posttoday
ค่ายวิทย์ประดิษฐ์จรวด จุดประกายความคิดเด็กไทย

ค่ายวิทย์ประดิษฐ์จรวด จุดประกายความคิดเด็กไทย

21 ตุลาคม 2555

โดย...โฮมฮัก

โดย...โฮมฮัก

จรวดจัดเป็นยุทโธปกรณ์ป้องปรามด้านการทหารที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ และเราต้องซื้อยุทโธปกรณ์ชนิดนี้รวมถึงยุทโธปกรณ์อื่นๆ จากต่างประเทศเป็นหลัก อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าดีใจว่าขณะนี้ประเทศไทยสามารถประกอบจรวดได้เองแล้ว เป็นจรวด DTI1 ลูกแรกที่ประกอบโดยคนไทยและประกอบในโรงปฏิบัติการของทางสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทป. ที่ จ.นครสวรรค์ และนี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการพึ่งพาตนเองในด้านเทคโนโลยีการป้องกันประเทศของประเทศไทย และถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างองค์ความรู้ในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการป้องกันประเทศที่สามารถนำไปต่อยอดในการผลิตยุทโธปกรณ์ชนิดอื่นๆ ด้วยตนเองในอนาคตต่อไป

เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ จึงได้จัดโครงการ “ค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์” จำนวน 3 วัน 2 คืน โดยมีเยาวชนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สายวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ ทั่วประเทศที่ได้รับการคัดเลือก 100 คน จากใบสมัครและคะแนนผลการเรียนที่ผ่านมา พร้อมเรียงความหัวข้อ “วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีกับการดำเนินชีวิต” มาเข้าค่ายอบรมและประดิษฐ์จรวดขึ้น เพื่อจุดประกายความเป็นนักวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนไทย ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร (สวทช.) จ.ปทุมธานี และศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการบินและอวกาศ กระทรวงกลาโหม ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และองค์กรเอกชนอีกหลายแห่ง

พล.อ.อ.พงศธร บัวทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร สทป. เปิดเผยว่า โครงการค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์ เป็นโครงการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจรวด ซึ่งเป็นการจัดอบรมให้ความรู้และสอนการประดิษฐ์จรวดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อจุดประกายความคิดเป็นนักวิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะในด้านการวิจัยค้นคว้าจรวด ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ป้องปรามที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงแก่ประเทศ นำไปสู่การวิจัยพัฒนาเพื่อพึ่งพาตนเองทดแทนการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ โดยใช้องค์ความรู้สะสมและบุคลากรในประเทศมาถ่ายทอดแก่เยาวชน

ค่ายวิทย์ประดิษฐ์จรวด จุดประกายความคิดเด็กไทย

 

“ในอนาคต ถ้าเรามีเยาวชนที่มีความรักทางด้านวิทยาศาสตร์ สนใจทางด้านเทคโนโลยี จะช่วยให้ประเทศชาติพัฒนาเทคโนโลยีได้ดีขึ้นทัดเทียมกับประเทศที่เขาเจริญแล้ว และเราจะได้สู้กับหลายๆ ประเทศได้ นับจากนี้ไปเราจะพยายามจัดกิจกรรมอย่างนี้ให้มากขึ้น และจัดทุกปี โดยครั้งหน้าอาจไม่ใช่เรื่องของจรวดอย่างเดียว อาจทำอย่างอื่น เช่น เรื่องของการประหยัดพลังงาน การคอนโทรลหรือนำวิถี”

พล.อ.อ.พงศธร กล่าวต่อว่า โครงการนี้นอกจากจะปลูกฝังให้รักด้านวิทยาศาสตร์แล้ว การเข้าค่ายในลักษณะนี้ยังสร้างความรัก ความสามัคคี การทำงานเป็นทีมให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดีด้วย

สำหรับการประดิษฐ์จรวดของเยาวชนที่มาเข้าค่ายในครั้งนี้มีทั้งหมด 20 กลุ่ม ประดิษฐ์จรวดขึ้นมา 2 แบบ 2 ลูก รวมทั้งสิ้น 40 ลูก ผลปรากฏว่า ทีมไวไว ซึ่งมีสมาชิกประกอบด้วย ต้นเพชร พงษ์วัฒนา จากโรงเรียนลาซาล ดนุนัย ตรีนุช โรงเรียนบดินทรเดชา วิทูรทัศน์ จันทร์แสนวิไล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และ ศิริพิชชา เจริญสุข จากโรงเรียนสุไหงโกลก จ.นราธิวาส สามารถประดิษฐ์จรวดได้สมบูรณ์แบบที่สุด โดยสามารถส่งจรวดทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าประสบความสำเร็จทั้งสองครั้ง และร่มกางออกโรยตัวลงสู่พื้นดินอย่างสง่างาม

ต้นเพชร พงษ์วัฒนา โรงเรียนลาซาล ตัวแทนจากทีมไวไว หนึ่งในเยาวชนที่เข้าร่วม “ค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์” เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ เพราะตนใฝ่ฝันอยากทำงานด้านจรวดและอวกาศ เมื่อทราบข่าวว่า สทป.จัดค่ายนี้ขึ้น จึงรีบเขียนใบสมัครเข้าร่วมทันที ขณะเดียวกันรู้สึกประทับใจที่ได้ประดิษฐ์จรวดซึ่งทีมของตนสามารถยิงจรวดได้สูงที่สุดและสมบูรณ์แบบที่สุด

“ดีใจมากตอนที่จรวดของทีมผมถูกยิงขึ้นไปบนฟ้า พี่ในค่ายให้โจทย์มาว่าจรวดมีขนาด 50 ซม. หวังผลที่ระยะ 100 เมตร ทีมเราก็ทำตามสูตรที่อบรมมา ปรากฏว่าจรวดของทีมเราทั้งสองลูกสามารถพุ่งได้สูงและประสบผลสำเร็จทั้งสองครั้ง พอจรวดพุ่งขึ้น ก็คิดว่ามันสำเร็จ วินาทีนั้นตื้นตันมาก มีความรู้สึกว่าเราทำได้ และสิ่งที่ได้รับจากการเข้าค่ายครั้งนี้คือได้เจอเพื่อนใหม่ ได้องค์ความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะในด้านจรวดและอวกาศที่มีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญมาอบรมให้ครับ”

ด้าน ศิริพิชชา เจริญสุข จากโรงเรียนสุไหงโกลก จ.นราธิวาส เล่าว่า นั่งรถไฟจากจังหวัดบ้านเกิดเกือบ 12 ชั่วโมง เพื่อมาเข้าค่ายนี้ และสิ่งที่ได้รับจากค่ายในครั้งนี้คือความสนุกและการจุดประกายความคิดให้เธออยากเป็นนักบินหญิง

“มาเข้าค่ายครั้งนี้ไม่ผิดหวัง ได้ทำจรวดเองทุกขั้นตอน เรียนรู้ตั้งแต่ประวัติ การออกแบบ ตลอดจนวิธีการทำจรวดที่ช่วยกันทำกับเพื่อนในทีมอีก 5 คน โดยมีพี่วิทยากรคอยให้คำแนะนำ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจว่าอยากเรียนด้านนี้ เพราะไม่ยากเกินความสามารถ และตั้งใจว่าจะเป็นนักวิจัยเพื่อป้องกันประเทศ เพราะอาจจะนำความรู้ไปป้องกันจังหวัดของเราได้ด้วยค่ะ”

ขณะที่ รัชชานนท์ จำปา โรงเรียนฟากกว๊านวิทยาคม จ.พะเยา เล่าว่า เขาเดินทางมากับรถโรงเรียนและอาจารย์ที่ปรึกษา ค่ายนี้น่าสนใจ เพราะเป็นของใหม่ และเป็นครั้งแรกที่จัด พอมาทำจรวดก็ยากนิดหน่อย เพราะต้องคำนวณเยอะ ต้องเอาฟิสิกส์มาใช้ ต้องใช้เวลาทำทั้งวันเหมือนกันกว่าจะเสร็จ

“ผมชอบเรื่องจรวดและเครื่องบินบังคับอยู่ก่อนแล้ว พอมาเข้าค่ายยิ่งทำให้อยากเป็นทหารอากาศทำงานด้านการบิน”

ด้าน อัจฉรา รัตนสุวรรณ อาจารย์จากโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงการพาลูกศิษย์หญิงล้วนทั้ง 5 คนมาเข้าค่ายครั้งนี้ว่า ทุกคนรู้สึกสนุกกับการมาร่วมทำกิจกรรมครั้งนี้มาก เพราะเป็นค่ายที่ไม่น่าเบื่อ และเด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทุกคน จากการมาสังเกตการณ์การจัดค่ายจรวดครั้งนี้จะกลับไปจัดตั้งชมรมหรือชุมนุมวิทยาศาสตร์สิ่งประดิษฐ์ขึ้นมา และให้เด็กที่มาอบรมครั้งนี้เป็นพี่เลี้ยงให้กับนักเรียนที่สนใจ

ค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์ถือเป็นอีกก้าวที่ สทป.ให้ความสำคัญแก่เยาวชนรุ่นใหม่ เนื่องจากการพัฒนายุทโธปกรณ์นั้นต้องใช้เวลาและการสะสมองค์ความรู้ด้วยการวิจัยค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปพัฒนาและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเยาวชนเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคตที่จะพัฒนาให้วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศของไทยเป็นไปอย่างก้าวกระโดด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท