posttoday
ไฮเดรนเยีย(มิลฟลอเรตส์)ในสวนวันนี้

ไฮเดรนเยีย(มิลฟลอเรตส์)ในสวนวันนี้

26 ตุลาคม 2555

นักปลูกบัวชาวญี่ปุ่นกล่าวยืนยันในวันหนึ่งเมื่อพาเขาไปชมสวนไม้ดอกเมืองหนาวที่อ่างขาง “ไฮเดรนเยียนี้มีชื่อว่า มิลฟลอเรตส์ หรือล้านดอก

โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม

นักปลูกบัวชาวญี่ปุ่นกล่าวยืนยันในวันหนึ่งเมื่อพาเขาไปชมสวนไม้ดอกเมืองหนาวที่อ่างขาง “ไฮเดรนเยียนี้มีชื่อว่า มิลฟลอเรตส์ หรือล้านดอก (Million Florets)” ซึ่งค่อนข้างจะโอเวอร์มากไป อย่างไรก็ตามไม้ดอกชนิดนี้มีถิ่นเดิมอยู่ตามเทือกเขาในญี่ปุ่นและจีน ต้นตระกูลป่าของมันไม่ได้สะสวยอะไรนัก แต่จากการผสมข้ามไปมาเป็นเวลานานหลายสิบปีทำให้ได้พันธุ์สมัยใหม่ ซึ่งสวยงามเป็นน้ำหนึ่งในวงการค้าไม้ดอกกระถางและวงการไม้ตัดดอก

การแสดงพันธุ์ไฮเดรนเยียที่ดูเฮนโอล์ฟ (Kuhenholf) ในฮอลแลนด์ปีกลายทำให้โลกต้องตกตะลึง ด้วยไฮเดรนเยียพันธุ์ใหม่ซึ่งมีช่อดอกสีชมพู ชมพูเข้ม ขาวบริสุทธิ์ เขียวอ่อน ม่วง แม้แต่สีน้ำเงินซึ่งหายากที่สุด รูปร่างและขนาดดอกย่อยในช่อก็ยังแตกต่างกันไปน่าดูนัก หลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงสีดอกไปมาได้ขึ้นกับสภาพการปลูก (เครื่องปลูก)

สำหรับสายตาคนอเมริกัน พวกเขาเห็นว่าไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่รูปทรงค่อนข้างโบราณอยู่สักหน่อย (โบราณนี้หมายถึง Old–Fashion Look ซึ่งไม่เลวเกวอะไรนัก) ขนาดช่อของมันบางพันธุ์ใหญ่ขนาดหมวกแก๊ปใบใหญ่เลยทีเดียว บางพันธุ์ดูคล้ายลูกโป่งกลมหลากสี หากมองแต่ไกลๆ ช่อของมันประกอบด้วยดอกย่อย (Florets) นับพันดอก

ไฮเดรนเยีย(มิลฟลอเรตส์)ในสวนวันนี้

 

ใบของไฮเดรนเยียมีหลายขนาด แต่ส่วนใหญ่มีสีเขียวขอบเป็นจักหรืออาจหยักลึกคล้ายใบโอ๊ก มันอาจมีขนาดพุ่มเตี้ยขนาดเล็ก หรือสูงจนเรียกว่าไม้ยืนต้นก็ได้ หลายพันธุ์อาจมีสีบรอนซ์เงินฉาบบนผิวใบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออุณหภูมิลดต่ำในช่วงกลางคืน และแสงแดดจัดจ้าในเวลากลางวัน

ดอกย่อยภายในช่อดอกของไฮเดรนเยีย ประกอบไปด้วยกลีบดอก (Petals) ซึ่งลดรูปลง แต่ดอกตัวผู้ (Staminate Flowers) จะมีกลีบดอกเทียมขนาดใหญ่ สีสันสะดุดตา หรือมีกลีบรองที่ทำให้เกิดความโดดเด่นภายในช่อดอก ดังนั้นกลีบดอกเทียมซึ่งที่จริงก็คือกลีบรองอาจอยู่ติดกับต้นเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้มันกลายเป็นไม้ดอกกระถางที่มีความโดดเด่นในตัวของมันเอง ไฮเดรนเยียซึ่งปลูกกลางแจ้งหลายพันธุ์มีช่อดอกค่อนข้างแบน และมีดอกเพศผู้หนาแน่นเฉพาะในบริเวณขอบนอกของช่อดอก

ชนิด/พันธุ์ปลูกของไฮเดรนเยีย

ไฮเดรนเยียใบใหญ่คือชื่อเรียกทั่วไปของไฮเดรนเยียที่ปลูกกันในปัจจุบัน (H.Macrophylla) โดยมีพันธุ์สำคัญคือ บลูพรินซ์ (Blue Prince) ซึ่งให้ช่อดอกกลมเป็นหัวแน่นขนาดใหญ่ และนับเป็นพันธุ์ทนหนาวมากที่สุด พันธุ์ Forever Pink ให้ช่อดอกสีชมพูซึ่งออกดอกเร็วกว่าพันธุ์อื่นๆ พันธุ์ Sun Goddess ให้ดอกสีเหลืองสดทั้งปี พันธุ์ใบด่างขอบใบสีขาวให้ทรงพุ่มสูง 3 ฟุต

ไฮเดรนเยียใบโอ๊ก (H.Quercifolia) เป็นไม้พุ่มที่ออกดอกสีขาวบริสุทธิ์ ใบสีเขียวคล้ำและกลับเปลี่ยนสีไปเป็นสีม่วงและดอกซ้อน

ไฮเดรนเยีย(มิลฟลอเรตส์)ในสวนวันนี้

 

ไฮเดรนเยียใบเรียบ (H.Arborescens) พันธุ์แอนนาเบลล์ให้ช่อดอกสีขาว กลมสวยงามมากและให้ดอกได้ดีแม้มีแสงน้อย พันธุ์ไวต์โดม (White Dome) ดูโบราณคล้ายย้อนยุคอยู่ในสมัยควีนวิกตอเรียจริงๆ

ในถิ่นกำเนิดดั้งเดิมคือญี่ปุ่น เราอาจพบไฮเดรนเยียป่า (Prototype) ในบริเวณป่าโปร่งชายเขาในเกาะฮอนชู (Honshu) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตแคนโต (Kanto) และชายฝั่งทะเลเขตอิซู (Izu Coasts) ชนิดพันธุ์ป่าของอะจิชาย (Ajisai) ซึ่งเป็นชื่อทั่วไปของไฮเดรนเยียตามที่ชาวอาทิตย์อุทัยใช้เรียกพืชชนิดนี้ มันเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1.5–2 ม. ผลัดใบ ใบเรียงตัวตรงกันข้าม ขอบใบเรียบหรือมีฟันก็ได้ ออกดอกตั้งแต่ต้นฤดูร้อน ช่อกลมยอดแบนขนาดใหญ่ สีน้ำเงินหรือชมพู ดอกย่อยขนาดเล็กและเป็นหมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามขอบนอกของช่อ ส่วนใจกลางช่อเป็นที่ตั้งของดอกสมบูรณ์เพศ

ไฮเดรนเยียซึ่งปลูกกลางแจ้งในสภาพของประเทศไทย จะเติบโตทางต้นและใบในเดือน ก.ค. และ ส.ค. โดยเริ่มสร้างตาดอกเมื่อต้นไฮเดรนเยียได้รับสภาพวันสั้น (กลางคืนยาว) เมื่อเริ่มเข้าฤดูหนาว (เดือน ก.ย.–ต.ค.) หลังจากนั้นตาดอกจะพักตัวอยู่จนกระทั่งต้นได้รับอากาศหนาวเย็น ปลายเดือน ต.ค. และเริ่มทิ้งใบ การได้รับอุณหภูมิต่ำช่วงฤดูหนาวจะทำให้ช่อดอกโผล่ออกมาให้เห็นพร้อมกับใบ 6–8 ชุด ใต้ฐานช่อดอก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท