
ธัชธร สุธัญญวินิจ นักบินใต้น้ำ
โลกนี้สวยงามแค่ไหนอยู่ที่คุณออกไปเจอแล้วหรือยัง” คำถามคมๆ จากซีอีโอของ บริษัท Elegance Travel Group
โดย...กาญจน์ อายุ
“โลกนี้สวยงามแค่ไหนอยู่ที่คุณออกไปเจอแล้วหรือยัง” คำถามคมๆ จากซีอีโอของ บริษัท Elegance Travel Group (เอลลิเก้นซ์ ทราเวล กรุ๊ป) “คุณอ๋องธัชธร สุธัญญวินิจ” ผู้ที่จะพาทุกคนไปท่องในทะเลลึกบนเรือสำหรับนักดำน้ำที่หรูที่สุดในประเทศไทย
Thailand Aggressor (ไทยแลนด์ แอกเกรซเซอร์) คือเรือสำราญสำหรับนักดำน้ำ มันจะล่องไปบนผืนน้ำที่เบื้องล่างเป็นแหล่งปะการังใน จ.ภูเก็ต ห้วงมหาสมุทรที่สวยงามติดอันดับโลก การตัดสินใจนำเรือลำนี้เข้าไทยเป็นเพราะคุณอ๋องเคยใช้บริการเรือลำนี้ที่สหรัฐแล้วติดใจในคุณภาพและบริการ จึงเทกโอเวอร์เรือและเป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัทแม่ผู้ผลิต Aggressor เสียเลย
เป็นการจับธุรกิจใหม่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ เพราะในฐานะนักดำน้ำระดับครูอย่างคุณอ๋อง เขาอยากให้นักดำน้ำไทยมีเรือที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์พร้อม มีความปลอดภัยสูง และมีบริการชั้นเยี่ยม “สักลำ” ให้บริการในน่านน้ำไทย อีกทั้งครูคนนี้ยังอยากเห็นมหาวิทยาลัยนำวิชาดำน้ำเข้าไปในหลักสูตร เพื่อผลิตนักดำน้ำออกมาสู่วงการก่อนที่จะถูกฝรั่งแย่งอาชีพนี้ไป
เรือลำแรก
“เรือ Thailand Aggressor จะมาถึงประเทศไทยต้นเดือน ม.ค. วิ่งวันแรกวันที่ 3 มี.ค. และถูกจองคิวถึงปี 2014 แล้ว” คุณอ๋องพูดให้ตกใจเล็กน้อย แต่ก็ต้องเชื่อเพราะนักดำน้ำทั่วโลกรู้ดีว่าทะเลสวยขนาดไหน แต่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกันและอังกฤษ
“คนไทยยังไม่รู้จัก” คุณอ๋องอธิบายว่าทำไมถึงไม่ค่อยมีลูกค้าคนไทย “เพราะแบรนด์ Aggressor ดังมากในสหรัฐ เมื่อคนอเมริกันรู้ว่ามีเรือของ Aggressor เข้าไทยแล้ว เขาก็อยากมาใช้บริการ มาดูทะเลไทยที่สวยงามติดเป็น Top World Destination” เขาเล่าต่อ “สำหรับคนไทยต้องประชาสัมพันธ์ให้รู้จักก่อน แต่พอรู้จักแล้วก็อาจจะไม่เลือกใช้ เพราะราคาเราต่างจากเจ้าอื่น 34 เท่า ซึ่งคนไทยจะเลือกไปต่างประเทศมากกว่าดำน้ำในเมืองไทย”
ได้ยินดังนี้ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้คนไทยฟังเสียหน่อย เรือ Thailand Aggressor เป็นเรืออลูมิเนียมทั้งลำ ขนาดความยาว 120 ฟุต ความเร็วเรือ 11.5 นอต มีห้องพัก 8 ห้อง พร้อมลูกเรือ 8 คน และรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 16 คน (ซึ่งปกติเรือลำใหญ่ขนาดนี้จะรับคนได้มากกว่า 50 คน) การบริการบนเรือเหมือนอยู่โรงแรม มีครูสอนดำน้ำบนเรือ มีห้องแคปซูลปรับความกดอากาศ มีอุปกรณ์ดำน้ำครบและคุณภาพสูง มีความปลอดภัยสูง มีคนเฝ้าเรือตลอด 24 ชั่วโมง และอื่นๆ อีกมาก
ส่วนเส้นทางการเดินทางเรือที่จะล่องกัน 7 วัน 20 ไดฟ์ ในช่วงเดือน พ.ย.เม.ย.จะเริ่มที่หมู่เกาะทั้ง 5 จากนั้นไปหินแดง หินม่วง หมู่เกาะรอก เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ เกาะราวี เกาะดง แล้วย้อนขึ้นมาทางเดิมวิ่งต่อไปสู่เกาะพีพี และไปสิ้นสุดการดำน้ำที่ Shark Point แล้วหันหัวเรือกลับภูเก็ตเป็นอันจบทริป
นอกจากนี้ การตกแต่งบนเรือถูกปรับโฉมใหม่จากสไตล์ยุโรปให้เป็นสไตล์ไทย ให้สมกับเป็น Thailand Aggressor
ไดฟ์แรก
คุณอ๋องดำน้ำมา 5 ปี เก่งจนได้ระดับขั้นเป็นครูสอนดำน้ำ แต่ไม่ว่าจะดิ่งไปแล้วกี่ไดฟ์ คุณอ๋องก็ยังไม่ลืมไดฟ์แรกที่ “สิมิรัน” และแหล่งดำน้ำลึกในไทยอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นกองหินริเชลิว ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ หรือหินม่วง หินแดง ที่เกาะลันตา ล้วนสวยงามไม่แพ้ที่ใดในโลก
“มันเริ่มจากที่เพื่อนผมชวนไปดำน้ำที่สิมิรัน ผมเป็นคนชอบ adventure รักธรรมชาติอยู่แล้ว ก็เลยไปเรียนดำน้ำเป็นเดือนๆ แล้วก็ไปดำ”
“พอผมได้ไปเห็นมันทำให้ผมรู้เลยว่า โลกนี้มันสวยงามแค่ไหนอยู่ที่คุณออกไปเจอแล้วหรือยัง ถ้าผมไม่ลงไปหามัน ผมก็คงไม่ได้เห็นความสวยงามนั้น”
คุณอ๋องยังออกไปตามหาความงามใต้สมุทรอีกหลายแห่ง แต่ที่อยากแนะนำ (นอกจากในประเทศไทย) คือ “ประเทศปาเลา” “ประเทศนี้เป็นประเทศเล็กๆ มีประชากรประมาณสองหมื่นคน คนที่ไปประเทศนี้ต้องไปดำน้ำที่ Blue Corner เพราะทุกครั้งที่ลงไปรับประกันได้ว่า คุณจะได้ว่ายน้ำกับฉลามเกิน 50 ตัว” ซึ่งแน่นอนว่าคุณอ๋องก็ไปว่ายน้ำกับพวกมันมาแล้ว แต่ก็ยังกลับบ้านแบบครบ 32
ถามคุณอ๋องว่าทำไมชอบดำน้ำ เขาตอบ “เวลาอยู่ใต้น้ำ มันเหมือนเราบินได้ เราสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้เพียงแค่หายใจ แล้วมันได้เห็นวัฏจักรชีวิตที่น้อยคนนักจะได้เห็น ใครจะรู้ว่าโลมาผสมพันธุ์กันวันละหกรอบ ภาพปลาใหญ่กินปลาเล็ก พอได้เห็นจริงๆ แล้วมันมหัศจรรย์”
สร้างนักดำน้ำ
“เกาะเต่าเป็นจุดที่คนทั่วโลกมาเรียนดำน้ำมากที่สุดในโลก” เป็นคำยืนยันความสวยงามของทะเลไทยและรายได้ที่ไทยได้รับจากกิจกรรมนี้ แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันผู้ประกอบการและครูสอนดำน้ำกลับเป็นชาวต่างชาติ คุณอ๋องจึงมีความคิดจะผลักดันให้วิชาการดำน้ำเข้าไปเป็นหนึ่งในหลักสูตรการท่องเที่ยวในมหาวิทยาลัย เพื่อผลิตนักดำน้ำเข้าสู่ตลาดและแย่งอาชีพนี้คืนมาจากชาวต่างชาติ และโดยส่วนตัวของเขาเอง คุณอ๋องจะเปิดโรงเรียนสอนดำน้ำเต็มรูปแบบย่านพุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งจะสร้างเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า เขาจะจัดแคมเปญให้คนมาเรียนฟรี มาทำความรู้จักการดำน้ำ เพื่อให้คนไทยสนใจด้านนี้และตื่นตัวมากขึ้น
คุณอ๋องมีพูดว่า “โลกใบนี้ สามในสี่ส่วนคือมหาสมุทร” มีนัยว่า “ถ้าไม่ตามหาความสวยงามจากมหาสมุทรจะเจอความสวยงามส่วนใหญ่ของโลกใบนี้ได้อย่างไร” ไม่ต้องใช้ความคิดมากก็พยักหน้าตามแล้วตระหนักได้ว่า เที่ยวแค่บนพื้นดินมีท่าจะพอแล้วสำหรับโลกใบนี้
ดูข้อมูลเรื่องทริปดำน้ำได้ที่ http://www.aggressor.com/thailand.php







