
ร่วมอนุโมทนาธรรมปลายพรรษา กับสาธุชน!! (ตอน ๒)
การเรียนรู้ในพระพุทธศาสนาในฐานะพุทธบริษัท จึงต้องเรียนรู้ให้ครบ รู้จัก รู้จริงในทุกส่วน
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
การเรียนรู้ในพระพุทธศาสนาในฐานะพุทธบริษัท จึงต้องเรียนรู้ให้ครบ รู้จัก รู้จริงในทุกส่วน เพื่อความเข้าใจรูปสามัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา จะได้เข้าไปหาได้ถูกต้อง เพื่อการหาคุณประโยชน์อันแท้จริง
ในฐานะพุทธศาสนิกชน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องเรียนรู้ให้ครบส่วนเป็นไปตามลำดับจนกว่าจะรู้จัก รู้จริงในแก่นสารพระพุทธศาสนา ที่สำคัญ เพื่อการเดินเข้าไปหาให้ถูกต้อง ตรงตามลักษณะสามัญแห่งต้นสาระพระพุทธศาสนา ซึ่งส่วนที่เรามองเห็นเป็นเครื่องหมายเมื่อมองระยะไกล คือ กิ่ง ก้าน ใบ ที่แสดงความเป็นเครื่องหมายส่วนภายนอกของพระพุทธศาสนา เพื่อการเดินเข้าไปหาอย่างถูกต้อง ไม่หลงสำคัญผิดในต้นไม้นั้น ก่อนที่จะสำรวจในส่วนอื่นๆ ของ ต้นสาระพระพุทธศาสนา นั้น เช่น สะเก็ดไม้ เปลือกไม้ กระพี้ไม้ เพื่อการแทงตลอดเข้าไปให้ถึงแก่นไม้เป็นสำคัญ
การรู้จักสวดมนต์ไหว้พระอย่างมีสาระธรรม จึงเป็นส่วนเบื้องต้นที่สำคัญต่อการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การศึกษาปฏิบัติ โดยเฉพาะบท “นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ” ที่สาธุชนทั้งหลายท่องบ่นจดจำได้มาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งหากรู้จักพิจารณาก็จะเข้าถึงความจริงของพุทธคุณ หรือ “คุณพระพุทธ” ซึ่งสาธุชนจะต้องตั้งใจเพื่อเข้าถึงตามกำลังของตน เพื่อรู้จักให้จริง ...รู้คุณให้แจ้งในคุณของพระพุทธเจ้าทั้ง ๓ ประการ ที่ปรากฏในบทนะโม ได้แก่ พระมหากรุณาธิคุณ (ภควา – นะโม ภควโต) พระบริสุทธิคุณ (อรหัง – นะโม อรหโต) และพระปัญญาธิคุณ (นโม สัมมาสัมพุทธัสสะ)
การสวดประกาศ บทนะโม จึงเป็นการกระทำความนอบน้อมบูชาพระพุทธคุณจากจิตใจด้วยกาย – วาจา ที่สำรวมตั้งอยู่ในฐาน สุจริตของกรรมบถทั้งสิบ เพื่อถวายความนอบน้อมอย่างรู้คุณ และเปล่งประกาศพระคุณของพระผู้มีพระภาคด้วยความเคารพนอบน้อมด้วยอวัยวะอันสูงสุด ด้วยการ อัญชลี – วันทา – อภิวาท หมอบกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ อันเป็นไปตามลักษณะวิสัยของพุทธศาสนิกชนที่ฝึกฝนในเบื้องต้นมาดีแล้ว ที่กระทำใดๆ อย่างระมัดระวัง สำรวม รู้ความควร ความไม่ควรต่อการกระทำ เรียกว่า รู้จักในสิกขา บัญญัติ ข้อปฏิบัติอันควร จะมากล่าวเลี่ยงบาลี พูดเล่นลิ้นแบบโลกๆ ไม่ได้ เพราะนี่คือพระพุทธศาสนาที่มีรูปแบบการประพฤติปฏิบัติที่พระอริยเจ้าสรรเสริญ
การรู้จัก – การรู้คุณ จึงเป็นการถวายความนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าและพระธรรมเจ้า การนำสิ่งที่รู้คุณซึ่งมีในตนมาประพฤติปฏิบัติตามองค์คุณแห่งพระธรรมคำสั่งสอน ทั้งศีล สมาธิ ปัญญา สิกขาบท บัญญัติ ทั้งหลาย เพื่อการทำคุณให้เกิดขึ้นในตนด้วยการปฏิบัติ จึงเป็นการถวายความนอบน้อมสักการบูชาแด่พระสังฆเจ้า ด้วยการปฏิบัติดี– ปฏิบัติชอบ ตามหลักธรรมคำสั่งสอน ซึ่งเป็นคุณของพระสงฆ์ เมื่อถึงพระคุณทั้ง ๓ ครบองค์คุณแห่งพระรัตนตรัย จึงได้ชื่อว่า เป็นผู้เข้าถึงพระไตรสรณคมน์ มีวัดอยู่ในจิต–มีพระอยู่ในใจ ในทุกสถานที่จักปฏิบัติบูชาในพระคุณของพระทั้งสาม
ในทุกสถานจึงเป็นวัดได้หมด หากสาธุชนรู้จักประพฤติปฏิบัติตั้งแต่การสวดมนต์ไหว้พระ ศึกษาธรรมะให้รู้คุณจนแจ้งใจ เพื่อการน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติดี–ปฏิบัติชอบ จะเป็นมงคลแห่งชีวิต ในทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อด้วย เป็นการเปิดประตูปัญญาแห่งชีวิตด้วยอำนาจธรรมที่สำเร็จด้วยการ ศึกษาปฏิบัติ จะได้มีสติปัญญาให้รู้เท่าทันในสภาวธรรมทั้งหลายที่เกิด-ดับ ปรากฏอยู่มากมายไม่รู้จักจบสิ้น จะได้ไม่ต้องหวั่นไหวในทุกๆ สถานการณ์
ด้วยความมั่นใจว่า “ธรรมย่อมชนะอธรรมเสมอ” สำคัญคือ การเข้าให้ถึงคุณแห่งธรรมอันปรากฏมีอยู่ในเมื่อรู้จักสักการบูชาพระทั้ง ๓ ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ จนพัฒนาสติปัญญาให้ตั้งมั่นแน่วแน่ รู้เท่าทันในสภาวธรรมทั้งหลายอย่างมีความตั้งมั่นของจิต ก็จะเห็นแจ้งจริงใน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ที่เป็นที่สุดแห่งการเรียนรู้ธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งประชุมความรู้รวมลงที่พระไตรลักษณญาณ อันประกาศกฎความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติ ที่เรียกว่า ธรรมนิยาม โดยยึดหลักกระบวนการปฏิบัติว่า เมื่อจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียวแล้ว จนได้ความเป็นสมาธิที่สมบูรณ์พร้อม
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







