
พระอาพาธน้อย
โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม
โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม
พูดถึงพระสาวกของพระพุทธเจ้า มีพระรูปหนึ่งพอป่วยหรืออาพาธ ไม่ว่าจะเป็นรุนแรงหรือไม่รุนแรง ก็จะหายขาดในทันที เรียกว่าพอป่วยปุ๊บก็หายปั๊บ ไม่ต้องใช้ยา ไม่ต้องหาหมอ แต่เป็นความสามารถพิเศษส่วนบุคคล ซึ่งไม่ว่าใครในโลกนี้ก็ทำไม่ได้อย่างท่าน
ฟังแล้วมันก็อัศจรรย์ดีครับ...
ว่าแต่น่าเสียดาย ที่ตามประวัติของท่านไม่ได้บอกวิธีการทำอาพาธให้ปลาสนาการไป เพราะถ้าบอกไว้เชื่อว่าจะถูกยกเป็นนวัตกรรมในด้านการรักษาโรค (ใครจะไปรู้) บอกแต่เพียงว่าการที่ท่านทำได้อย่างนี้ เป็นผลจากการตั้งความปรารถนาของท่านไว้ในชาติก่อนในสมัยของพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า อโนมทัสสี
ศิษย์ของพระพุทธเจ้ารูปนี้ก็คือ พระพากุลเถระ
ย้อนไปสมัยพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า ท่านพากุลได้บวชเป็นดาบสเคยเข้าเฝ้าและฟังธรรมจากพระอโนมทัสสีเป็นครั้งคราว วันหนึ่งก็ได้มาเฝ้า แต่พระพุทธเจ้าประชวรเกิดลมในพระอุทร ก็คิดว่าเป็นโอกาสได้ทำบุญครั้งใหญ่ จึงเดินทางไปยังเชิงเขารวบรวมสมุนไพรชนิดต่างๆ ปรุงเป็นยานำไปถวาย
พอพระศาสดาเสวยยาโรคลมในพระอุทรก็สงบลง อาการปวดหายเป็นปลิดทิ้ง
พอในเวลาที่พระศาสดาทรงพระสำราญแล้วท่านก็มาเฝ้าตามปกติ พร้อมกับกราบทูลและตั้งความปรารถนาเฉพาะพระพักตร์พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า
“ความผาสุกที่เกิดแก่พระตถาคตเพราะยาของข้าพระองค์ และด้วยผลแห่งการถวายยาของข้าพระองค์นั้นขอความเจ็บไข้ทางร่างกายแม้แต่เพียงเท่าการถอนผมก็จงอย่ามีในภพที่ข้าพระองค์เกิดแล้ว”
เมื่อดาบสจุติจากภพนั้นก็บังเกิดในพรหมโลก เวียนว่ายอยู่ในเทวดามนุษย์ สิ้นอสงไขยหนึ่ง จนต่อมาในสมัยพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ท่านเกิดเป็นลูกเศรษฐี ในเมืองหงสาวดี
วันหนึ่งท่านได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธองค์แล้วฟังพระธรรมเทศนา แลเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสถาปนาภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งภิกษุผู้เลิศกว่าภิกษุผู้มีอาพาธน้อย ก็ปรารถนาจะได้อยู่ในตำแหน่งนั้นบ้างในสมัยพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในอนาคต แล้วท่านจึงได้นิมนต์พระตถาคตพร้อมด้วยพระสงฆ์ให้ฉันตลอด 7 วัน แล้วแสดงความปรารถนาในตำแหน่งนั้น
ท่านกระทำกุศลจนตลอดชีวิต เวียนว่ายอยู่ในเทวดาและมนุษย์ จนในสมัยพระวิปัสสีพุทธเจ้าก็มาเกิดในครอบครัวพราหมณ์ ณ กรุงพันธุมวดี แล้วบวชเป็นดาบสจนได้ฌานอาศัยอยู่เชิงเขา
ต่อมาท่านก็ไปเข้าเฝ้าพระวิปัสสีทศพลพุทธเจ้า ซึ่งทำเหมือนตอนที่เกิดเป็นดาบสสมัยพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า คือเข้าเฝ้าฟังธรรมเป็นครั้งคราว
สมัยหนึ่ง พวกภิกษุเว้นพระศาสดาและพระอัครสาวกเกิดโรคที่ศีรษะเพราะถูกลมของต้นไม้มีพิษที่ออกดอกสะพรั่งในป่าหิมพานต์อยู่ในเวลานั้น ท่านที่มาเฝ้าพระพุทธเจ้าเห็นเหล่าภิกษุนั่งคลุมศีรษะจึงถามและรู้เหล่าภิกษุเป็นโรคดอกไม้พิษ จึงไปเก็บสมุนไพรมาปรุงยารักษาจนโรคของพวกภิกษุหายทันที
ดาบสนั้นดำรงอยู่ชั่วอายุก็บังเกิดในพรหมโลก แล้วไปเกิดเป็นเทวดา และมนุษย์ ต่อมาในสมัยพระกัสสปพุทธเจ้าท่านเกิดเป็นชาวบ้านธรรมดา ต่อมาบ้านทรุดโทรมก็ตั้งใจจะไปหาไม้อุปกรณ์มาซ่อมแซม ระหว่างทางเห็นวัดทรุดโทรมก็คิดพักการซ่อมบ้านไว้ก่อนพร้อมหาไม้อุปกรณ์สร้างโบสถ์ โรงฉัน เรือนพยาบาล ที่พักกลางคืน กลางวัน ส้วม จัดตั้งยาฉันสำหรับภิกษุสงฆ์ไว้ทุกอย่าง
แล้วในสมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้าก็เกิดเป็นพากุลในสกุลเศรษฐี ตั้งแต่วันที่ท่านเกิดสกุลเศรษฐีนั้นก็ประสบลาภผลอันเลิศมาโดยตลอด
วันหนึ่งเมื่อพวกพี่เลี้ยงกำลังให้ทารกเล่นดำผุดดำว่ายอยู่ ปลาตัวหนึ่งเห็นเด็กสำคัญว่าเป็นอาหาร จึงคาบเด็กไป พวกพี่เลี้ยงต่างก็ทิ้งเด็กหนีไป
เรื่องนี้ยังไม่จบ ต้องรอดูต่อไป แต่บอกได้ว่าทุกๆ ชาติที่ท่านเกิดมาไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ท่านนั้นมีบทบาทในการรักษาโรคของทั้งพระพุทธเจ้าและภิกษุอื่นจนหายจากโรค
แค่นี้ก็พอจะสื่อให้เห็นว่า เหตุใดท่านจึงเกิดมาเป็นคนมีป่วยน้อยเหลือเกิน







