
ดีไซเนอร์ดาวรุ่ง “วิฬุวรรณ หนูยัง”
โดย...พี่ชายที่แสนดี / ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
โดย...พี่ชายที่แสนดี / ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ฉบับนี้คุยกับสาวปี 4 สาขาออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร หนึ่งในทีมดีไซเนอร์ดาวรุ่งโอซีเอซี ผลงานบนแอล แฟชั่น วีก 2012
แฟ้ม-วิฬุวรรณ หนูยัง เป็นคนง่ายๆ เปิดเผยตรงไปตรงมา จริงใจ ไม่ชอบเสแสร้ง มีหัวใจรักศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ชอบประดิดประดอย จนนำเธอมาสู่หนทางแห่งการศึกษาด้านการออกแบบ และอวดผลงานให้ผู้คนประจักษ์ในที่สุด
“เป็นคนชอบงานศิลปะมาตั้งแต่ประถมค่ะ ชอบงานฝีมือ บวกกับการเป็นคนชอบแต่งตัวมาตั้งแต่เด็กๆ เลย จำได้ว่าเริ่มวาดรูปเสื้อผ้าใส่ในสมุดเป็นแค็ตตาล็อกเล่นๆ ตั้งแต่ตอนอยู่ประถม จนกระทั่งอยู่มัธยม 3 เราถึงรู้สึกว่าอยากเรียนอะไรที่เกี่ยวกับการออกแบบเครื่องแต่งกาย เลยขอพ่อแม่เรียนศิลปะเป็นเรื่องเป็นราวมาเรื่อยๆ จนสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ช่วงปี 12 เป็นอะไรที่สนุกมาก เรียนอยู่ฝั่งนครปฐม อยู่หอกับเพื่อนๆ เรียนๆ เที่ยวๆ ยังไม่ได้ซีเรียสหรือว่าจริงจังอะไรมากมาย แต่ก็ไม่ถึงกับทิ้งการเรียน แต่พอเริ่มเข้าปี 3 ก็เริ่มคิดแล้วว่าต่อไปจบออกไปเราจะไปเป็นอะไร เราควรจะทำอะไรยังไงให้เราได้สามารถมีที่ยืนหลังเรียนจบไปได้ บวกกับตอนปี 3 เจออาจารย์ที่ทำให้เรารู้สึกสนุกและแฮปปี้กับสาขาที่เรียนมากขึ้น เลยรู้สึกสนใจมันมากขึ้น
โดยส่วนตัวไม่ค่อยชื่นชอบอะไรที่ตามกระแสสังคม อยากทำในสิ่งที่ตนเองชื่นชอบ อาจไม่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ทำสนองความชอบของตัวเอง ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่เราก็สามารถทำอะไรอย่างนี้ได้ แต่จบไปแล้วอาจต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติซะใหม่ ยอมตามกระแสไปบ้าง เพราะการทำงานแฟชั่นเป็นเหมือนการทำเพื่อสนองตัณหาคน หากเราไม่สามารถสนองเขาได้ เราก็อยู่ไม่ได้
การเรียนในมหาวิทยาลัย เป็นที่ที่ให้ความรู้ พื้นฐานการประกอบอาชีพที่ตนเองชอบ แต่เพียงแค่เรียนจบ ได้เกรดดี ไม่ได้แปลว่าเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไป แฟ้มว่ามันอยู่ที่เส้นทางความพึงพอใจของแต่ละคน อย่างสาขาที่เราเรียนอยู่ แต่ละคนเป้าหมายก็ไม่เหมือนกัน บางคนจบไปอยากแค่เปิดร้านมีกิจการเล็กๆ ก็พอ แต่แฟ้มคิดว่าถ้าเราตั้งเป้าหมายไว้สูงเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งถีบตัวเองให้ไปถึงเป้าหมายให้ได้ เรื่องสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งตอนเรียนอยู่หรือจบไปแล้ว เรามีคอนแทกต์เยอะ มีคนรู้จักเยอะ ก็จะทำให้การทำอะไรๆ ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ”
เธอเป็นลูกสาวคนกลางที่มุ่งมั่นตั้งใจดี แม้ว่าไม่ได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัวที่สงขลา แต่ทางบ้านก็อบอุ่นและให้กำลังใจเสมอ ความฝันของเธอจึงไม่ใช่เรื่องไกลเกินกว่าพยายาม
“แฟ้มเป็นคนสงขลา พ่อมีกิจการส่วนตัว ส่วนแม่เป็นพยาบาลค่ะ ที่บ้านก็อยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ แต่พักหลังพี่และก็น้องก็แยกย้ายกันไปเรียนคนละที่ เลยทำให้เจอกันน้อยลง แต่พอทุกคนมีวันหยุดพร้อมๆ กันก็พยายามหาโอกาสกลับบ้านอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า บ้านเป็นที่ที่อยู่แล้วรู้สึกมีความสุข อบอุ่น ผ่อนคลายที่สุดค่ะ
ครอบครัวมักพร่ำสอนในเรื่องเกี่ยวกับการวางแผนจัดการการทำงานค่ะ แม่คอยสอนอยู่เสมอว่าถ้าเราทำงานอย่างมีระบบจะทำให้งานเสร็จลุล่วงได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะช่วงปี 4 ตอนนี้งานเยอะมาก ทั้งงานเรียน งานธีซิส และงานโชว์ Elle Fashion Week ต้องพยายามวางแผนการทำงานให้ดี ให้ลุล่วงผ่านไปด้วยดีทั้งหมดค่ะ แม่ก็จะช่วยคิดช่วยวางแผนไปด้วยว่าควรทำอะไรก่อนหลังดี
ช่วงที่ยากที่สุดในการเรียน แฟ้มว่าก็เป็นช่วงปี 4 นี่แหละค่ะ เกี่ยวกับการทำศิลปนิพนธ์ การเลือกสิ่งที่ตัวเองสนใจนำมาออกแบบเครื่องแต่งกาย งานที่ออกมาจะเป็นอะไรที่ฟ้องความเป็นตัวเรามากที่สุด และแสดงให้เห็นว่าเราสามารถทำอะไรได้ค่ะ
แผนในอนาคตใกล้ๆ นี้ อยากจะหาทุนไปเรียนต่อเมืองนอกในสาขาวิชาเครื่องแต่งกายที่ตัวเองสนใจค่ะ แต่ถ้าเป็นอนาคตอีกซัก 10-20 ปีข้างหน้า ก็อยากจะมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง หาเงินได้ก็อยากไปเที่ยวเยอะๆ พาพ่อแม่ไปเที่ยวด้วยกัน
เวลาว่างแฟ้มชอบดูหนัง หาดูหนังสืออื่นที่นอกเหนือจากหมวดแฟชั่นอย่างสถาปัตยกรรมหรืองานประดิษฐ์ งานออกแบบผลิตภัณฑ์ เพราะมันสามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานได้ดีกว่าการเปิดดูแค่หนังสือแฟชั่นค่ะ
อย่างงานออกแบบของแฟ้ม ก็เริ่มจากการมองดู มองแล้วคิด วิเคราะห์ว่ามันเป็นมายังไง มันเกิดจากอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้ พยายามตั้งคำถามให้ตัวเอง จากนั้นก็ศึกษาค้นคว้าสิ่งที่เราอยากรู้หรือว่าสงสัยเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รู้จักมันมากขึ้น ในระหว่างการศึกษาแรงบันดาลใจจะมีลักษณะบางสิ่งบางอย่างที่รู้สึกว่ามันใช่มันโดนกับเรา แล้วนำไปคิดเป็นคอนเซปต์ในการทำงาน
แฟ้มจะค่อยๆ คิด ค่อยๆ วิเคราะห์ ทำให้งานเราดูมีชั้นเชิงมากกว่าการหยิบเอาสิ่งที่เห็นนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานเลย สิ่งที่ได้ก็จะไม่มีความแปลกใหม่ เป็นแค่สิ่งที่คนอื่นๆ ก็เคยเห็นอยู่ทั่วๆ ไป
ท้อได้แต่อย่าถอย ล้มแล้วก็ต้องลุกขึ้นให้ได้ ในการทำงานทุกครั้งการอยู่กับคำชมมากกว่าคำติ สำหรับหนูคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง หนูจะเป็นคนที่ชอบที่จะฟังคำติมากกว่าคำชม พยายามแก้ไขหรือว่าเอาชนะคำติให้ได้
สิ่งหลักๆ ที่นำมาใช้ในงานโชว์ที่ผ่านมาจะเป็นผ้าทอเกาะยอค่ะ เป็นผ้าที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวสงขลาที่มีมาแต่โบราณ รวมไปถึงการใช้ผ้าฝ้ายไทย เป็นการนำผ้าไทยที่ทุกคนเคยเห็นกันเดิมๆ ซ้ำๆ มาใช้เทคนิคให้ดูแล้วมีความแปลกใหม่ แปลกตามากขึ้น ส่วนเรื่องความคาดหวังก็คงไม่ได้หวังอะไรมากมาย ขอแค่งานออกมาเป็นอย่างที่เราคาดหวัง ให้ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ
“นักศึกษาที่ดีต้องเป็นอย่างไร เพราะอะไร และตัวเราอยู่ในจุดยืนตรงไหน” ผมเอ่ยถามสาวนักออกแบบ
“สิ่งสำคัญที่นักศึกษาควรจะมีคือเป้าหมาย ถ้าไม่มีเป้าหมายในชีวิต ทุกอย่างก็จะลอยๆ เคว้งๆ ไม่มีแรงขับในทั้งการเรียน การทำงาน อย่างน้อยๆ เข้ามาเรียนก็ควรจะตั้งใจเรียน ถึงแม้ว่าเกรดจะไม่ได้เป็นตัวตัดสินอนาคต แต่ก็เป็นสิ่งที่แสดงถึงความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง และอีกอย่างนักศึกษาก็คือปัญญาชน การส่งเสริมนักศึกษาในวันนี้ก็เหมือนการสร้างฟันเฟืองที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ” ฟังแล้วเธอนั้นงามใจ งามความคิด และเชื่อว่าเธอจะมุ่งสร้างผลงานงามๆ ต่อไปในแบบฉบับของตัวเอง







