
ขายตั๋วหน้าสนาม...ไทยแลนด์โอนลี่
เหลือเวลาเพียง 10 วันเท่านั้น ประเทศไทยจะรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลก 2012 วันที่ 1-18 พ.ย.นี้ แต่ดูเหมือนกระแสความนิยมของกีฬาโต๊ะเล็กของไทยยังไม่เปรี้ยงปร้าง ยิ่งมีเรื่องการก่อสร้างสนามฟุตซอล บางกอก อารีนา หนองจอก ที่ไม่เสร็จทันวันเปิดสนาม (1 พ.ย.) ยิ่งทำให้บรรดาแฟนบอลหงุดหงิดและเซ็งอารมณ์ไปตามๆ กัน
เหลือเวลาเพียง 10 วันเท่านั้น ประเทศไทยจะรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลก 2012 วันที่ 1-18 พ.ย.นี้ แต่ดูเหมือนกระแสความนิยมของกีฬาโต๊ะเล็กของไทยยังไม่เปรี้ยงปร้าง ยิ่งมีเรื่องการก่อสร้างสนามฟุตซอล บางกอก อารีนา หนองจอก ที่ไม่เสร็จทันวันเปิดสนาม (1 พ.ย.) ยิ่งทำให้บรรดาแฟนบอลหงุดหงิดและเซ็งอารมณ์ไปตามๆ กัน
นอกจากเรื่องสนาม ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำให้บรรดาแฟนบอลไม่สบอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประชาสัมพันธ์ที่อ่อนเอามากๆ รวมถึงการจำหน่ายบัตรที่สอบถามไปยังฝ่ายจัดการแข่งขันแล้ว ยอดขายตั๋วที่ดูเหมือนไม่กระเตื้องเอาเสียเลย
ตั๋วฟุตซอลโลกครั้งนี้มีจำหน่าย 1 แสนใบ เปิดขายตั้งแต่กลางปี แต่ปรากฏว่าขายไปได้เพียงแค่ 1 หมื่นใบเท่านั้น คิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญครึ่งหนึ่งเป็นยอดการจองตั๋วของชาวต่างชาติ...ไม่ใช่แฟนบอลชาวไทย
ถือเป็นอีกเรื่องที่น่าขายหน้าไม่แพ้เรื่องสนาม
ก่อนหน้านี้ฟีฟ่าได้วางระเบียบตามหลักสากล คือให้แฟนบอลจองตั๋วผ่านทางออนไลน์เท่านั้น ไม่มีขายที่หน้าสนาม เพราะที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด แต่ด้วยยอดจองถล่มทลายในบ้านเรา (ประชด) บีบบังคับให้ฟีฟ่าก็ต้องออกมาไฟเขียวให้พี่ไทยเปิดขายบัตรหน้าสนามได้เป็นประเทศแรก
ผู้เขียนจึงลองนั่งสมาธิ ระลึกดูว่ามันมีเหตุผลอะไรกันหนาที่ทำให้ไทยแลนด์ถึงได้รับเกียรติให้ขายตั๋วกันหน้างาน โดยแบ่งออกหลักๆ ได้เป็น 3 เรื่องดังนี้
1.วัฒนธรรมการชมกีฬาของคนไทย
ข้อแตกต่างอย่างแรกคือวัฒนธรรมในการเลือกชมกีฬา ซึ่งพี่ไทยจะเน้นความชิลเป็นหลัก ถึงขั้นเรียกว่าศิลปินก็ว่าได้ เช่น วันนี้อยากดู พรุ่งนี้ไม่อยากไป มะรืนเพื่อนชวน ค่อยรอดูรอบชิงแล้วกัน หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งสรุปรวมได้ว่าเกิดจากอารมณ์ล้วนๆ
จุดนี้แตกต่างจากชาติสากลอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะแฟนบอลชาวยุโรป ที่มักมีการวางแผนล่วงหน้าไปชมเกมการแข่งขันกันเป็นเดือนหรือเป็นปีๆ ทีเดียว ก่อนจะเข้าแข่งขัน ซึ่งทำให้แฟนกีฬาเหล่านี้ต้องหาตั๋วชมเกม ก่อนตั๋วเครื่องบิน เพื่อป้องกันอาการบินเก้อ
ทราบอย่างนี้แล้วหยวนๆ ให้ไทยแลนด์อีกสักเรื่องเถอะนะฮะ พี่ฟีฟ่า
2.ตั๋วออนไลน์ซื้อยังไงหว่า!!!
เมื่อสักครู่ว่ากันถึงเรื่องวัฒนธรรมการดูไปแล้ว คราวนี้มาพูดกันถึงบุคคลประเภทที่อยากดู แต่จองไม่เป็นกันบ้างดีกว่า ซึ่งคนเหล่านี้น่าสงสารของจริง
มันเกิดขึ้นมาได้พักใหญ่แล้วสำหรับการทำธุรกรรมต่างๆ ทางออนไลน์ จากที่เคยสัมภาษณ์พูดคุยกับแฟนกีฬารุ่นใหญ่หลายท่าน ที่มีทั้งเงิน และใจอยากเชียร์กีฬา ก็กลับพบปัญหาใหม่ขึ้นมา นั่นคือ “ซื้อตั๋วออนไลน์ไม่เป็น” ส่วนใหญ่คอกีฬาเหล่านี้จะใช้ลูกหลานจองให้ หรือบางกลุ่มก็จะใช้มโนภาพความเคยชินที่ว่า “จองทำไมให้เหนื่อย หน้างานก็มีขาย” ซึ่งจุดนี้เป็นเหตุให้การซื้อตั๋วออนไลน์ยังไม่เป็นที่นิยม
บางคนอยากดูมากถึงขนาดรวบรวมลมปราณลุกขึ้นมาเปิดคอมพ์ศึกษาเอง แต่กลับตกม้าตายเมื่อเจอกับการลงทะเบียนที่ซับซ้อน รวมถึงวิธีการจ่ายเงินที่ยุ่งยาก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนกลุ่มนี้ถอดใจและปิดคอมพ์ พร้อมพูดในใจดังๆ ว่า “ยุ่งยากนัก ไม่ดูก็ได้ฟระ!!!”
ตรงจุดนี้อยากให้พบกันครึ่งทาง โดยฝ่ายจัดจำหน่ายให้ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากเกินความจำเป็นออกไปสักหน่อย ส่วนแฟนกีฬาลองใจเย็นๆ ขึ้นอีกสักนิด ค่อยๆ ศึกษาไปทีละขั้นตอน ถ้าสำเร็จคุณจะพบว่ามันง่ายจริงเชียวการจองตั๋วออนไลน์เนี่ย
3.ฟุตซอลอะไร เตะเมื่อไหร่???
ในขณะที่ทั่วโลกคึกคักไปกับมหกรรมฟุตซอลโลกที่ได้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า เป็นแม่งาน เชื่อหรือไม่มีคนไทยจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่า ฟุตซอลอะไร เตะที่ไหน เมื่อไหร่ อะไรยังไง
คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะ?
ข้อนี้เด็ก ป.2 ยังตอบได้เลยมั้งว่า เกิดจากการประชาสัมพันธ์ที่ซุ่มเงียบ ของผู้หลักผู้ใหญ่ราวกับถ้าพูดไปแล้วมันจะกระทบกับความมั่นคงของชาติซะอย่างนั้น
โอเค...เรื่องยอดจองตั๋วต่างชาติที่มีมากกว่าไทย
อาจเป็นเรื่องของ 2 เหตุผลแรกที่ได้กล่าวไป ตรงนั้นยกผลประโยชน์ให้จำเลยไป แต่ที่รับไม่ได้อย่างแรงจนแทบปรี๊ดแตก คือถามใครก็ตอบไม่ได้สักอย่าง
ข้อนี้ผมมีวิธีวัดผลที่ง่ายมาก เพียงแค่คุณผู้อ่านนำ 5 คำถามนี้ไปลองถามพ่อแม่พี่น้องคนดู เอาสัก 10 คนก็พอนะไม่ต้องมาก
1.รู้หรือไม่ไทยได้เป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลก?
2.ฟุตซอลโลกจะจัดขึ้นวันไหน?
3.สนามที่ใช้แข่งมีที่ไหนบ้าง?
4.ซื้อตั๋วได้ที่ไหน?
5.พิธีเปิดและปิด เริ่มเวลาใด?
เชื่อได้เลยว่ามีน้อยคนมากที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ครบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้นกับประเทศที่อาสาเป็นเจ้าภาพในกีฬาระดับโลกเช่นนี้ เพราะอย่าลืมว่า เมื่อทัวร์นาเมนต์เริ่มขึ้น ต่างชาติเข้ามาเชียร์ เมื่อนั้นคนไทยทุกคนก็จะต้องรับบทเจ้าบ้านโดยปริยาย







