
ไรอัน กิกส์ ฮีโร่เดินดิน
....ทีมข่าวกีฬา
จะให้นั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมาดูม้าแข่งเหมือนกับ ไตตรัส บัมเบิล ขายลิขสิทธิ์ภาพงานแต่งงานให้กับนิตยสารไฮโซเหมือนกับ เวย์น รูนีย์ หรือว่าจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์สาวกรี๊ดคอแตกเหมือนกับ เดวิด เบคแฮม กับ คริสเตียโน โรนัลโด น่ะหรือ
สำหรับ ไรอัน กิกส์ แล้วลืมไปได้เลย
“
พูดตรงๆ เลยนะครับ ผมไม่เห็นว่าจะมีอะไรเลวร้ายไปกว่านั้นอีกแล้วล่ะ ผมไม่เคยรู้สึกดีกับการเป็นดารา ผมต้องการให้ชีวิตส่วนตัวเป็นเรื่องส่วนตัว” ปีกชาวเวลส์ วัย 36 ปี กล่าวกับหนังสือพิมพ์นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์แน่นอน กิกส์ รู้ดีว่าการเป็นนักฟุตบอลของทีมอภิมหาดังอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตัวเขาเองพกพาดีกรีแชมป์พรีเมียร์ลีก 11 สมัย เอฟเอคัพ 4 สมัย ลีกคัพ 3 สมัย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2 สมัย และนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีจากการจัดอันดับของบีบีซีปีล่าสุด ตลอด 20 ปีของการค้าแข้งในโอลด์แทรฟฟอร์ด โดยไม่มีใบแดงติดตัวสักใบ
“
ผมเคยผ่านช่วงที่มีงานโฆษณาเข้ามามากมาย ซึ่งจริงๆ แล้วผมว่ามันกระทบต่อการเล่นฟุตบอลของผมนะ ผมเหนื่อย ไม่ได้เหนื่อยกาย แต่มันเหนื่อยใจ คนอย่างเบคส์จะไม่เคยเห็นว่ามันจะกระทบการเล่นฟุตบอลของเขาหรอก และน่าจะเป็นธรรมชาติของเขาไปแล้ว แต่ผมน่ะเหรอ ผมไม่เคยทำด้วยความรู้สึกสบายอกสบายใจเลย”กิกส์ เป็นสุภาพบุรุษ เรียบง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน เขาบอกว่าช่วงเวลาที่เขาสนุกสนานกับชีวิตนักฟุตบอลมากที่สุดคือ นับตั้งแต่ก้าวสู่วัย 30 ปีเป็นต้นมา เมื่อเขาได้เป็นพ่อคนครั้งแรก หลังการกำเนิดของลูกสาว
“น้องลิบบี”ลิเบอร์ตี โบ ก่อนที่จะได้ลูกชายในอีก 3 ปีถัดมา ชื่อ แซ็ก โจเซฟจากนั้นในปี 2007 เขากับ สเตซี คุก แม่ของเด็กๆ จึงลั่นระฆังวิวาห์
ชีวิตพ่อค้าแข้งที่ต้องทำงานอย่างหนัก ทนรับแรงกดดันมหาศาล มีเรื่องราวมากมายวิ่งวุ่นอยู่ในหัว เมื่อมีลูกๆ มาเติมเต็มครอบครัว เขาจึงค้นพบว่าการพักผ่อนมันมีความสำคัญแค่ไหน
“
กลับบ้านไปชิล ชิล เมียผมโกรธเป็นบ้าเลย เพราะว่าผมชอบดูกีฬาทางทีวี พ่อผมเป็นแฟนรักบี้ ผมก็ดูทั้งรักบี้และกีฬาอื่นๆ ทุกอย่าง จากนั้นผมก็ไปรับลูกๆ ที่โรงเรียน แล้วก็พักผ่อนสบายแฮ”ความสุขแบบเรียบง่ายนี้ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับเอเยนต์วัยชราของเขา แฮร์รี สเวลส์ ที่เคยดูแล จอร์จ เบสต์ และ ไบรอัน ร็อบสัน สองตำนานแมนฯ ยูไนเต็ดมาก่อน
กิกส์ ไม่ได้เป็นคนโลภทรัพย์ สเวลส์เองก็เช่นกัน กิกส์ บูชาความจงรักภักดี และสเวลส์เองก็เช่นกัน
“
ตอนนี้ผมล่ะสงสารนักเตะบางคนที่กำลังเติบโตขึ้นมา สงสารพ่อแม่นักเตะที่กำลังเติบโตขึ้นมา พวกเขาจะต้องเจอพวกเอเยนต์แวะมาหาเมื่อเด็กๆ อายุได้เพียง 1314 ปี คุณจะเลือกใครล่ะ จะไว้ใจใครได้ล่ะ”ในเดือน พ.ย.ปีนี้ กิกส์ จะมีอายุ 37 ปีเข้าไปแล้ว เป็นบั้นปลายชีวิตค้าแข้งของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เขาก็ได้ต่อสัญญากับต้นสังกัดออกไปจนถึงปี 2011 และยังแอบคิดว่าจะยังคงเล่นฟุตบอลต่อไปหลังจากนั้นด้วย
“
ก็ตอนนี้ผมรู้สึกดีนี่ครับ นึกไม่ออกเลยว่าทำไมผมจะเล่นต่อไม่ได้ แต่ก็อีกนั่นแหละ มีเวลาอีก 1 ปี ซึ่งผมอาจจะรู้สึกแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ผมไม่ได้วางเป้าหมายอะไรให้ตัวเองหรอก ผมไม่ยึดติดอยู่กับสถิติต่างๆ ที่ผมทำได้สำเร็จ ไว้เลิกเล่นก่อนผมค่อยมาคิดถึงละกัน แน่นอนล่ะว่าผมภูมิใจกับสิ่งที่ทำได้นะ แต่ผมก็มักจะมองไปข้างหน้าอยู่เรื่อย”ขณะนี้ กิกส์ เข้าอบรมการเป็นโค้ชไปด้วย เผื่อว่าวันข้างหน้าเขาจะยังคงได้รับใช้ทีมผีแดงต่อไปในอีกตำแหน่งหนึ่ง
“
จริงๆ แล้วผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าจะทำอะไรต่อไป แต่คิดว่าน่าจะเป็นในวงการฟุตบอลนั่นแหละ”






