
ชัยชนะที่ได้มาของ'สิงห์-เรือใบ'
ถือว่าออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับ “สิงโตน้ำเงิน” เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต ดิมัตเตโอ กุนซือหนุ่ม
โดย...ราชันเบอร์ 23
ถือว่าออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับ “สิงโตน้ำเงิน” เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต ดิมัตเตโอ กุนซือหนุ่ม เมื่อเปิดรังสแตมฟอร์ดบริดจ์ ถลุง “นกขมิ้น” นอริช ทีมจากโซนท้ายตาราง 4-1
แม้เจ้าถิ่นจะโดนยิงนำไปก่อนจาก แกรนด์ โฮลต์ ในนาทีที่ 10 แต่ว่ามายิงแซง 4 ประตูรวด จากผู้เล่นไม่ซ้ำหน้า เฟอร์นานโด ตอร์เรส แฟรงก์ แลมพาร์ด เอเดน ฮาซาร์ และ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ซัดคนละประตู ทำให้พรีเมียร์ชิพฤดูกาลนี้ลุ้นแชมป์กันสนุกแน่ “สิงห์บลูส์” นำเป็นจ่าฝูง แข่ง 7 นัด มี 19 แต้ม ทิ้งห่างแชมป์เก่าอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่หายใจรดต้นคอ อยู่ 4 แต้ม
นับเป็นการออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างสวยหรูของเชลซี นับตั้งแต่ ปี 2006
ก่อนที่เกมดังกล่าวจะเริ่มขึ้น “สิงห์บลูส์” ประสบปัญหา เมื่อสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ลงโทษ จอห์น เทอร์รี กรณีเหยียดผิว แอนตัน เฟอร์ดินานด์ กองหลังควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส
ไม่น่าเชื่อว่าทีมที่มีปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิตใจก่อนเกมจะทำผลงานได้เยี่ยมยอดเกินความคาดหมาย
“ผมคิดว่าผลการแข่งขันบอกเราว่า เราสามารถลืมเรื่องที่เลวร้ายได้ และสามารถมุ่งมั่นกับเป้าหมาย มันแสดงให้เห็นว่าเรามีความเป็นมืออาชีพ เราสร้างโอกาสได้มากมาย และทำได้หลายประตูจากผู้เล่นไม่ซ้ำหน้า แสดงว่าเราไม่ได้ฝากความหวังไว้กับนักเตะเพียงคนเดียว มันเป็นทีมที่เล่นกันได้อย่างลงตัว ผมพูดเสมอว่าผมมีทีมที่ดีและเรากำลังใช้มันให้เป็นประโยชน์” ดิมัตเตโอ อดีตกุนซือเวสต์บรอมวิช กล่าว
นอกจากนี้ แอชลีย์ โคล ยังทวีตข้อความประชดประชัน “เอฟเอ” ที่สั่งลงโทษแบน จอห์น เทอร์รี เพื่อนร่วมทีม 4 นัด พร้อมปรับเงินอีก 2.2 แสนปอนด์
โดย โคล ได้ทวีตด่าเอฟเอ ว่า “เอฟเอหาว่าฉันโกหกใช่ไหมล่ะ ไอ้พวกงี่เง่า”
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวได้ลบข้อความดังกล่าวและออกมาขอโทษทันที
“ผมกำลังโมโหและทวีตระบายอารมณ์ออกไป ผมต้องขอโทษด้วยสำหรับคำพูดที่ไม่เหมาะสมต่อเอฟเอ” โคล วัย 32 ปี กล่าว
ขณะที่หลายฝ่ายกังวลว่า โคล อาจจะถูกหางเลขจากเอฟเอไปด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ดิมัตเตโอ นั่นเอง โดยได้เรียกอดีตกองหลังอาร์เซนอลมาตักเตือน พร้อมบอกว่าคราวหน้าอย่าทำเช่นนี้อีก และจะมีการลงโทษเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพื่อเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม
“เรามีกฎเรื่องของโซเชียลมีเดียอยู่ และจะมีการลงโทษทางวินัยต่อ แอชลีย์ โคล สำหรับการทวีตของเขา ผมไม่ได้ต่อต้านเรื่องโซเชียลมีเดีย มันมีทั้งคุณและโทษ ถ้าหากรู้จักใช้มัน” ดิมัตเตโอ กล่าวทิ้งท้าย
ไปดูที่สนามเอติฮัต สเตเดียม กันบ้าง ผลงานของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี แชมป์เก่า เปิดบ้านถล่ม “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ 30 เล่นเอา โรแบร์โต มันชินี ผู้จัดการทีม ออกอาการปลื้มแบบสุดๆ เพราะลูกทีมทำสถิติไม่เสียประตูเป็นนัดแรกของฤดูกาล
อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ เปิดหัว ยิงฟรีคิกสุดสวย ก่อนที่ แซร์จิโอ อกูเอโร ที่เปลี่ยนตัวเข้ามาแทน มาริโอ บาโลเตลลี นาทีที่ 55 จะพังประตูที่สองได้ และมาได้ประตูตอกฝาโลงจากลูกฟรีคิกของ เจมส์ มิลเนอร์ ทำให้แชมป์เก่าเก็บชัยได้อย่างสวยงาม
ต้องบอกว่าเกมนี้ โจ ฮาร์ต ผู้รักษาประตูเจ้าบ้าน ทำงานง่าย ไม่เหมือนเกมที่เสมอกับ ดอร์ตมุนต์ 1-1 ในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ เหมือนหนังคนละม้วน
“ดีใจที่ชนะ อีกทั้งเรายังทำ คลีนชีต ได้ด้วย มีบางครั้งที่เราโชคไม่ดี เราไม่ควรเสียประตูกับ ฟูแลม และ สโตก แต่ตอนนี้มันสำคัญมากสำหรับ โจ กลางสัปดาห์ เขาทำได้ดีในการพบกับ ดอร์ตมุนด์ ผมมีความสุขเช่นเดียวกับเขา เรายังมีงานหนักรออยู่อีกมากที่ต้องทำ” กุนซือวัย 47 ปี กล่าว
ภาพแห่งชัยชนะที่สนามเอติฮัต สเตเดียม เป็นสิ่งที่แฟนบอลสัมผัสได้ แต่เบื้องหลังจะมีใครทราบบ้างว่าพวกเขาได้ชัยชนะมาโดยต้องแลกกับการสูญเสียอะไร?
มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าแบดบอยที่ถูก มันชินี ถอดออกในต้นครึ่งหลัง รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจถึงขั้นเดินก้มหน้าเข้าอุโมงค์ และซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านที่อิตาลีหน้าตาเฉย
แหล่งข่าวระบุว่า บาโลเตลลี ไม่ค่อยพอใจที่โดนกองหลัง ซันเดอร์แลนด์ เล่นตุกติกตลอดเกม และเมื่อผู้ตัดสินข้างสนามชูป้ายเปลี่ยนตัวเขาออก ให้ อกูเอโร ศูนย์หน้าชาวอาร์เจนไตน์ ลงมาเล่นแทน เขาก็เดินออกจากสนามผ่านเพื่อนร่วมทีม และสตาฟฟ์โค้ช ตรงเข้าอุโมงค์ไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองแม้แต่น้อย ขณะที่แฟนบอลปรบมือส่งเขาเพียงแค่พอเป็นพิธีเท่านั้น
เดวิด แพลตต์ โค้ช แมนฯ ซิตี ยืนยันว่า หัวหอกชาวอิตาเลียน ไม่มีอาการบาดเจ็บ และไม่ได้รับอนุญาตให้ทิ้งทีมไปเฉยๆ
“ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาหายเข้าไปในอุโมงค์ ผมไม่เข้าใจเขาจริงๆ ว่าคิดอะไร” แพลตต์ กล่าว
ขณะที่ มันชินี กล่าวแบบไม่ชัดเจนเมื่อถูกถามถึงลูกทีมจอมก่อปัญหาของเขา ว่า
“ผมพอใจกับ มาริโอ แต่เขาสามารถทำได้ดีกว่านี้” เป็นคำพูดสั้นๆ ของมันโช แต่ต้องเอาไปคิด
ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า บาโลเตลลี มีปัญหากับ โรแบร์โต มันชินี นายใหญ่ แมนฯ ซิตี มาตลอด เพราะมันโชเคยออกมาเตือนเรื่องการใช้ชีวิตเสเพลนอกสนามของ บาโลเตลลี มาครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งเรื่องการสูบบุหรี่และเรื่องเกี่ยวกับสาวๆ
โดยกองหน้าทีมชาติอิตาลีเพิ่งได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมที่แพ้ แอสตัน วิลลา 2-4 ศึก คาร์ลิง คัพ รอบ 3 เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
พวกมองโลกในแง่ดี มองว่า บาโลเตลลี อาจจะต้องรีบกลับบ้าน เนื่องจากอยากกลับไปรับใช้บ้านเกิด เพราะทีมชาติอิตาลีมีคิวที่จะลงเล่นฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนยุโรป ซึ่งจะไปเยือน อาร์เมเนีย วันศุกร์ที่ 12 ต.ค.นี้ และวันที่ 16 ต.ค. จะกลับมาเล่นในบ้านรับมือ เดนมาร์ก
คงต้องดูกันว่า เรื่องราวเกาเหลาระหว่าง มันชินี กับ บาโลเตลลี จะลงเอยเช่นไร
บางครั้งชัยชนะก็ต้องแลกมาเหมือนกัน??







