posttoday
ทุกข์แค่เอื้อม อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ

ทุกข์แค่เอื้อม อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ

24 มีนาคม 2553

....วิชช์ณะ ยุติ

ภายในแกลเลอรีดีโอบี (DOB) หัวลำโพง บรรยากาศวันนั้น จะว่าเงียบเหงาก็ใช่ จะว่าคึกคักก็ไม่เชิง เราก้าวเท้าขึ้นไปบนชั้น 2 สิ่งที่อยู่ประจันหน้าคือผลงานศิลปะ ชุดที่เรียกว่า “ความทุกข์” (Suffering)

“ความทุกข์ เป็นความจริงอันประเสิรฐ” ข้อความนี้ได้ปรากฏอยู่ในจอทีวี กำลังบอกอะไรคนเราหรือ ยืนนิ่งไปพักใหญ่ ข้อความก็ยังเวียนซ้ำๆ

พลันที่สายตาเหลือบไปเห็นผู้ชายผมยาวรวบตึงร่างสูงเดินมา เราจึงหลุดออกจากภวังค์ “อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ” ยังคงไม่เปลี่ยนสไตล์ มาดนิ่งของเขาบวกกับน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลูกศิษย์ลูกหาคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร น่าจะคุ้นกันดี

“ชุดนี้มันต้องเริ่มต้นดูไล่เรียงมาเรื่อยๆ แล้วจะรู้ถึงความทุกข์ครบถ้วนทุกกระบวน” อำมฤทธิ์ กล่าว และพาเราเดินชมผลงานแต่ละชิ้น

งานที่ว่าด้วยความทุกข์และอิงศาสนา อำมฤทธิ์ยอมรับว่านี่เป็นชุดที่เต็มตัวมากที่สุด โดยใช้สื่อชนิดประเภทผสมผสานกัน จนก่อเกิดเป็นผลงานแนวคอนเซปต์ชวล ที่คล้ายจะเรียบง่ายแต่กลับลุ่มลึกพอตัว

ศิลปินนำเสนอความทุกข์เป็นประเด็นหลักและมีขั้นตอนการชมผลงาน คือต้องเริ่มต้นงานชิ้นแรกที่อยู่ซ้ายมือสุด (เมื่อขึ้นบันไดมาชั้น 2) จากนั้นค่อยๆ ไล่ชมไปเรื่อยๆ เดินวนขวาจนสิ้นสุดที่อีกฟากของห้องกระจกใหญ่

“มันจะเชื่อมโยงกันหมดเลย แต่ผมก็ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเริ่มต้นตามที่ผมวางไว้นะ เพราะผมก็เชื่อว่าแต่ละคนย่อมมีทางเลือกของตัวเอง เป็นความสนใจของแต่ละคน จะเริ่มเซ็กชันไหนก็ได้ เพราะสุดท้ายคุณก็จะเห็นว่าความทุกข์มันเกิดขึ้นยังไง เป็นยังไง และจะแก้ไขมันยังไง”

ความพยายามจะบอกเล่าเรื่องความทุกข์เป็นไปอย่างหลากหลาย อำมฤทธิ์ไม่เพียงแค่รู้จักที่จะผสมสื่อเข้าด้วยกัน แต่ยังชัดเจนและแม่นยำในเนื้อหา เขาถ่ายทอดความทุกข์ในทีท่าตั้งแต่สบายๆ จนกระทั่งซีเรียส มีเสียดสี เย้ยหยัน เปรียบเปรย แทนด้วยสัญลักษณ์ โดยมีปรัชญาพระพุทธศาสนาคอยทำหน้าที่นำทาง

จอทีวีสีกับข้อความซ้ำๆ กระจกเงาบานใหญ่เปล่าเปลือย รูปหล่อขี้ผึ้งที่มีก้อนหินวางอยู่บนหัว ซี่โครงหมูมีเนื้อติดนิดหน่อยที่กลายเป็นอาหารอันโอชะของเจ้าตูบผู้หิวโหย นาฬิกา 3 เรือน ซึ่งบนหน้าปัดแฝงนัยสำคัญซ่อนอยู่ กราฟฟิกหลักธรรมคำสอน อ่างแก้วที่แสดงถึงการกระเพื่อมไหวของน้ำ วิดีโอภาพถ่ายธารน้ำไหลฉายบนจอแอลซีดี วิดีโออาร์ตสลัวๆ มีดแหลม ก้อนหินขั้นบันได และสุดท้าย วิดีโอภาพปลาทองลอยวนในตู้

แต่ละชิ้นผลงานศิลปินจะมีชื่อกำกับไว้ชัด จึงไม่ยากที่จะตีความจากชื่อแล้วค่อยถอดความหมายจากผลงานที่อยู่ตรงหน้า

“พระพุทธเจ้าจะบอกว่าคนเรามันทุกข์ตั้งแต่เกิด ถ้าไม่อยากมีทุกข์ก็อย่ายึดติด เวลาที่ต่างกันของนาฬิกา 3 เรือน มันจะเป็นตัวสะท้อนว่าเวลาทำให้เราเกิดทุกข์เพราะเรามัวไปยึดติดมันอยู่ หรือบางทีชีวิตคนเราเจอเรื่องต่างๆ เข้ามาปะทะ เกิดภาวะทุกข์ มันก็พร้อมจะสั่นคลอนได้”

จากจุดเริ่มสู่จุดจบสิ้น ความทุกข์ที่นำเสนอผ่านผลงานศิลปะชุดนี้ ตอบคำถามได้อย่างครบถ้วน ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง การหลุดพ้นนั้นอาจเป็นสิ่งที่หลายๆ คนใฝ่หา แต่ตราบใดที่ไม่รู้จักต้นตอเหตุแห่งทุกข์ ก็คงไม่มีประโยชน์อันใดที่จะถามถึงวิธีสลัดทุกข์

“จริงๆ ทุกข์ก็เหมือนก้อนหินนี่แหละ มันวางอยู่เฉยๆ ถ้าเราไม่ต้องไปยก มันก็ไม่หนักหรอก แต่เมื่อใดก็ตามที่เราไปยกมัน เราจะรู้สึกว่ามันทำไมหนักจังเลย ก็เหมือนความทุกข์ เราจะรู้สึกว่าทำไมทุกข์ไม่หายไปไหนสักที นั่นเพราะเราไปยกมันอุ้มเอาไว้ เราก็เลยเป็นทุกข์”

ไม่ว่าจะอย่างไร บทสรุปของความทุกข์นั้น ศิลปินเปรียบเทียบได้กับปลาทองในตู้กระจก คนเราดำเนินชีวิตและมีลมหายใจด้วยปัญญา ตรงข้ามกับปลาทองที่อาศัยสัญชาตญาณดำเนินชีวิต แต่มันกลับดูจะมีความทุกข์น้อยกว่าหลายเท่า (ทั้งๆ ที่วันๆ มันก็อยู่ในตู้)

สำหรับอำมฤทธิ์ถือเป็นศิลปินแดนสะตอ (นครศรีธรรมราช) ที่สร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง เคยแสดงเดี่ยวและกลุ่มมาแล้วมากมาย สร้างความฮือฮาไม่น้อย ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ “เป็นทราย” (ปี 2548) ผลงานที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาพุทธศาสนา จัดแสดงที่ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ก่อนจะมาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ นิทรรศการ 3 ศิลปินไทย ณ เมืองฟาเอลซา ประเทศอิตาลี (ปี 2545) นิทรรศการแลกเปลี่ยนนานาชาติ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน (ปี 2548)

นอกจากนั้น เขายังเป็นตัวแทนศิลปินไทยเข้าร่วมมหกรรมศิลปะชื่อดัง เวนิซเบียนนาเล ครั้งที่ 52 (ปี 2550) เมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี รวมถึงมีโอกาสสวมบทบาทเป็นผู้ช่วยภัณฑารักษ์และภัณฑารักษ์มหกรรมศิลปะเวนิซเบียนนาเล ครั้งที่ 51 และครั้งที่ 53 อีกด้วย

“ผมว่าศาสนากับศิลปะไปกันได้ดีนะ คำสอนของพระพุทธเจ้าล้วนแต่ให้ความคิดกับผู้คน ที่สำคัญคือมันยังร่วมสมัยตลอด เพียงแต่วิธีนำเสนออาจจะต้องคำนึงถึงความเข้าใจได้ง่ายๆ และที่ผมทำอยู่ก็ไม่ได้วิพากษ์ศาสนา แต่เป็นเจตนาให้ความรู้ตามหลักธรรม ก็เลยไม่ต้องกังวลใจอะไร แม้มันจะพูดถึงศาสนาก็ตาม”

ใครสนใจชมนิทรรศการ “ความทุกข์” (Suffering) ก็สามารถแวะไปได้ ที่ดีโอบี หัวลำโพง แกลเลอรี (รถไฟใต้ดิน สถานีหัวลำโพง ทางออก 1) ทุกวันอังคารอาทิตย์ (วันจันทร์หยุด) โดยวันที่ 28 มี.ค.นี้ จะจัดแสดงเป็นวันสุดท้าย สอบถามโทร. 024222092, 0847722887

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท