posttoday
สปป.ลาว ตอนที่ 2 : สบายดีหลวงพระบาง

สปป.ลาว ตอนที่ 2 : สบายดีหลวงพระบาง

27 ตุลาคม 2555

หลังจากที่ซื่นมื่นกันที่ “เวียงจันทน์” ในสัปดาห์ก่อน ทีมงานรายการโลก 360 องศา

หลังจากที่ซื่นมื่นกันที่ “เวียงจันทน์” ในสัปดาห์ก่อน ทีมงานรายการโลก 360 องศา ก็เดินทางต่อไปยัง “หลวงพระบาง” เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของ สปป.ลาว โดยในปีนี้บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวของ สปป.ลาว นั่นเอง

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก่อนเดินทางสู่ “หลวงพระบาง” มักจะทราบกันเป็นอย่างดีว่า “หลวงพระบาง” ตั้งอยู่ในแขวงหลวงพระบาง ซึ่งเป็นแขวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ สปป.ลาว

ที่นี่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1 แสนคน และจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่า ในสมัยอาณาจักรล้านช้าง เมืองหลวงพระบางเคยมีชื่อเรียกว่า เมืองซัวและเมืองเชียงทอง ซึ่งนับเป็นเมืองสำคัญทั้งในด้านการปกครองและยังเป็นศูนย์กลางของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรแห่งนี้อีกด้วย

“หลวงพระบาง” จึงขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพระพุทธศาสนา มีวัดวาอารามมากกว่า 100 วัด มีจำนวนพระสงฆ์และสามเณรจำพรรษามากกว่า 1,000 รูป

สปป.ลาว ตอนที่ 2 : สบายดีหลวงพระบาง

 

พวกเราเดินทางไปยัง “วัดใหม่สุวรรณพูมาราม” ซึ่งคนส่วนใหญ่เรียกสั้นๆ ว่า “วัดใหม่” สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2337 ปัจจุบันตั้งอยู่บนถนนศรีสว่างวงศ์ ใกล้กับพระราชวังหลวงพระบาง

จุดเด่นของวัดแห่งนี้ คือ หลังคาของพระอุโบสถ สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมหลวงพระบาง อันประกอบไปด้วยหลังคาที่ซ้อนกันถึง 5 ชั้น ทำให้ดูแตกต่างไปจากหลังคาพระอุโบสถของวัดอื่นๆ

ภายในพระอุโบสถยังประดับไปด้วยงานไม้แกะสลัก บอกเล่าเรื่องราวของพระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นฝีมือการแกะสลักโดย “เพี้ยตัน” ศิลปินแห่งชาติของ สปป.ลาว

นอกจากนั้น ยังประดิษฐานพระประธานที่มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง มีพระพักตร์งดงาม และยังมีพระพุทธรูปประดับอยู่บนผนัง ซึ่งว่ากันว่ามีจำนวนถึง 1 แสนองค์

จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อไปยัง “วัดเชียงทอง” ซึ่งมีอายุกว่า 450 ปี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2102 ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช

วัดแห่งนี้มีจุดเด่นที่พระอุโบสถ ซึ่งมีหลังคาแอ่นโค้ง ลาดต่ำลงมาซ้อนกัน 3 ชั้น และส่วนตรงกลางของหลังคาประดับด้วยช่อฟ้ามากถึง 17 ช่อ นอกจากนั้นบริเวณผนังด้านหลังของพระอุโบสถยังมีภาพประดับกระจกรูปต้นทอง ซึ่งเกิดจากการใช้กระจกสีมาประดับต่อกันเป็นรูปต้นทองขนาดใหญ่

ภายในพระอุโบสถยังมีเรื่องราวของพระสุธนมโนราห์ และเรื่องพระเจ้าสิบชาติ ซึ่งมีลักษณะลวดลายแบบปิดทองฉลุ บนพื้นลงรักสีดำ นับว่ามีความวิจิตรงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองนี้

พวกเราชวนกันเดินเล่นไปตามถนนสายหลักของ “หลวงพระบาง” และได้รับคำบอกเล่าว่า เมื่อตกค่ำถนนสายนี้จะกลับกลายเป็น “ไนต์บาซาร์” ถนนคนเดินอันคึกคักไปด้วยผู้คนและร้านรวง เพื่อรอเวลาที่จะขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกที่ว่ากันว่างดงามจับตาจับใจเป็นอย่างมาก

เรายังได้ไปเยือน “เฮือนมรดกเชียงม่วน” อาคารที่ได้รับการอนุรักษ์โดยองค์การยูเนสโก เป็นอาคารไม้เก่าแก่ที่สุดในเมืองหลวงพระบาง ถือเป็นต้นแบบของบ้านลาวยุคโบราณ ซึ่งนับวันจะหาชมได้ยาก

นอกจากนั้น ยังมี “เฮือนพวงจำปา” บ้านไม้โบราณรุ่นแรกๆ ของเมืองหลวงพระบางที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี โดยยังคงความสมบูรณ์และสวยงามเป็นอย่างมาก

เมื่อได้เวลานัดหมาย เราก็เดินขึ้นสู่ “พระธาตุพูสี” ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาใจกลางเมืองหลวงพระบาง มีความสูงราว 150 เมตร โดยคนที่จะขึ้นมายัง “พระธาตุพูสี” จะต้องเดินขึ้นบันได 328 ขั้น

นอกจากจะได้ชมความงดงามของพระธาตุพูสีอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังจะได้เห็นทัศนียภาพรอบเมืองหลวงพระบาง และจุดหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมเป็นอย่างมาก คือ การนั่งรอเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินที่ “พระธาตุพูสี” ซึ่งความงดงามนั้นประทับอยู่ในความทรงจำสมคำร่ำลือจริงๆ

หลังจากเดินลงมาจากพระธาตุพูสีแล้ว ถนนสายเดิมก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเป็น “ตลาดไนต์บาซาร์” ใจกลางเมือง บนถนนบริเวณหน้าหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง โดยมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เปิดขายกันตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ซึ่งรัฐบาลลาวได้จัดให้ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ เป็นเวลาแห่งถนนคนเดิน ดังนั้นรถทุกชนิดจะไม่สามารถเข้าออกบริเวณถนนสายนี้ได้

สินค้าส่วนใหญ่ที่นำมาจำหน่ายมักจะเป็นสินค้าหัตถกรรม มีความโดดเด่นในเรื่องของลวดลายและความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองหลวงพระบาง จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ในการซื้อหาของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

สปป.ลาว ตอนที่ 2 : สบายดีหลวงพระบาง

 

เช้าวันต่อมา พวกเราได้ร่วม “ตักบาตรข้าวเหนียว” อันเป็นวิถีเช้าของชาวหลวงพระบาง ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์

วิธีการตักบาตรข้าวเหนียวของที่นี่จะใส่เฉพาะข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียว และเมื่อพระสงฆ์บิณฑบาตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางวัดก็จะเคาะเกราะไม้ไผ่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่แจ้งให้ชาวบ้านรู้ว่า ถึงเวลายกสำรับกับข้าวที่ได้เตรียมไว้ไปถวายพระที่วัด โดยเรียกกันว่า “การถวายจังหัน”

ต่อจากนั้นพวกเราก็ไปยัง “ร้านกาแฟประชานิยม” ตามคำแนะนำของเจ้าบ้าน โดยร้านกาแฟแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนเลียบแม่น้ำโขง มีจุดเด่นที่กาแฟรสกลมกล่อม ซึ่งเป็นกาแฟคั่วบดส่งตรงมาจากทางตอนใต้ของประเทศนี้

กาแฟเริ่มเข้ามาใน สปป.ลาว ตั้งแต่สมัยยุคล่าอาณานิคม และสามารถปลูกได้ดีทางตอนใต้ของประเทศ ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีเยี่ยม จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้วิถีชีวิตของคนลาวนั้นมีความผูกพันกับกาแฟมากขึ้น จนถึงปัจจุบันกาแฟได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับ สปป.ลาว เป็นจำนวนมาก

ถึงแม้ว่าเมือง “หลวงพระบาง” นั้นจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็เป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงสถาปัตยกรรมบ้านเรือนที่ควรค่าต่อการอนุรักษ์ นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญของประเทศ ด้วยคุณค่าอันมิอาจประเมินได้เหล่านี้จึงทำให้เมือง “หลวงพระบาง” ได้รับการยกย่องเป็น “เมืองมรดกโลก” ที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ติดตามชมเรื่องราวและภาพความประทับใจอีกมากมายของ “หลวงพระบาง” ได้ในรายการโลก 360 องศา วันเสาร์ เวลา 21.30 น. ทาง ททบ.5

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท