posttoday
แค่คิด...ก็รวยแล้ว(2)

แค่คิด...ก็รวยแล้ว(2)

20 ตุลาคม 2555

บอกแล้วว่าต้องมีคนมองว่า “บ้าไปแล้ว!!! แค่คิดอยากจะรวยก็ทำให้รวยได้ ไม่มีทางเป็นไปได้” เพราะหลังจากแนะนำหลักการความรวยจากหนังสือเรื่อง “คิดแล้วรวย” หรือ Think & Grow Rich ของ นโปเลียน ฮิลล์ และเรียบเรียงโดย กมล แสงทองศรีกมล ไป 3 ข้อ เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็มี “ผู้อ่าน” ถามว่า...

บอกแล้วว่าต้องมีคนมองว่า “บ้าไปแล้ว!!! แค่คิดอยากจะรวยก็ทำให้รวยได้ ไม่มีทางเป็นไปได้” เพราะหลังจากแนะนำหลักการความรวยจากหนังสือเรื่อง “คิดแล้วรวย” หรือ Think & Grow Rich ของ นโปเลียน ฮิลล์ และเรียบเรียงโดย กมล แสงทองศรีกมล ไป 3 ข้อ เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็มี “ผู้อ่าน” ถามว่า...

“แค่คิดแล้วรวยได้จริงๆ หรือ”

“ถ้าแค่คิดแล้วรวยก็คงไม่มีคนจนแล้ว เพราะใครๆ ก็อยากรวยกันทั้งนั้น”

“คงไม่ใช่ทุกคนหรอกที่คิดแล้วรวยได้จริงๆ”

“ไปลองทำตามแล้ว ยังไม่เห็นรวยเลย”

ถ้าใครกำลังคิดแบบนี้เหมือนกันอยู่ ก็อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะหนังสือเล่มนี้และ 13 ขั้นตอนนำไปสู่ความมั่งคั่งในแบบของ นโปเลียน ฮิลล์ เป็น เหมือนคัมภีร์ชีวิตที่ “คนรวยแล้ว” แนะนำให้ “คนอยากรวย” และถ้าเราอยากรวยเหมือนคนรวย เราก็เพียงแค่ทำเหมือนกับที่คนรวยเขาทำกัน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เริ่มไปแล้ว 3 ขั้นตอน ได้แก่

1.มีปณิธานแน่วแน่

2.ศรัทธาในตัวเอง

3.บอกตัวเองซ้ำๆ

ทั้งสามขั้นตอนเป็นบันได 3 ขั้นแรกที่สำคัญมาก เพราะเป็นเหมือน “ราก” ซึ่งหากเราเป็นต้นไม้ที่มีรากแข็งแรง ก็ย่อมทำให้ต้นไม้เติบโตและออกดอกออกผลจนน่าพอใจ (เพราะฉะนั้นถ้าใครที่พลาด 3 ตอนแรก แนะนำให้ไปค้นหนังสือพิมพ์ฉบับเก่ามาทบทวนกันก่อน หรือถ้าใจร้อนไม่อยากจะรอก็รีบไปหาซื้อ “Think & Grow Rich” มาอ่านกันเลย)

4.รู้เฉพาะทางอย่างถ่องแท้

ถ้าคิดแล้วว่าอยากมีอะไร อยากมีเงินเท่าไร มองเห็นอย่างแจ่มชัดเลยว่าได้ครอบครองสิ่งนั้นแล้ว วางแผนไว้แล้วด้วยว่าต้องทำอะไรเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แถมยังตะโกนบอกตัวเองทุกวัน แต่เสร็จแล้วก็ล้มตัวลงนอน

ถ้าเป็นแบบนี้ คงจะไม่มีหวังที่จะทำให้ “ความฝัน” กลายเป็น ความจริงขึ้นมาได้ และสุดท้ายมันก็จะกลายเป็นแค่ “ฝันกลางวัน”

ดังนั้น ในขั้นตอนสู่ความร่ำรวยขั้นตอนต่อไป คือ ต้องมีความรู้เฉพาะทาง

นโปเลียน ฮิลล์ บอกว่า ในโลกนี้มีความรู้อยู่ 2 อย่าง คือ ความรู้ทั่วไปและความรู้เฉพาะทาง

“ผู้มีการศึกษาไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทั่วไปและความรู้พิเศษมากมาย หากแต่ผู้มีการศึกษาที่แท้นั้นหมายถึง คนที่สามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองไปสู่เป้าหมายที่ต้องการโดยไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น”

และก่อนที่เราจะสามารถเปลี่ยน “ปณิธาน” ไปเป็นเงินทองได้ จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะทาง ซึ่งอาจจะเป็นความรู้เฉพาะด้านการบริการ ธุรกิจการค้า หรือความถนัดในวิชาชีพ เพราะคนที่มั่งคั่งร่ำรวยก็ไม่ใช่คนที่ “รู้ไปทุกเรื่อง” แต่พวกเขารู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างถ่องแท้และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

“คนบางคนไม่ประสบความสำเร็จเลยตลอดชีวิต ก็เพราะว่าเขาไม่ได้เป็น ‘คนที่มีการศึกษา’ อย่างแท้จริง”

นโปเลียน ฮิลล์ อ้างถึงคนจำนวนมากที่อาจจะถูกมองว่า “มีการศึกษาไม่สูง” แต่พวกเขากลับประสบความสำเร็จอย่างมากในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น

โทมัส เอดิสัน ที่เรียนในโรงเรียนแค่ 3 เดือน

เฮนรี ฟอร์ด จบแค่ ป.6

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ คิดค้นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ตอนที่เขาเป็นเสมียนในสำนักงาน (ในวัยเด็กเขาเคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน)

นั่นเพราะคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต พวกเขาไม่เคยหยุดที่จะหาความรู้เฉพาะด้านที่เกี่ยวกับเป้าหมายในชีวิต ธุรกิจ หรืออาชีพของพวกเขา ในขณะที่ “คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ” มักจะมีความเชื่อแบบผิดๆ ว่า “เมื่อจบการศึกษาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องหาความรู้ใดๆ อีก”

เพราะฉะนั้น นโปเลียน ฮิลล์ จึงแนะนำให้ออกไปหา “ความรู้เฉพาะทาง” ซึ่งเราต้องค้นหาให้พบว่า เราจำเป็นต้องมีความรู้ด้านใดเป็นการเฉพาะ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจ เพื่อทำให้ความฝันเข้าใกล้ความเป็นจริง

แต่เมื่อพูดถึงการหาความรู้เพิ่มเติม การเข้าคอร์สอบรม สิ่งหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอคือ “ฉันไม่มีเวลา” หรือ “ฉันแก่เกินไป” ซึ่ง นโปเลียน ฮิลล์ บอกว่า “คนเรามักมีจุดอ่อนที่ไม่ค่อยอยากจะแก้ไขอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ขาดความทะเยอทะยาน” ทั้งๆ ที่การเข้าคอร์สฝึกอบรมต่างๆ มักจะช่วยให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ในเวลาไม่นาน

“ไอเดียในการเริ่มงานจากตำแหน่งต่ำสุดแล้วค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมา อาจฟังดูเข้าที แต่มีผู้คนจำนวนมากที่เริ่มจากศูนย์แล้วไม่สามารถยกระดับตัวเองให้โดดเด่นจากคนอื่นจนทำให้เจ้านายเห็นได้

นอกจากนี้ ภาพของคนทำงานระดับล่างมักจะไม่ค่อยเป็นที่สะดุดตาเจ้านาย พวกเขามักจะไม่มีความทะเยอทะยาน จมปลัก และยอมรับโชคชะตาของตัวเอง เพราะติดนิสัยทำงานประจำไปวันๆ ในที่สุดนิสัยนี้มันก็จะติดตัวเราไปตลอด... ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำคือ สร้างนิสัยของการค้นหา แสวงหาโอกาส และทำมันให้สำเร็จโดยไม่ลังเล”

อย่างไรก็ตาม นโปเลียน ฮิลล์ บอกว่า คนที่มีความรู้ก็อาจจะไม่สามารถทำเงินได้ และความรู้ที่มีก็อาจจะกลายเป็นความรู้ที่ไม่มีคุณค่า ถ้าไม่รู้จักการจัดการหรือการวางแผนในการนำความรู้ที่มีอยู่ไปใช้ประโยชน์

หลายคนอาจจะทำหน้างงๆ ถ้าบอกว่า สิ่งที่จะช่วยเปลี่ยนความรู้เป็นเงิน คือ “จินตนาการ” เพราะ นโปเลียน ฮิลล์ บอกว่า เมื่อความรู้เฉพาะทางบวกกับจินตนาการ จะเท่ากับ “สูตรสำเร็จทางธุรกิจ”

ถ้าไม่เชื่อให้ลองคิดถึง “มหาเศรษฐี” อย่างเช่น บิล เกตส์ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อย่างถ่องแท้ โดยที่ให้ความสนใจกับความรู้ทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเมื่อความรู้เฉพาะทางของเขาบวกกับจินตนาการของเขา ก่อกำเนิดไมโครซอฟท์และทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก

5.จินตนาการอย่างสร้างสรรค์

เราอาจจะหาความรู้เฉพาะทาง หรือมีความเชี่ยวชาญในอาชีพ แต่อาจจะไม่ร่ำรวยขึ้นมาได้ ถ้าขาด “จินตนาการ” ที่เป็นหนึ่งสมการของสูตรสำเร็จทางธุรกิจ

นโปเลียน ฮิลล์ บอกว่า จินตนาการ มี 2 แบบ คือ จินตนาการสังเคราะห์ (Synthetic Imagination) และจินตนาการสร้างสรรค์ (Creative Imagination)

จินตนาการสังเคราะห์ เป็นการรวบรวมแนวคิดและไอเดียเก่าๆ มาผสมกับแผนการ โดยที่ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ

จินตนาการสร้างสรรค์ เป็นการทำงานแบบอัตโนมัติที่มาจากการสร้างแรงจูงใจให้กับจิตสำนึกและกระตุ้นให้มันทำงาน ผ่านรูปแบบของความสังหรณ์ใจและแรงบันดาลใจ

“มันจะต่อการรับรู้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อจิตสำนึกถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์แห่งปณิธานอันแรงกล้า”

จินตนาการทั้งสองประเภทนี้ทำงานร่วมกัน โดยการเปลี่ยนปณิธานหรือความคิดไปเป็นเงินทอง จะใช้จินตนาการสังเคราะห์บ่อยที่สุด แต่บางสถานการณ์ก็จำเป็นต้องใช้จินตนาการสร้างสรรค์ ซึ่ง นโปเลียน ฮิลล์ บอกว่า “ผู้นำธุรกิจ นักอุตสาหกรรม นักการเงินผู้ยิ่งใหญ่ รวมไปถึงศิลปิน นักดนตรี กวี นักเขียน สร้างความยิ่งใหญ่ได้ เพราะเขาได้พัฒนาความสามารถแห่งความคิดสร้างสรรค์”

“ทั้งจินตนาการสังเคราะห์และจินตนาการสร้างสรรค์ต้องพร้อมที่จะใช้งาน หากไม่ค่อยได้ใช้งาน ความสามารถในการจินตนาการของคุณจะอ่อนแอ เหมือนกล้ามเนื้อหรือบางอวัยวะของร่างกายที่จะพัฒนาขึ้นก็ต่อเมื่อเราได้ใช้งานมันบ่อยๆ”

การเปลี่ยนปณิธานเป็นเงินทองจำเป็นต้องวางแผน และการวางแผนต้องใช้จินตนาการ ซึ่งต้องใช้จินตนาการสังเคราะห์ โดยนำประสบการณ์ การศึกษา และการสังเกตมาใช้ เหมือนกับที่ โทมัส เอดิสัน โดยใช้ความรู้ร่วมกับจินตนาการสังเคราะห์ ที่ได้ลองผิดมาเป็นหมื่นครั้งกว่าจะได้หลอดไฟ

นโปเลียน ฮิลล์ บอกว่า ไอเดีย เป็นจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่ง ขณะที่ไอเดียเป็นผลผลิตของจินตนาการ

นอกจากนี้ นโปเลียน ฮิลล์ ยังเคยเขียนไว้ในหนังสือ Law of Success ว่า แผนการสร้างเงินล้านอาจจะมาจากไอเดียง่ายๆ ธรรมดาๆ ที่ทุกคนมองข้ามไป

“คุณต้องใส่ไอเดียเข้าไปในจินตนาการ เพื่อให้มันเกิดผลในทางปฏิบัติ ยิ่งคุณมีไอเดียง่ายๆ พื้นๆ มากเท่าไร มันกลับยิ่งสร้างความคุ้มค่าให้คุณมากขึ้นเท่านั้น คุณไม่ควรมองหาแต่ไอเดียที่มีรายละเอียดและซับซ้อนมากจนเกินไป”

“ถ้าคุณเป็นคนที่เชื่อว่า การทำงานหนักและซื่อสัตย์อย่างเดียวจะทำให้ร่ำรวยได้ละก็ ลืมไปได้เลย เพราะมันไม่เป็นความจริง ความมั่งคั่งร่ำรวยไม่ได้มาจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว ความมั่งคั่งร่ำรวยจะตอบสนองต่อความต้องการที่ชัดเจนด้วยการนำหลักการไปประยุกต์ใช้ ไม่ใช่เพราะความบังเอิญหรือเพราะโชคช่วย”

6.วางแผนอย่างเป็นระบบ

ถ้ายังจำกันได้ ในสัปดาห์ที่แล้วเรามี 6 ขั้นตอนที่จะเปลี่ยนปณิธานให้เป็นความจริง ซึ่งในขั้นตอนที่ 4 คือการสร้างแผนการที่จะทำให้ปณิธานของเราประสบความสำเร็จ โดยแผนการนั้นจะต้องเป็น “แผนปฏิบัติการที่ชัดเจน” และเป็นระบบ

นโปเลียน ฮิลล์ แนะนำวิธีการง่ายๆ ในการวางแผนอย่างเป็นระบบไว้ข้อหนึ่งว่า “จงพาตัวเองเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนที่ช่วยสร้างสรรค์และคิดแผนการเพื่อความมั่งคั่ง ใช้หลักการของการระดมความคิด จงปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด อย่าละเลยมัน”

นั่นคือการทำงานเป็นทีม เพราะ “ไม่มีใครมีประสบการณ์ การศึกษา ศักยภาพ และความรู้เพียงพอที่จะได้มาซึ่งความมั่งคั่งโดยปราศจากความร่วมมือจากผู้อื่น”

แต่ถ้าการวางแผนที่มีระบบก็ยังไม่ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง ก็อย่าเพิ่งท้อถอย นโปเลียน ฮิลล์ แนะนำว่า ถ้าแผนการแรกที่สร้างขึ้นไม่ประสบความสำเร็จ ก็สร้างแผนการใหม่ขึ้นมาอีก และถ้ามันยังไม่ประสบความสำเร็จอีก ก็สร้างแผนการใหม่ขึ้นมาอีก และสร้างมันต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งค้นพบแผนการที่ได้ผล

“ตรงนี้คือจุดที่คนส่วนใหญ่พบกับความล้มเหลว เนื่องจากความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์แผนการใหม่แทนที่แผนการที่ล้มเหลวไป... เมื่อแผนการของคุณล้มเหลว มันเป็นเพียงความล้มเหลวชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้คงอยู่กับคุณตลอดไป มันหมายความเพียงว่า แผนการนั้นไม่ดีพอ จงสร้างสรรค์แผนการอื่นๆ ต่อไป เริ่มใหม่ไปเรื่อยๆ”

จากการสัมภาษณ์คนที่ประสบความสำเร็จมานับไม่ถ้วน ทำให้ นโปเลียน ฮิลล์ พบว่า ไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จได้โดยไม่เคยล้มเหลวมาก่อน ทำให้เขาแนะนำให้เขียนข้อความต่อไปนี้ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ไว้บนกระดาษแล้วติดไว้ในที่ที่มองเห็นง่ายก่อนเข้านอนและก่อนไปทำงาน

“คนที่ยอมแพ้ไม่เคยชนะ และผู้ชนะไม่เคยยอมแพ้” นั่นเพราะ “ไม่มีสิ่งใดเอาชนะคุณได้ ถ้าคุณไม่ถอดใจยอมแพ้‌เสียก่อน” เพราะฉะนั้นแม้ว่าวันนี้จะคิดอยากรวยแต่ยังไม่รวยก็‌อย่าเพิ่งถอดใจ เดินหน้าต่อไป (และรออ่านในสัปดาห์ต่อไป) m

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท