
ร่วมอนุโมทนาธรรมปลายพรรษากับสาธุชน (ตอน ๗)
ด้วยชุดขาวพร้อมเครื่องสักการบูชาที่น่าศรัทธายิ่ง
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ด้วยชุดขาวพร้อมเครื่องสักการบูชาที่น่าศรัทธายิ่ง ไม่ต้องกล่าวถึงในพระอุโบสถ แม้ลานรอบนอกยังเนืองแน่นไปด้วยสาธุชน จนเกือบจะหาทางเดินไม่เจอ เสียงสวดพระปริตรที่กระหึ่ม การบูชาธรรมที่สงบ และการสวดชินบัญชรอธิษฐานธรรมอันไพเราะได้เกิดขึ้นที่นี่ ณ วันปิยมหาราช ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๕ อันควรแก่การบันทึกไว้เป็นธัมมานุสรณ์ในดวงใจของสาธุชนที่ได้มีโอกาสไปร่วมงานดังกล่าวที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อ ม.ล.สราลี กิติยากร ประธานคณะศิษย์ศรัทธาในพระอาจารย์อารยะวังโส ได้กล่าวถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อทรงมีพระสุขภาพที่แข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน....
คณะศรัทธาสาธุชนเรือนพันพร้อมใจกันสงบนิ่ง ส่งจิตไปตามถ้อยกถาถวายพระพร เพื่อขอทรงพระเจริญ ด้วยการน้อมถวายพระราชกุศลที่ได้ประพฤติดีแล้ว ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร บรรยากาศตรงนี้ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เชื่อว่า ปีติธรรมเกิดขึ้นถ้วนหน้าในสาธุชนผู้มีโอกาสได้กระทำความดีอันยิ่งใหญ่ดังกล่าว งานวันดังกล่าวจบด้วยดี สมบูรณ์เหมือนทุกครั้ง แต่ยิ่งใหญ่ไปตามฉบับชินบัญชรอธิษฐานธรรมที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ ซึ่งอาตมาได้บรรยายธรรม นำสาธุชนอบรมจิตตภาวนา โดยเนื้อหาสาระธรรมก็คงเป็นไปในแนวเดียวกับที่กล่าวไปแล้วเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย หากสาธุชนสนใจขอแผ่นซีดีบันทึกเสียงสวดและบรรยายธรรม เพื่อจะได้นำไปบูชาก็สามารถติดต่อขอเข้ามาได้ที่
คอลัมน์ “ธรรมส่องโลก” ก่อนที่อาตมาจะจบวิสัชนาจากกรณีสืบเนื่องเนื่องใน งานสวดพระปริตรอธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทย ครั้งที่ ๔๐ ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี เมื่อ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา อาตมาได้อัญเชิญรูปเหมือนแกะสลักไม้ของสมเด็จโตฯ ที่สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ ๕ (สมเด็จพระปิยมหาราช) เข้าสู่พระอุโบสถ เพื่ออธิษฐานบารมีของพระเดชพระคุณสมเด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีสวด “ชินบัญชรอธิษฐานธรรม ครั้งที่ ๒” เนื่องในงานสวดพระปริตรฯ ครั้งที่ ๔๐ เพื่อเป็นอนุสติจากการจัดงานครั้งนี้ ที่อาตมามีความประทับใจในความศรัทธาของสาธุชนเป็นอย่างยิ่ง ที่เดินทางมาร่วมงานกันมากมายด้วยจิตใจที่ใสบริสุทธิ์ อาตมาจึงขอนำคำกล่าวพยากรณ์ชะตาเมืองไทย ที่ระบุว่า “สมเด็จโต” เป็นผู้พยากรณ์ไว้ถึง ๑๐ ยุค เพื่อช่วยกันพิจารณา อันเป็นประโยชน์ต่อความเข้าใจสภาวธรรมในแต่ละกาลสมัยที่ผูกพันกัน ด้วยกรรมเผ่าพันธุ์ของสัตว์ในสังคมยุคนั้นๆ
โดยมีรายการพยากรณ์ดังนี้
1.ยุคมหากาฬ หมายถึงรัชกาลที่ ๑
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพราะเป็นยุคแห่งการรบราฆ่าฟันปราบยุคเข็ญทั้งภายนอกและภายในประเทศ เพื่อให้บ้านเมืองเป็นปกติสุข หลังจากทรงปราบดาภิเษกแล้ว
2.ยุคพาลยักษ์ หมายถึงรัชกาลที่ ๒
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นยุคแห่งความเคราะห์ร้าย วิบัติของผู้คนที่เกิดจากอหิวาตกโรค อย่างร้ายแรงผู้คนล้มตายลงวันละมากๆ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๓ ตามสุสานวัดสำคัญๆ เช่น วัดสระเกศ และวัดบพิตรพิมุข เต็มไปด้วยซากศพ ผู้เสียชีวิต ตามแม่น้ำลำคลองมีศพลอยสะดุดตา กลิ่นซากศพกระจายไปทั่ว ถนนหนทางมีแต่ความเงียบสงัด ผู้คนหลบซ่อนอยู่ภายในบ้าน บางครอบครัวอพยพหนีโรคร้ายไปอยู่ต่างหัวเมือง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รับสั่งให้ทำพระราชพิธียิงปืนใหญ่รอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง ๑ คืน ทรงให้อัญเชิญพระแก้วมรกตอันศักดิ์สิทธิ์ และพระบรมธาตุออกแห่แหน เป็นการขับไล่โรคภัยและปลอบขวัญพลเมือง ประมาณว่า มีผู้เสียชีวิตครั้งนั้นไม่ต่ำกว่า ๓ หมื่นคน
3.ยุครักมิตร หมายถึงรัชกาลที่ ๓
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เริ่มต้นกระทำสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฯลฯ
4.ยุคสนิทธรรม หมายถึงรัชกาลที่ ๔
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศรัทธาฝักใฝ่ในพระบวรพุทธศาสนา ได้ทรงผนวชเป็นเวลานานจึงเรียกว่าเป็นยุค สนิทธรรม
5.ยุคจำแขนขาด หมายถึงรัชกาลที่ ๕
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







