posttoday
ฟุตซอลโลก 2012 the show must go on

ฟุตซอลโลก 2012 the show must go on

21 ตุลาคม 2555

โดย...จาด้า

โดย...จาด้า

เหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์เศษเท่านั้น ศึก “ฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012” ก็จะเปิดฉากขึ้นแล้ว และแม้จะมีปัญหาสารพัน แต่อย่างน้อยนี่ก็เป็นทัวร์นาเมนต์ที่แฟนกีฬาชาวไทยในฐานะเจ้าภาพไม่ควรพลาด

ฟุตซอลอาจจะไม่ได้รับความนิยมสูงเหมือนกับฟุตบอล 11 คนก็จริง แต่อย่าลืมว่าทีมโต๊ะเล็กของไทยถือเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของโลก และแน่นอนพวกเขาก็ต้องการกำลังใจและเสียงเชียร์จากเพื่อนร่วมชาติระหว่างวันที่ 1-18 พ.ย.นี้

ฟุตซอลโลก 2012 the show must go on

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสฟุตซอล เวิลด์ คัพ ครั้งที่ 7 จะออกไปในทางลบเสียมากกว่า ทั้งในแง่ของการประชาสัมพันธ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ และสนามบางกอก ฟุตซอล อารีนา ซึ่งจนป่านนี้แล้วก็ยังไม่เรียบร้อย ทั้งที่น่าจะเป็นความภาคภูมิใจในฐานะสนามหลักที่ใช้ในพิธีเปิดปิดการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสนามที่หนองจอกจะได้รับไฟเขียวจากฟีฟ่าให้ใช้ในทัวร์นาเมนต์นี้หรือไม่ ศึกฟุตซอลโลก 2012 ก็ยังต้องเดินหน้ากันต่อไป โดยใช้อีก 3 สนามอย่าง อินดอร์ สเตเดียมหัวหมาก, อาคารนิมิบุตร และสนามโคราช ชาติชาย

ไม่ใช่แค่กรุงเทพมหานคร หรือสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเท่านั้น แต่คนไทยทุกคนคือเจ้าภาพในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกครั้งนี้ และมันคงจะดีไม่น้อยหากมีผู้ชมเต็มสนามเพื่อลบล้างภาพลักษณ์แย่ๆ เพราะขืนสนามร้างคนดูอีกก็คงต้องยอมรับว่ามันคือความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

ว่าแล้วก็มองข้ามเรื่องปัญหาสนามหนองจอกไปก่อน แล้วหันมาโฟกัสไปที่ส่วนของการแข่งขันแทนจะดีกว่า

นับตั้งแต่มีการจัดศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลกขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1989 ที่เนเธอร์แลนด์ ดูเหมือนว่ากีฬาประเภทนี้จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และมีกว่า 100 ประเทศที่มีเล่นบอลโต๊ะเล็กกันในปัจจุบัน และทีมไทยก็สามารถเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายได้ถึง 3 สมัย ส่วนครั้งนี้ได้สิทธิอัตโนมัติในฐานะเจ้าภาพ

อย่างที่ทราบกันดีว่าเรื่องเทคนิคและความคล่องตัวของนักเตะไทยไม่เป็นสองรองใคร แต่น่าเสียดายว่าเรายังไม่เคยไปได้ไกลเกินกว่ารอบแบ่งกลุ่มมาก่อน แต่ครั้งนี้หากได้รับเสียงเชียร์จากแฟนๆ ทีม “ช้างศึก” ซึ่งรั้งอันดับ 11 ของโลก ก็มีลุ้นที่จะประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน

ไทยถูกจับสลากมาอยู่กลุ่มเอ ร่วมกับ คอสตาริกายูเครน และปารากวัย ซึ่งถือว่าไม่หินเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับอีก 5 กลุ่มที่เหลือ และจะประเดิมสนามนัดแรกกับ คอสตาริกา ในวันที่ 1 พ.ย. ตามด้วย ยูเครน วันที่ 4 พ.ย. และปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มกับ ปารากวัย ในวันที่ 7 พ.ย. โดยทั้งสามแมตช์จะแข่งที่สนามอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก และเริ่มในเวลา 19.00 น.

นอกจากทีมไทยของเราแล้ว กลุ่มที่ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษก็คือกลุ่มซีที่มีทั้ง บราซิล อดีตแชมป์ 4 สมัย, ญี่ปุ่น, โปรตุเกส และลิเบีย โดย “กรุ๊ป ออฟเดธ” นี้จะแข่งกันที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีรายงานว่ามีแฟนลูกหนังแดนซามูไรแห่ซื้อตั๋วเข้าชมทีมรักกันเป็นจำนวนมาก

ได้รู้แบบนี้แฟนบอลบ้านเราก็อย่าไปยอมแพ้ ช่วยกันซื้อตั๋วเข้าไปให้กำลังใจนักเตะทีม “ช้างศึก” กันให้เยอะๆ โดยตั๋วเข้าชมในรอบแรกราคาแค่ 100-200-300 บาทเท่านั้น

หากผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้ ราคาตั๋วก็จะขยับขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ยังไงก็ยังถือว่าสมเหตุสมผลและไม่น่าจะเกินกำลังซื้อของแฟนบอลอยู่ดี เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นบ่อยๆ กับการที่ 23 ทีมชั้นนำของโลกเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาโชว์ฝีเท้าให้คนไทยได้ชม

มาช่วยกันทำให้ศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 กลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่น่าประทับใจและเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติกัน ดีกว่าโยนบาปกันไปมาจนต้องขายหน้าไปทั้งบาง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท