posttoday
บอกเลิกทาง SMS

บอกเลิกทาง SMS

24 ตุลาคม 2555

ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ หนูดีจะจัดรายการวิทยุของ Met 107 ในช่วงเช้าเวลา 08.00-09.00 น.

โดย...หนูดีวนิษา เรซ

ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ หนูดีจะจัดรายการวิทยุของ Met 107 ในช่วงเช้าเวลา 08.00-09.00 น. ในหัวข้อที่เกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงของสัปดาห์ที่หนูดีรอคอยเสมอๆ เพราะว่านอกจากเราจะเลือกหัวข้อที่ตรงกับความรักที่อินเทรนด์กับความรู้สึกของคนในปัจจุบันแล้ว เรายังมีโอกาสได้รับฟังข้อมูลสดๆ ของคนทางบ้าน ที่โทรเข้ามาแลกเปลี่ยนกัน ทำความรู้จักกัน และเล่าเรื่องราวของตัวเองให้เราฟัง หลายครั้งเป็นเรื่องราวส่วนตัวแบบ Exclusive จนถึงขั้นคนโทรเข้ามาต้องใช้ชื่อปลอมกันเลยทีเดียว ประเด็นแรก : ทำไมคนเราเลิกกันไม่ได้ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้รักกันแล้ว...

ปรากฏการณ์นี้ เห็นได้บ่อยอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะหลายๆ ครั้งเราอาจเห็นคู่สามีภรรยาในร้านอาหาร ที่ต่างคนต่างรับประทาน หรือบางทีคนหนึ่งก็อ่านหนังสือ ไม่สนใจอีกคนหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด จนตอนเด็กๆ หนูดีจะงงเสมอว่า ก็ถ้าไม่รักกันแล้ว เบื่อกันขนาดนี้ แล้วจะทนอยู่ในชีวิตแต่งงานไปเพื่อ... เห็นแล้วก็ได้แต่ไม่สบายใจแทน จนเมื่อเราเองเป็นผู้ใหญ่ เริ่มเข้าใจความซับซ้อนของชีวิตผู้ใหญ่ ก็เริ่มเข้าใจว่า จริงๆ แล้วการที่คนเราจะอยู่ด้วยกัน อยู่ร่วมกัน ทั้งในฐานะแฟน ฐานะสามีภรรยา ความรักไม่ใช่ประเด็นเดียวหรือเหตุผลเดียวที่ทำให้คนต้องอยู่ด้วยกัน แต่มันรวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ ทั้งเรื่องสถานภาพ ภาพลักษณ์ เรื่องของการเงินที่ผูกกันอยู่หรือพึ่งพากันอยู่ เรื่องของความเหงา เรื่องของความสงสาร เรื่องของลูก ที่เราไม่สามารถทิ้งไปได้ ในกรณีที่แต่งงานมีลูกร่วมกันแล้ว

ส่วนในกรณีของคนที่แค่เป็นแฟน ก็อาจมีเหตุผลที่แตกประเด็นแยกย่อยออกไปอีกมากมาย เพราะในเมื่อไม่ได้มีเศรษฐกิจเป็นข้อบังคับ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องใจล้วนๆ ถ้าเป็นฝ่ายชาย ที่ได้ยินบ่อยคือ “สงสารผู้หญิง” ทั้งๆ ที่รู้แล้วว่า “เธอไม่ใช่” ไม่อยากได้เธอมาเป็นภรรยาแล้ว เพราะเห็นพฤติกรรมบางอย่าง แต่ว่าก็เลิกไม่ลง ทำไม่ลง เพราะไม่ชอบรังแกผู้หญิง ตรงนี้หนูดีก็ขอสรรเสริญในน้ำใจ แต่หากคิดว่าแฟนเราแข็งแรงพอ ไม่ยื้อ ไม่โวยวาย แต่เป็นผู้หญิงจิตใจแฟร์ๆ การบอกเราตรงๆ บอกด้วยความรักและเมตตา หนูดีว่าผู้หญิงหลายๆ คนก็คงนึกขอบคุณ และเปลี่ยนแปรความสัมพันธ์เป็นเพื่อนพี่น้องต่อไปได้ ดีกว่าซื้อเวลาไปวันๆ เราจะได้ไปเริ่มต้นใหม่กับคนที่อยากแต่งงานกับเราจริงจัง

ในกรณีคุณผู้ฟังที่โทรเข้ามาเคสนี้ เป็นคุณผู้ชายที่คบแฟนสาวมา 10 ปีเต็ม เข้ากันไม่ได้ ทะเลาะกันทุกวัน แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมเลิก เพราะเธอบอกว่า เธอสามสิบกว่าแล้ว หาแฟนใหม่คงยาก ก็อยากแต่งงานมากกว่าต้องเลิกราไป ฝ่ายชายแอบบ่นว่า ก็ขนาดเราเดินเข้าซอยมาด้วยกัน เขาทักทายเพื่อนบ้านที่เดินสวนออกไป ยังโดนแฟนดุว่า “ไปทักเขาทำไม จะสมัคร สส.เหรอ” เขาเป็นคนมีเพื่อนเยอะ และเธอเป็นคนเก็บตัวค่ะ กรณีนี้ ฝ่ายชายไม่กล้าเลิก เพราะสงสารฝ่ายหญิงที่เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมเลิกแน่ๆ เขาสรุปว่า “คงเพราะเธอรู้ดีว่า ไม่มีใครทนเธอได้เท่าผมหรอกครับ” ตรงนี้ ดีเจทั้งสองก็ได้แต่เอาใจช่วย ไม่รู้เรื่อง “เลิกกันไม่ได้” ของคู่นี้จะจบลงที่ตรงไหน แต่ก็อยากให้ทั้งคู่มีความสุขเสียที

ประเด็นที่สอง : โดนบอกเลิกทาง SMS ทำไงดี...

เห็นสถิติแล้วตกใจ ในประเทศอังกฤษมีบริษัทขายโทรศัพท์มือถือ ลองทำแบบสอบถามแล้วพบว่า กลุ่มลูกค้าของเขามีการบอกเลิกแฟนทาง SMS มากถึง 10% ของการบอกเลิกกันทั้งหมด โหดไปนะคะ เห็นแบบนี้แล้ว รอช้าไม่ได้ หนูดีขอนำประเด็นนี้มาพูดคุยร่วมกับดีเจปูเป้ คู่หูทางเสียงของหนูดี ในวันศุกร์ที่ผ่านมากันดีกว่า อยากรู้เหมือนกันว่า ชาวไทยใจดีแบบเราๆ จะมีบอกเลิกกันทาง SMS สักเท่าไรกัน

ปรากฏว่า มากมายจนดีเจทั้งสองตกใจ เพราะตลอดเวลาที่จัดรายการ ก็มี SMS จากทางบ้านเข้ามาตลอดว่า ตัวเขาเองก็โดนแฟนบอกเลิกทาง SMS บางคนโดนบอกเลิกทางอีเมลข้ามประเทศก็มี ทำเอางงไปเหมือนกัน เพราะตอนที่ผู้ชายมาจีบ ก็มาตัวเป็นๆ เทียวไล้เทียวขื่ออยู่นาน มีขนมนมเนยมาฝาก ดูน่าเชื่อถือ น่าไว้วางใจ ติดกันเป็นปาท่องโก๋ไม่ทันไร ก็หายไป แล้วสักพักก็มีอีเมลมาบอกว่า เลิกกันเถอะ แบบนี้ฝ่ายที่ได้รับอีเมลตั้งตัวไม่ติดแน่ๆ เธอช้ำข้ามปี จนนาทีนี้ก็ยังทำใจไม่ได้

นอกจากใน SMS แล้ว เรายังมีผู้ฟังทางบ้านที่โทรเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ตรงของตัวเอง ซึ่งต้องบอกว่า ตรงนี้ก็ทำให้หนูดีเห็นใจฝ่ายบอกเลิก และเห็นใจฝ่ายชายขึ้นมาบ้าง เพราะปกติแล้ว เรามักคิดว่าฝ่ายบอกเลิกเป็นฝ่ายกระทำ และฝ่ายรับ SMS บอกเลิกเป็นฝ่ายเหยื่อหรือฝ่ายถูกกระทำ แต่คุณผู้ชายท่านนี้ แม้เป็นฝ่ายส่ง SMS ไปบอกเลิกกับฝ่ายหญิงก็จริง แต่เหตุผลของเขา ก็ทำให้เราไม่ประณามแต่กลับเห็นใจด้วยซ้ำ เพราะคุณผู้ชายเล่าด้วยน้ำเสียงซื่อๆ ดูเป็นคนแมนๆ ตรงๆ ว่า เขาคบกับแฟนมา 7 ปีเต็ม เตรียมตัวแต่งงานกันแล้ว ผู้ใหญ่สองฝ่ายรับทราบ แต่กลับเป็นผู้ใหญ่เองที่มาเตือนเขาว่า เห็นฝ่ายหญิงคบคนอื่นอยู่ด้วย ฝ่ายชายลองเช็กแล้ว พบว่าจริง

เขาเองก็ทนอยู่ในสภาพนั้นถึง 6 เดือน ในที่สุดทนไม่ไหว และไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะพูดทีไร ฝ่ายหญิงก็ตีโพยตีพาย แต่ตัวเขาเองมันเกินจะทนที่ต้องเป็นตัวเลือก หรือจะเป็นตัวสำรองหรือเปล่ายังไม่รู้เลย เมื่อทางเราปลอบไปว่า แย่เลยนะคะ คบกันมาตั้ง 7 ปี คุณผู้ฟังก็ตอบมาว่า “ไม่ใช่แค่คบกันนะครับพี่ แต่เราอยู่กินกันเลยตลอด 7 ปี ผู้ใหญ่รับทราบทุกคน ผมถึงทนไม่ได้ ที่เขาเองไปคบคนอื่นและยังเก็บผมไว้ทางนี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า มันคืออะไร” ในที่สุดฝ่ายชายก็ตัดสินใจส่งข้อความนำทางไปก่อน แล้วโทรไปเคลียร์ทีหลัง ซึ่งเมื่อเราถามว่าจบอย่างไร เขาบอกว่า ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมเลิกอยู่ดี เขาสรุปสั้นๆ ว่า ผมทนไม่ได้ อย่างไรก็อยู่ไม่ได้หรอกครับ ทำใจไม่ได้

เรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ของคนยุคปัจจุบัน แม้จะมีเทคโนโลยีที่ทำให้การรักกัน การบอกเลิกกันเปลี่ยนรูปแบบไปจากสมัยต้องโทร 02 จีบกันมากมาย (ค่ะ สมัยหนูดีเป็นวัยรุ่น เรามีแต่ 02 หรือเพจเจอร์เท่านั้น) แต่รูปแบบความรักก็ไม่เปลี่ยนแบบนี้มาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว แม้รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไป แต่แก่นข้างในไม่เปลี่ยนแปลง คนรุ่นนี้ก็ยังไม่อยากช้ำเรื่องรัก เหมือนคนรุ่นก่อนๆ นั่นเองค่ะ รักใครชอบใครวันนี้ อย่าทำร้ายเขาวันหน้าเลยนะคะ เลิกกันด้วยดี จะได้มองหน้ากันไปนานๆ แม้ไม่ใช่ในฐานะแฟนแล้วก็ตาม

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท