posttoday
กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว

กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว

08 พฤศจิกายน 2555

ถือเป็นธรรมเนียมปกติ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ต่างแดน ที่มักแชะภาพเก็บบรรยากาศคู่กับรูปปั้นประเทศนั้นๆ

โดย...มิวโกโตะ

ถือเป็นธรรมเนียมปกติ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ต่างแดน ที่มักแชะภาพเก็บบรรยากาศคู่กับรูปปั้นประเทศนั้นๆ เพื่อหวังให้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยมาเยือนที่แห่งนี้แล้ว

ถ้าเป็นประเทศไทยคนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่ชอบถ่ายภาพกับรูปปั้นแนวประวัติศาสตร์หรือเกี่ยวกับศาสนา ส่วนถ้าเป็นสาวกเกาหลีคงหนีไม่พ้นเรื่องของตามรอยละครเป็นแน่

แม้แต่ละประเทศจะมีความแตกต่างทางเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่จะมีอยู่ 2 ประเทศที่จะทำให้ผู้มาเยือนต้องงัดพารามากินสักสองเม็ด เพื่อลดอาการปวดหัวก่อนต้องเลือกว่าจะถ่ายรูปคู่รูปปั้นใด คือประเทศ ฝรั่งเศส และอิตาลี เพราะดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปินเกลื่อนเมือง ดังนั้นแทบทุกแยกบนถนนจะมีรูปปั้นรูปทรงแปลกๆ ให้ได้เห็นกัน

กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีอยู่เยอะ แต่มีรูปปั้นอยู่รูปหนึ่งในแดนน้ำหอมที่ได้รับความนิยมสุดๆ ทั้งที่เพิ่งนำมาจัดแสดงเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมานี้เอง นั่นคือรูปปั้นจำลองเหตุการณ์ที่ ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส โชว์ลีลาเฮดบัตต์ใส่ มาร์โก มาเตรัซซี เซ็นเตอร์ฮาล์ฟชาวอิตาเลียน จนถูกตะเพิดออกจากสนามในช่วงต่อเวลาพิเศษ แมตช์ชิงดำศึกฟุตบอลโลกปี 2006

หลังปล่อยเวลาผ่านเนิ่นนานมา 6 ปี อเดล แอบเดสเซมี ศิลปินชาวแอลจีเรีย กลับเล็งเห็นว่าเหตุการณ์อื้อฉาวดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์แห่งวงการกีฬา จึงจัดแจงปั้นและหล่อทองแดงความสูงขนาด 5 เมตร เพื่อจำลองเหตุการณ์สุดคลาสสิก ก่อนนำไปแสดงหน้าศูนย์แสดงศิลปะ ปอมปิดูว์ เซ็นเตอร์ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยเปิดเพียง 3 เดือนก็มีนักท่องเที่ยว หรือผู้คนที่สัญจรไปมาแถวนั้น แวะเวียนไปลั่นชัตเตอร์กันไม่ขาดสาย เช่นเดียวกับชายคนนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามีชายปริศนาคนหนึ่งมาถ่ายภาพคู่รูปปั้น ซึ่งสร้างความฮือฮาให้คนละแวกนั้นพอสมควร จนเมื่อซูมไปใกล้ๆ กลับพบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ มาเตรัซซี อดีตกองหลังอิตาลี หรือคู่กรณีที่ถูกชิซูใช้หัวล้านขวิดในรูปปั้นนั่นเอง

กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว

 

อย่างว่าแหละเวลาผ่านไป ใจคนก็เปลี่ยน จากที่เคยแค้นและไม่ยอมกันถึงขนาดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านปากมานั่งรีเพลย์เทปหาคนผิดในเหตุการณ์ครั้งนั้น วันนี้เจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2006 กลับมานั่งยิ้มถ่ายรูปพร้อมโพสต์รูปขึ้นทางทวิตเตอร์ ก่อนบรรยายใต้ภาพแบบฮาๆ ว่า “ทายสิ ผมอยู่ที่ไหน?”

นอกจากจะอารมณ์ดีราวกับลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว เฮียมาเตรัซซีแกยังออกมายอมรับแมนๆ ด้วยว่า เหตุการณ์ที่กรุงเบอร์ลินคราวนั้น เขาเป็นต้นเหตุเอง โดยไปพูดจายั่วยุถึงน้องสาวของ ซีดาน ทำให้ยอดนักเตะชาวฝรั่งเศสกลั้นอารมณ์ไม่อยู่และก่อเรื่องในที่สุด ขณะที่ ซีดาน เองก็ไม่ติดใจเรื่องดังกล่าวแล้ว

นั่นหมายความว่าวันเวลาสามารถช่วยเยียวยาความรู้สึกที่ไม่ดีในอดีตได้จริง เชื่อว่าปัจจุบันทั้ง มาเตรัซซี และ ซีดาน คงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้น

ดังนั้น อยากฝากไปถึงผู้อ่านที่กำลังมีเรื่องไม่สบายใจ จงรู้จักปล่อยวางในการดำเนินชีวิต เพราะเรื่องร้ายแรงที่ยากรับมือในวันนี้ อาจเป็นเพียงคำว่า กาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว ในอนาคตก็เป็นได้

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ