
เทคโนฯ พระจอมเกล้าธนบุรี คว้าชนะเลิศหนังสั้นต้านยาไอซ์
โดย...เดอะ วอทเชอร์
โดย...เดอะ วอทเชอร์
สมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวในฐานะประธานพิธีประกาศผลและมอบรางวัลแก่เยาวชนผู้ชนะเลิศการผลิตสื่อสร้างสรรค์ในรูปแบบหนังสั้นมากต่อต้านยาเสพติด ความยาว 30 วินาที ภายใต้โครงการ “ปล่อยของ 1” ในหัวข้อ “Knock Knock Out Knock Ice สังเวียนไอเดีย น็อคไอซ์” โดยกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ร่วมกันจัดขึ้นว่า หนังสั้นของผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศเป็นผลงานคุณภาพที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ ผลงานทั้งหมดยังเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เกิดสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้นในสังคม โดยสาระสำคัญทุกชิ้นงานล้วนมีเอกลักษณ์เพื่อการเผยแพร่ความรู้ที่ความเข้าใจถูกต้องเกี่ยวกับพิษภัยของการเสพยาประเภทไอซ์ ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในกลุ่มวัยรุ่นวัยเรียนทั่วประเทศ ไม่ให้หลงไปกับโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ว่าเสพแล้วจะหุ่นดี หรือช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วยาชนิดดังกล่าวมีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทและร่างกายสูงกว่ายาบ้า
ทั้งนี้ ได้คัดเลือกทีมเยาวชนผู้ผ่านการคัดเลือกหนังสั้นทั้งหมด 10 ชิ้น โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ 1.นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. ทีมชนะเลิศ คือ ทีม Thossagun Art Attack ชื่อผลงาน โจ๊ก จากวิทยาลัยอาชีวศึกษา จ.อุดรธานี รองชนะเลิศ คือ ทีมขมิบ ชื่อผลงาน สะท้อน จากโรงเรียนมารีวิทย์ จ.ชลบุรี รองชนะเลิศอันดับ 2 คือ ทีม Caf้’ Film ชื่อผลงาน ICE จากโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย จ.ศรีสะเกษ รางวัลชมเชย 2 ทีม คือ ทีม ยอ. ชื่อผลงาน ยอ. จากโรงเรียนพระหฤทัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ และทีมปาร์ตี้ยาไอซ์ ชื่อผลงาน ปาร์ตี้ยาไอซ์ จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี จ.นนทบุรี
2.นิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา/ปวส. ทีมชนะเลิศ คือ ทีม The Face Impact ชื่อผลงาน ท่อ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รองชนะเลิศ คือ ทีม S.L. Studios Entertainment ชื่อผลงาน อย่าลอง ถ้าไม่อยากพัง จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ รองชนะเลิศอันดับ 2 คือ ทีม Maker ชื่อผลงาน ความสุขที่ใกล้ตัว จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ รางวัลชมเชย 2 ทีม คือ ทีม Lamp ชื่อผลงาน Changed Color จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และทีม Comlacq ชื่อผลงาน เสียงที่ไม่ได้ยิน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทีมชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัลรวมกว่า 2.4 แสนบาท อย่างไรก็ตาม หนังสั้นที่ผ่านการประกวดในครั้งนี้จะมีการนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อรณรงค์และปลุกจิตสำนึกในการปฏิเสธสิ่งเสพติดโดยเฉพาะยาไอซ์ต่อไป
ส่วน ณรงค์ รัตนานุกูล ที่ปรึกษา ป.ป.ส. กล่าวว่า เวทีการประกวดผลงานในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาทุกคนได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมมือกันเยียวยาแก้ไขปัญหายาไอซ์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกคนในสังคมต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน และผลงานที่ได้เข้ารอบมานั้นสามารถสร้างแรงกระตุ้นให้เยาวชน ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ฉุกคิดถึงประเด็นปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี







