posttoday
สูตรบริหาร HR ตำรับ Campbell Soup Co.,Ltd.

สูตรบริหาร HR ตำรับ Campbell Soup Co.,Ltd.

08 ตุลาคม 2555

ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ชอบรับประทานซุป สมัยที่ศึกษาอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเวลาประมาณเกือบ 7 ปี

โดย...รศ.ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข

ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ชอบรับประทานซุป สมัยที่ศึกษาอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเวลาประมาณเกือบ 7 ปี ก็ได้อาศัยซื้อซุปกระป๋องมารับประทานเวลาเรียนหนักจนแทบไม่มีเวลาประกอบอาหาร หนึ่งในแบรนด์ที่ผู้เขียนบริโภคค่อนข้างประจำคือ Campbell ที่กระป๋องมีฉลากสีขาวแดง และรูปเหรียญทอง มองหาไม่ยาก แถมยังมีรสชาติให้เลือกหลากหลายพอสมควร เช่น เวลากำลังเป็นหวัด ผู้เขียนมักเลือกซุปไก่กับบะหมี่ (Chicken Noodle Soup) บางเวลาก็เลือกรสชาติของทางใต้ เช่น Chicken Gumbo ซึ่งใส่ข้าวและเครื่องเทศหอมๆ ทั้งนี้ Campbell Soup Co.,Ltd. นับเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาที่มีอายุยืนยาวกว่า 100 ปี เช่นเดียวกับ General Electric IBM และ Dupont เป็นต้น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าองค์กรที่มีอายุยืนยาวกว่า 100 ปี ย่อมมีแม่ไม้บริหารงานและบริหารคนที่ยั่งยืน (Sustainable Management Strategies) แน่ๆ เนื่องจากคอลัมน์นี้เราเน้นเรื่องการบริหาร HR กัน เรามาคุยถึงทีเด็ดในการบริหาร HR ของ Campbell Soup Co.,Ltd. กันดีกว่าว่า สูตรสำเร็จในการบริหาร HR ของเขามีรสชาติลงตัวเหมือนซุปที่เขาขายมากว่า 100 ปี หรือไม่?

ขอเล่าประวัติความเป็นมาย่อๆ ของ Campbell Soup ก่อนนะคะ บริษัทนี้ก่อตั้งโดย Joseph A. Campbell พ่อค้าผลไม้ กับ Abraham Anderson ผู้ผลิตถังน้ำแข็ง เมื่อปี ค.ศ. 1869 ณ เมืองแคมเดน มลรัฐนิวเจอร์ซีย์ ตั้งแต่เริ่มแรกพวกเขาผลิตมะเขือเทศกระป๋อง ผักกระป๋อง แยม ซุป และเนื้อสัตว์บดสับ แต่เพียง 7 ปี หลังดำเนินธุรกิจร่วมกัน Anderson ก็ลาออกจากการเป็นหุ้นส่วน กิจการจึงตกเป็นของ Campbell แต่เพียงผู้เดียว

ต่อมาในปี 1897 John T. Dorrance พนักงานคนหนึ่งของบริษัทซึ่งมีพื้นฐานการศึกษาจบด้านเคมีจาก MIT (Massachusetts Institute of Technology) และมหาวิทยาลัย Gottingen แห่งประเทศเยอรมนีได้คิดค้นวิธีทำซุปสูตรเข้มข้น (Condensed Soup) โดยขจัดน้ำออกไปได้ถึงเกือบ 50% ทำให้ลดต้นทุนในเรื่องบรรจุภัณฑ์ไปได้มาก ลูกค้าสามารถเติมน้ำลงไปในซุปที่เข้มข้นแล้วนำไปตั้งไฟอุ่นเพื่อรับประทานได้ทันที

สูตรบริหาร HR ตำรับ Campbell Soup Co.,Ltd.

 

ด้วยความฉลาดเฉลียวและความสามารถเชิงบริหารทำให้ Dorrance ก้าวขึ้นเป็นประธานบริษัทได้ในปี ค.ศ. 1914 และซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทจากครอบครัว Campbell ได้ในที่สุด เป็นอันว่าซุป Campbell ก็มีเพียงแต่ชื่อเท่านั้นเพื่อเป็นการระลึกถึงผู้ก่อตั้ง ขณะเดียวกันชื่อของซุป Campbell ก็ติดตลาดเสียแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อแบรนด์ให้เสียลูกค้าไปซะเปล่าๆ

Dorrance ยังเปลี่ยนฉลากปิดกระป๋องให้เป็นสีแดงเชอร์รีและสีขาวเหมือนกับสีประจำทีมฟุตบอลของมหาวิทยาลัย Cornell ด้วย นอกจากนี้ยังเพิ่มตราเหรียญทองติดข้างกระป๋องด้วยสีแดง–ขาว–ทอง จึงเป็นสัญลักษณ์ของ Campbell ตั้งแต่นั้นมา

มีผู้วิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จของ Campbell Soup ว่าเกิดจากการทำการโฆษณาและการตลาดอย่างหนักหน่วง จริงจัง และต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายลดแลกแจกแถม การลงโฆษณาทางหน้าหนังสือพิมพ์ การออกสื่อโฆษณาทางทีวี การเป็นผู้สนับสนุนรายการการกุศลและสังคมสงเคราะห์ต่างๆ การเป็นผู้สนับสนุนกีฬา ฯลฯ ปรากฏว่า Campbell Soup ทำมาแล้วทั้งหมด ด้วยกลยุทธ์การตลาดและประชาสัมพันธ์ที่กล้าแกร่งและทั่วถึง ทำให้ชื่อของ Campbell ครองตลาดซุปมาตลอดจนปัจจุบัน

ขณะนี้ Campbell มีกิจการอยู่ใน 120 ประเทศ และมีพนักงานทั้งหมดประมาณ 1.8 หมื่นคนทั่วโลก นับเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

ในด้านการบริหาร HR Campbell ก็เข้มแข็งในเรื่องระบบงานเช่นเดียวกัน Robert Morressey ประธานอาวุโสและผู้จัดการใหญ่ด้านการบริหารบุคคลของ Campbell Soup เปิดเผยกับ HR Magazine ฉบับเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาว่า สิ่งที่ Campbell Soup ให้ความสำคัญในการบริหาร HR มาโดยตลอด คือ การสร้างสัมพันธภาพที่แน่นแฟ้นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้บริหารระดับอาวุโสของทุกแผนก และกรรมการบริหารในบอร์ดบริหารด้วย (เคล็ดลับนี้ HR ชาวไทยก็ควรให้ความสำคัญให้มากๆ)

ส่วนแนวคิดทางบริหารใหม่ๆ สำหรับอนาคตนับแต่นี้ไปก็คือเรื่องของการวัดลักษณะของผลการทำงานในระดับสูง (Measuring the Characteristics of High Performance) และการสร้างความผูกพัน (Engagement) ทั้ง 2 ประการนี้ คือ จุดเน้นสำหรับการบริหาร HR ซึ่งทาง Campbell Soup ก็จะเริ่มปฏิบัติการวางระบบ “High–Performing Work Systems” ในโรงงานผลิตกันในปีนี้แล้ว

ระบบใหม่ที่ว่านี้จะแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่องค์กรจะจัดวางระบบการทำงานและการมอบอำนาจให้พนักงาน (Employee Empowerment) เพื่อให้พนักงานมีศักยภาพในการทำงานมากขึ้น ในการนี้ทางองค์กรเตรียมแผนงานพัฒนาบุคลากรไว้เรียบร้อยแล้ว คือ การพัฒนาผู้จัดการและภาวะผู้นำเพื่อ “ปลดล็อก” อุปสรรคทั้งหลายที่กางกั้นมิให้พวกเขาทำงานได้เต็มขีดความสามารถ โปรแกรมใหม่ล่าสุดที่ Morressey กำลังเปิดตัว คือ “The Campbell Way for Managing Program” ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ผสมผสานการฝึกอบรมในชั้นเรียนกับการเรียนรู้ทางออนไลน์

นอกจากโปรแกรมนี้ก็ยังมีเรื่องการทำแผน Succession Planning ที่จะสร้างความมั่นใจให้องค์กรว่า Campbell มีพนักงานคนเก่งเพื่อสืบทอดตำแหน่งงานสำคัญอยู่ตลอดเวลา และสุดท้ายที่ถูกใจผู้เขียนมากคือ การที่ Campbell เน้น “ความโปร่งใส” (Transparency) ในการบริหารของเหล่าผู้จัดการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างขวัญ กำลังใจ และความจงรักภักดีต่อองค์กรของพนักงานได้อย่างยั่งยืน

เพราะเรื่องของการขาดความโปร่งใสนี้ คืออุปสรรคสำคัญต่อความก้าวหน้าในการสร้างผลงานขององค์กรหลายแห่งในเอเชีย รวมถึงในบ้านเราที่มีปัญหาเล่นพรรคเล่นพวกกันมาก ซึ่งการเล่นพรรคเล่นพวกนี้ทำเอาองค์กรล่มสลายมานักต่อนักแล้ว...


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท