posttoday
กรณีเทศกาลวันสารทเดือน ๑๐ในวิถีพุทธ! (ตอน ๔)

กรณีเทศกาลวันสารทเดือน ๑๐ในวิถีพุทธ! (ตอน ๔)

23 ตุลาคม 2555

ก็จะไปทำไร่ทำนาบนที่ดอน ถ้ารู้ว่า ฝนตกน้อย น้ำจะมีน้อย ก็จะทำนาในที่ลุ่ม ปรากฏว่าการทำนาก็ได้ผลดี

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ก็จะไปทำไร่ทำนาบนที่ดอน ถ้ารู้ว่า ฝนตกน้อย น้ำจะมีน้อย ก็จะทำนาในที่ลุ่ม ปรากฏว่าการทำนาก็ได้ผลดี มีผลผลิตเต็มยุ้งเต็มฉาง ฐานะก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านในละแวกจึงเข้าไปถามนาง

นางก็บอกไปว่า มีนางยักษิณีใจดี คอยช่วยเหลือพยากรณ์อากาศให้ ชาวบ้านจึงได้ชักชวนกันไปถามนางยักษิณีในเรื่องดินฟ้าอากาศ เพื่อสะดวกต่อการเพาะปลูก ทำไร่ไถนา ปลูกพืชผัก เมื่อชาวบ้านได้ผลดี ก็พากันไประลึกถึงบุญคุณของนางยักษิณี มีการนำข้าวปลาอาหาร ตลอดจนไทยทานไปให้นางยักษิณี ซึ่งเมื่อนางยักษิณีได้ข้าวปลาอาหารมากๆ ก็ได้นำเอาข้าวปลาอาหารเหล่านั้นไปถวาย ทำบุญกับพระผู้มีพระภาคเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ โดยตั้งสลากภัตรไว้ถวายพระภิกษุวันละ ๘ รูป จับสลากหมุนเวียนไปรับภัตตาหาร เครื่องไทยทานของนางยักษิณีเป็นประจำ การถวายสลากภัตรเป็นทานก็ปรากฏให้เห็นสืบมาตั้งแต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบันนี้

หากจะเล่าเรื่องย้อนกลับไปถึงอดีตกรรม ระหว่างหญิงสาวและนางยักษิณีนั้น ก็มีเรื่องเล่าว่า... ในอดีตกาล มีชายหนุ่มคนหนึ่ง ได้แต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่ง ที่มารดาเลือกให้ แต่ไม่มีบุตรด้วย มารดาจึงให้แต่งงานกับหญิงอีกคนหนึ่ง เพื่อหวังว่าจะได้มีบุตรสืบสกุล ซึ่งต่อมาได้ตั้งครรภ์ แต่ถูกภรรยาคนแรกมีจิตริษยา เกรงว่าภรรยาคนที่ ๒ จะได้ดีกว่าตน จึงหาอุบายเอายาแท้งลูกผสมอาหารให้ภรรยาคนที่ ๒ กินจนแท้งลูก แม้ตั้งครรภ์ครั้งที่ ๒ ก็กระทำอย่างนี้ จนภรรยาคนที่ ๒ ทราบชัดว่าตนเองถูกภรรยาคนที่ ๑ วางยาให้แท้งลูก ในการตั้งครรภ์ครั้งที่ ๓ นางจึงไม่บอกให้ภรรยาคนที่ ๑ ทราบ กลัวจะถูกวางยาแท้งลูก แต่ก็มิวายที่จะรอดพ้นสายตาของภรรยาคนที่ ๑ ได้ จึงได้พยายามเอายาแท้งให้นางกินจนได้ นางได้รับความทุกขเวทนา มีอาการทุรนทุราย ไม่สามารถคลอดลูกได้ เพราะลูกนอนขวางอยู่ในครรภ์

นางรู้ว่าตนต้องตายแน่พร้อมลูก จึงได้อาฆาตพยาบาทผูกเวรไว้กับภรรยาคนที่ ๑ ว่า ขอให้นางได้ฆ่าลูกของนางผู้ฆ่าตนในทุกชาติ ด้วยแรงอาฆาตพยาบาทจองเวรไว้นั้น จึงทำให้หญิงทั้งสองผลัดกันฆ่าลูกกันและกันหลายชาติ จนกระทั่งมายุติเวรกรรมด้วยพระมหากรุณาของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ทรงสงเคราะห์ให้ทั้งสองฝ่ายตั้งอยู่ในศีล ๕ มีเมตตากรุณาต่อกัน และละวางความพยาบาทจองเวรต่อกัน นำมาสู่การเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ดังที่กล่าวเล่ามาแล้วในเบื้องต้น จนเป็นที่มาของ “งานสลากภัตร” ที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ให้ปรากฏในพระพุทธศาสนา

สำหรับ สลากภัตร แปลว่า อาหารถวายพระภิกษุสงฆ์ โดยวิธีจับสลาก สลากภัตรนี้ นับเข้าในรูปสังฆทาน หรือทานอันถึงสงฆ์ที่ไม่เฉพาะเจาะจงพระภิกษุรูปหนึ่งรูปใด และพระภิกษุจะต้องกระทำอปโลกนกรรม เพื่อให้ถูกต้องในพิธีการ จึงจะสมบูรณ์ในการแบ่งปันภัตรต่อกันในหมู่พระภิกษุ อันเป็นแบบแผนที่เรียบร้อย สวยงาม มุ่งสู่ความสามัคคีกันในหมู่คณะ สลากภัตร จึงเป็นสังฆทานที่ไม่เฉพาะเจาะจง ซึ่งเจ้าของทานต้องปลงจริงๆ ไม่ว่าสลากของตนจะไปตกอยู่กับพระภิกษุสามเณรรูปใด โดยกล่าวคำถวายสลากภัตรว่า...

เอตานิ มะยัง ภันเต สะลากะภัตตานิ สะปะริวารานิ อะสุกัฏฐาเน ฐะปิตานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ เอตานิ สะลากะภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ

แปลความว่า ข้าแด่พระสงฆ์ผู้เจริญ สลากภัตตาหาร กับทั้งบริวารทั้งหลาย ซึ่งตั้งไว้ ณ ที่โน้นนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย แก่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์ จงรับสลากภัตตาหาร กับบริวารทั้งหลายเหล่านั้น ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ ความสุข ความเจริญ แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญ

โดยศรัทธานำเอาเส้นสลากที่เขียนด้วยคำว่า “เจตนา ศรัทธา นาย... อุทิศให้ไปหา...” ไปใส่พานแว่นฟ้า เพื่อพระสงฆ์กระทำอปโลกนกรรม อนุโมทนาและมีการจับเส้นสลากของพระสงฆ์ หรือเจ้าศรัทธาจับสลากหมายเลขของพระสงฆ์ เมื่อได้แล้ว ก็เข้าสู่การถวายภัตตาหาร เครื่องไทยทานทั้งหลายของคณะศรัทธา ต่อพระสงฆ์รูปที่ได้สลากภัตรนั้นๆ ซึ่งเป็นการไม่เลือกเฉพาะเจาะจงพระสงฆ์รูปหนึ่งรูปใด อันเป็นทานอันถึงสงฆ์ในรูปสังฆทาน ที่มีผลานิสงส์ยิ่งกว่าการทำทานเฉพาะเจาะจง (ปฏิบุคลิกทาน)

เมื่อนำรูปแบบการทำทานอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว ที่เรียกว่า เปตพลี ในรูปสังฆทานแบบสลากภัตร มาเชื่อมโยงกับฤดูกาล จึงเป็นที่มาของ เทศกาลวันสารทเดือน ๑๐ ซึ่งคล้ายกับงานพลีบุญอุทิศญาติในรูปเปตพลีของศาสนาฮินดู (พราหมณ์) ในชมพูทวีป ที่เชื่อว่าในห้วงเวลาตั้งแต่ แรม ๑ ค่ำ – แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐

เป็นช่วงที่เมืองยมโลกเปิดประตู ให้สัตว์อบายภูมิหมู่หนึ่ง สามารถรับบุญกุศลในเมืองมนุษย์จากญาติพี่น้องได้ และจะกลับคืนในวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ซึ่งนิยมทำการพลีบุญอุทิศกุศลกันในห้วงเวลาดังกล่าว ดังที่มีการลอยบุญกัน ณ บริเวณแม่น้ำคยา ซึ่งในห้วงเดือน ๑๐ จะมีชาวฮินดูจำนวนมาก เดินทางนำข้าวปลาอาหารมาทำพิธีในแม่น้ำคยา (เนรัญชรา) อำเภอคยา ปัฏนา รัฐพิหาร โดยนำอาหารใส่กระทงใบตอง ลงไปอธิษฐานลอยบุญในแม่น้ำคงคา m

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท