
เสียแรงมีเชื้อไทย...ไหว้ไม่เป็น
เมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปเกาะขอบกรีนดูวงสวิง “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ อดีตมือ 1 โลกที่กำลังรั้งอันดับ 2 ปัจจุบันแบบจะจะ หลังตอบรับคำเชิญของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิต “เครื่องดื่มตราช้าง”
เมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปเกาะขอบกรีนดูวงสวิง “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ อดีตมือ 1 โลกที่กำลังรั้งอันดับ 2 ปัจจุบันแบบจะจะ หลังตอบรับคำเชิญของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิต “เครื่องดื่มตราช้าง”
ทาง “ช้าง” นั้นมีโปรแกรมพานักกอล์ฟสมัครเล่นไทยที่ผ่านการคัดเลือกไปตะลุย “แดนเสือเหลือง” มาเลเซีย เพื่อชมศึกกอล์ฟรายการใหญ่ระดับโลก “ซีไอเอ็มบี คลาสสิก 2012” ซึ่ง พีจีเอ ทัวร์ จัดร่วมกับ เอเชียน ทัวร์ ชิงเงินรางวัลรวมถึง 6.1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 189 ล้านบาท) ณ สนาม เดอะ ไมน์ส รีสอร์ต แอนด์ กอล์ฟ คลับ ที่เซลังงอร์ (25-28 ต.ค.) เนื่องจาก “ช้าง” ได้เป็นผู้สนับสนุนเครื่องดื่มอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในทัวร์นาเมนต์นี้ เป็นระยะเวลา 5 ปี (2010-2014)
คราวนี้แม้เป็นปีที่ 3 แล้ว “ช้าง” ก็ยังคงสร้างฝันของนักหวดวงสวิงไทยให้เป็นจริงอย่างต่อเนื่อง โดยพามือสมัครเล่นเยาวชนผู้โชคดี (ต้องมีฝีมือด้วย) พร้อมด้วยสื่อมวลชน ไปสัมผัสประสบการณ์อันล้ำค่าน่าตื่นตาตื่นใจ และนำทัพโดย สุรพล อุทินทุ กรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟ และผู้อำนวยการโครงการไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารไทยเบฟและทีมงาน
ที่พิเศษสุดของศึกซีไอเอ็มบีฯ คราวนี้ก็คือ ไทเกอร์ มาร่วมดวลวงสวิงด้วยเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นการเดินทางมาลงแข่งที่มาเลเซียเป็นครั้งที่ 2 ของแชมป์เมเจอร์ 14 สมัย หลังเคยมาหวดก้านเหล็กในศึกเวิลด์คัพปี 1999 ที่สนามนี้ แล้วควง มาร์ก โอเมียรา เพื่อนซี้ต่างวัย คว้าแชมป์โลกให้ทีมสหรัฐ
แต่ที่พิเศษกว่านั้นอีก เห็นจะเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้เดินตามรอยโปรในระหว่างที่ทำการแข่งขันใน 2 วันสุดท้ายด้วย ซึ่งเท่ากับได้เรียนรู้ทักษะวิธีการเล่น รวมทั้งการแก้ปัญหาต่างๆ จากยอดฝีมือระดับโลกตัวเป็นๆ เลยทีเดียว ไม่ใช่ดูการสอนผ่านทางแผ่นซีดี และก็น่าจะสามารถนำประสบการณ์ไปปรับปรุงการเล่นเพื่อพัฒนาฝีมือก้าวไปสู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพในอนาคตต่อไป
สำหรับเยาวชนที่โชคดีสุดๆ ได้เดินตามรอย “พี่เสือ” ไทเกอร์ เป็น 2 พี่น้องจาก จ.เชียงใหม่ คือ ชาลิสาธยาน์ ลิมปิผลไพบูลย์ ซึ่งเป็นการบังเอิญที่สามารถผ่านการคัดเลือกมาได้ทั้งพี่ทั้งน้อง ไม่ได้ใช้เส้นแต่อย่างใด ทำให้ “พี่โบว์” ชาลิสา กับ “น้องแตงโม” ธยาน์ ได้เดินตามรอยพญาเสือที่ออกรอบกับ เบน เครน เพื่อนโปรชาติเดียวกัน ดีกรีแชมป์ปี 2010
“ต้องขอขอบคุณเครื่องดื่มตราช้างและซีไอเอ็มบี ที่ทำให้ฝันของโบว์เป็นจริง เพราะการได้มีโอกาสเดินตามโปรกอล์ฟระดับโลก และยังได้จับมือพร้อมถ่ายภาพร่วมกับ ไทเกอร์ วูดส์ แล้วได้ประกาศชื่อบนแท่นทีออฟ ถือเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดในชีวิตเลยค่ะ” สาวน้อยจากภาคเหนือ กล่าว
ขณะที่น้องชายก็บอกว่า ไทเกอร์ เป็นนักกอล์ฟในดวงใจมาตั้งแต่ยังอายุ 5 ขวบ และคอยติดตามผลงานมาโดยตลอด ซึ่งหลังจากได้เดินตามรอยเสือ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ไทเกอร์ ถึงมีแฟนกอล์ฟทั่วโลก และประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มามากมาย
ที่น้องทั้งสองพูดมา ผมก็เห็นด้วยหรอกนะว่าพี่เสือนั้นเก่งกาจขนาดไหน (จบการแข่งขันด้วยอันดับ 4 ร่วม) ยิ่งใหญ่กว่าใครทุกคนในสนาม เพราะเวลาก้าวเดินแต่ละทีต้องมีบอดี้การ์ดตัวยังกะยักษ์ 56 คน คอยเดินห้อมล้อม (ยกเว้นแค่ระหว่างเดินลงแข่งในสนาม)
แต่ที่รับไม่ค่อยได้ก็เห็นจะเป็นเรื่อง “การไหว้” ที่ถือเป็นประเพณีไทยดั้งเดิม “พี่ต้น” (ชื่อเล่นภาษาไทยของ ไทเกอร์) ช่างไม่ประสีประสาเอาซะเลย ขนาด 2 พี่น้องยกมือไหว้ ยังไม่รับไหว้เลย ทำได้แค่ยื่นมือมาเชกแฮนด์เท่านั้นเอง
แหม! อุตส่าห์เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน เพราะมีแม่เป็นคนไทย (นางกุลธิดา) การไหว้นั้นง่ายกว่าหวดลูกกอล์ฟตั้งเยอะ
เสียแรงที่ ไทเกอร์ มีเชื้อไทย แต่ทำไมไม่รู้จักประเพณีการไหว้เอาซะเลย
เท่าที่รู้คุณแม่กุลธิดา เคยพา ไทเกอร์ เข้าวัดไทยฝึกสมาธิก็หลายครั้ง ขนบธรรมเนียมไทยก็น่าจะพอรู้บ้าง แถมยังมีสร้อยคอแขวนพระ “ไพรีพินาศ” อีกด้วย
เรื่อง ไพรี...พินาศ รึเปล่า ผมไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไทเกอร์ ทำ นารี...พินาศ ไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว (น่าจะนับไม่ถ้วน) มิฉะนั้นคงไม่ได้ฉายา “คาซาโนวูดส์” ก็ขนาดเมียรักอย่าง เอลิน นอร์ดเกรน ยังต้องบอกเลิกฟ้องหย่าขอแบ่งสมบัติ พร้อมกับหอบลูกหนีจนเป็นข่าวโด่งดังทั่วโลกมาแล้ว







