ปี และ ฮาวเวิร์ด ยังไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นมาก่อน และนั่นน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีที่จะทำให้ทั้งคู่ต้องพยายามเร่งงัดฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมา โดยเฉพาะในรายของ แนช ที่น่าจะใกล้อำลาการเล่นอาชีพเต็มทนแล้ว







