
จดหมายรัก จดหมายชีวิต
อดีตพิธีกรสีสันบันเทิง “ตี้-ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ” ที่ผันมาจับงานแปลนวนิยายคราวนี้เธอไปจับนวนิยายของนักเขียนชาวอเมริกัน “เจสัน เอฟ. ไรท์” มาถ่ายทอดสู่ผู้อ่าน
อดีตพิธีกรสีสันบันเทิง “ตี้-ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ” ที่ผันมาจับงานแปลนวนิยายคราวนี้เธอไปจับนวนิยายของนักเขียนชาวอเมริกัน “เจสัน เอฟ. ไรท์” มาถ่ายทอดสู่ผู้อ่าน
เรื่อง : อัคร เกียรติอาจิณ / ภาพ : กิจจา อภิชนรจเรข
อดีตพิธีกรสีสันบันเทิง “ตี้-ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ” ที่ผันมาจับงานแปลนวนิยาย ควบคู่กับการเป็นดีเจเสียงใสคลื่น 103.5 FM One เพิ่งจะมีผลงานเล่มล่าสุดวางแผงไปเมื่อไม่นาน คราวนี้เธอไปจับนวนิยายของนักเขียนชาวอเมริกัน “เจสัน เอฟ. ไรท์” ซึ่งขึ้นแท่นเบสต์เซลเลอร์ระดับท็อป เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ The Wednesday Letter โดยมีสำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ดูแลอย่างใกล้ชิด
“มันท้าทายตี้ตรงที่เรื่องนี้มันเป็นนวนิยายที่เขียนโดยผู้ชาย เพราะที่ผ่านมาตี้เคยแปลแต่นวนิยายของผู้หญิง เลยเป็นการทำงานที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับตัวเองอยู่เหมือนกัน ตอนแรกลังเลนะ เพราะกลัวละครเขาเป็นตุ๊ด (หัวเราะร่วน) ล้อเล่นๆๆๆ”
เมื่อได้โจทย์ค่อนข้างหิน ธิดารัตน์จึงต้องระวังเรื่องลีลาและภาษาเป็นพิเศษ เพราะอย่างที่เธอพูดไว้ เดี๋ยวตัวละครจะอยู่ในอารมณ์ หญิ๊ง หญิง เกินไป
“จะระวังก็ตรงเรื่องภาษานี่แหละค่ะ ใช้คำอะไรและยังไงถึงจะไม่ให้เป็นอารมณ์ผู้หญิง เพราะถ้าเอาอารมณ์ตี้อย่างเดียวมันอาจจะเป็นภาษาผู้หญิง และความที่มันเป็นจดหมายรัก คำที่ถูกปั้นขึ้นต้องถอดความออกมาให้พอดี กวีมากไปก็ไม่ดี”
The Wednesday Letter หรือชื่อภาษาไทย “จดหมายวันพุธ” จรดปลายปากกาขึ้นโดยนักเขียนเจ้าของนวนิยายฮอตฮิต Christmas Jars ซึ่งธิดารัตน์เองก็ยังไม่เคยอ่านผลงานของเขามาก่อนเลย
“ตี้เชื่อนะคะว่าถ้าเล่มไหนเป็นของเรา หมายถึงเราน่าจะได้แปล มันก็จะไม่ไปไหนหรอก อย่างเล่มนี้ตี้ไปเจอในร้านหนังสือ รู้สึกว่าใช่ อยากแปล เลยโทร.ไปหาพี่ บก. ที่โพสต์บุ๊กส์ ว่า พี่ตี้เจอเล่มที่อยากแปลอีกแล้ว และทุกครั้งของตี้ก็จะเป็นยังเนี้ย ต้องไปเจอเล่มที่อยากแปลแล้วค่อยไปเสนอสำนักพิมพ์”
เนื้อหาในนวนิยายเล่มนี้ พูดถึงจดหมายที่ชายคนหนึ่งเขียนหาภรรยา ทุกๆ วันพุธ เขาจะใช้เวลาหลังจากทำภารกิจประจำวันเสร็จ เขียนจดหมายบอกเล่าความรู้สึก ความในใจ โดยที่ภรรยาก็อยู่ห้องถัดไป หรือบางครั้งก็นอนอยู่บนเตียง จดหมายแต่ละฉบับยาวสั้นต่างกัน
พล็อตนวนิยายอยู่ในบรรยากาศโรแมนติก ใช้ฉากหลังโรงแรมเก่าที่ตั้งอยู่บนหุบเขา เล่าเรื่องโดยเคล้าไว้ด้วยกลิ่นอายเมโลดรามานิด จดหมายวันพุธแทนสัญลักษณ์ “ความรัก” และ “ความลับ” ของเหล่าตัวละคร มันถูกเปิดเผยภายหลังจากที่คู่สามีภรรยาจากโลกไป โดยมีลูกๆ 3 คน เป็นคนแกะอ่าน
ปมแย้งที่รอวันปลดคลาย เหตุการณ์ที่ชวนซาบซึ้ง ตัวละครที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะล้วนสะท้อนถึงเงื่อนงำบางอย่าง อันนำมาซึ่งจุดเด่นของนวนิยายเรื่องนี้
“ที่ตัดสินใจแปลเรื่องนี้ เหตุผลก็คือประทับใจที่เขาใช้จดหมายเป็นช่องทางในการสื่อสาร เพราะยุคนี้แล้วจดหมายไม่มีใครเขียนกันแล้ว ส่วนตัวก็ชอบด้วยไง รู้สึกว่ามันมีความละเมียดละไม ภาษาจะไพเราะมากกว่านวนิยายทั่วไป แล้วเรื่องราวมันก็กระชากใจ มีการหักมุม ถ้ามองเผินๆ จะคิดว่าผู้เขียนพูดถึงเรื่องศาสนาค่อนข้างเยอะ แต่พออ่านไปอ่านมา จริงๆ มันคือการพูดถึงการให้อภัยกัน และมันก็มีความเป็นครอบครัว พี่น้อง ซึ่งใกล้เคียงกับสังคมไทย คนไทยน่าจะเข้าใจ”
งานแปลเล่มที่ 5 ของธิดารัตน์ ผ่านกระบวนการคัดกรองตรวจแก้ต้นฉบับจากสำนักพิมพ์อย่างเข้มข้น ด้วยเพราะอยากให้สมกับเป็นนวนิยายเบสต์เซลเลอร์ที่งานหนักจึงตกไปที่ผู้แปล ซึ่งเธอต้องอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษหลายรอบ ทั้งยังพยายามแสวงหาคลังคำจากแหล่งต่างๆ นอกเหนือที่มีอยู่ในสมอง
“ตัวตี้เองไม่ใช่คนเก่งภาษาอังกฤษเลยนะ สมัยเรียนมหาวิทยาลัยนี่เรียกว่าต้องเข็นกันสุดๆ แต่เรารู้ว่าเราชอบและทำได้ดีในวิชาภาษาไทย ซึ่งมันก็เหมาะกับงานแปล เพราะงานแปลเก่งแต่ภาษาต่างประเทศไม่ได้ ภาษาไทยก็ต้องแข็งแรงด้วย แปลออกมาแต่สื่อสารไม่เข้าใจ หรือไม่สละสลวยก็หมดกันค่ะ ฉะนั้นคนที่รู้ภาษาไทยเยอะได้เปรียบ”
ธิดารัตน์ ผ่านงานแปลมาก่อนหน้านี้แล้ว 4 เล่ม ประเดิม 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องหัวใจ แปลจาก Open House ต่อด้วย เราจะคิดถึงกันผ่านท้องฟ้าและทะเล Olive’s Ocean สวยอย่างหนัก Alternate Beauty และ ขอเป็นลมสุดท้ายให้เธอ Never Change “จุดเริ่มต้นมันคงมาจากสมัยเด็กที่ตี้เคยดูหนังแล้วอยากเป็นนักแปล จนความคิดเหล่านั้นก็หายไปไหนไม่รู้ แล้วจู่ๆ มันก็กลับมาใหม่ วันแล้ววันเล่า มันวนเวียนอยู่ในสมอง แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือทำสักที เพราะตอนนั้นเหมือนคิดว่าโอกาสน่าจะมาหาเราเอง จนแต่งงานก็แล้ว ก็ยังไม่ได้ลงมือทำ สามีก็แซวว่า เอ้า... ไหนบอกว่าจะแปลหนังสือไง ทำไมนอนอยู่เฉยๆ ล่ะ เออ... ใช่ วันหนึ่งก็ไปเดินร้านหนังสือ เจอหนังสือเล่มหนึ่งวางขวางอยู่บนชั้น ดึงออกมา ดูสันปก นี่แหละที่ฉันอยากแปล ซึ่งเล่มนั้นก็คือ Open House งานแปลเล่มแรกของตี้นั่นแหละ”
ดูเหมือนงานแปลทั้ง 5 เล่ม ธิดารัตน์จะมุ่งเน้นนวนิยายเป็นหลัก ส่วนหนึ่งเพราะเธอชอบอ่าน และเธอก็ว่านวนิยายมีเสน่ห์ตรงที่ได้เห็นพัฒนาการของตัวละคร ได้อินไปกับตัวละครตัวโปรด เช่นที่หยิบ Wednesday Letter ออกมาจากชั้นหนังสือ อ่านรวดเดียวจบ จนอยากถ่ายทอดเป็นภาษาไทยให้คนอื่นได้สัมผัสและอิ่มเอมกับเนื้อเรื่องและตัวละคร
“เป็นคนที่เล่าเรื่องด้วยปากไม่สนุกน่ะ ตี้จะเป็นแบบเนี้ยแหละ จนเพื่อนๆ ส่ายหน้า ไม่เห็นจะอยากตรงไหน ทั้งที่ตี้ก็ยืนยันว่านวนิยายมันสนุกมาก การแปลเป็นตัวอักษรช่วยได้เยอะมาก เพราะอย่างน้อยๆ เราก็เชื่อว่าหนังสือดีๆ ก็คงถูกส่งต่อไปถึงคนอีกจำนวนหนึ่งที่อยากอ่านมัน แต่ไม่สามารถเข้าถึงมันได้”







