posttoday
มาดกวนๆของหนุ่ม วา ภูกริช ตรีเทวะวงษา

มาดกวนๆของหนุ่ม วา ภูกริช ตรีเทวะวงษา

07 ตุลาคม 2555

เราเห็นหนุ่มคนนี้ครั้งแรกในเอ็มวีเพลง ส่าย วง ฮิต เดอะ โรด ค่ายแบตเตอรี่ มิวสิค ก็เกิดความสะดุดกับมาดกวนๆ ของนักร้องนำ วา-ภูกริช ตรีเทวะวงษา

โดย..โยธิน อยู่จงดี

เราเห็นหนุ่มคนนี้ครั้งแรกในเอ็มวีเพลง ส่าย วง ฮิต เดอะ โรด ค่ายแบตเตอรี่ มิวสิค ก็เกิดความสะดุดกับมาดกวนๆ ของนักร้องนำ วา-ภูกริช ตรีเทวะวงษา กำลังศึกษาอยู่ที่ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์สถาปัตยกรรมและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ชั้นปีที่ 5 แต่จะว่าไปแล้ว วา น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาวัยรุ่นกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นหนึ่งในนักแสดงเรื่อง เขาชนไก่ ผ่านงานโฆษณาของดีแทค เอไอเอส ธนาคาร งานถ่ายแบบโฆษณาชิ้นอื่นๆ ตั้งแต่อายุ 14

ก่อนจะมาเป็นนักร้องนำในวง เอ พริล ฟูล เดย์ และย้ายมาร่วมกลุ่มกับเพื่อนๆ และพี่นักดนตรีตั้งวงใหม่ที่ชื่อ ฮิต เดอะ โรด ในสไตล์ดนตรีแนววินเทจร็อกย้อนยุค ด้วยความชอบเพลงสไตล์เก่าๆ แต่นำมาผสมผสานออกมาเป็นดนตรีในสไตล์ที่ตัวเองถนัด แต่เห็นเป็นนักร้อง นักแสดง อย่างนี้ เขาเคยมีดีกรีเป็นนักเตะเยาวชนทีมชาติไทยในตำแหน่งแบ็กขวาและเป็นเยาวชนในโครงการช้างเผือกที่ใช้ความสามารถด้านนักกีฬามาตั้งแต่เรียนที่กรุงเทพคริสเตียน ก่อนย้ายมาเป็นนักฟุตบอลให้โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และใช้โควตานักกีฬานี้เองสมัครเข้าเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

หนุ่ม วา ในมาดใส่เสื้อนักศึกษาถูกระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับพี่ๆ ว่า ตอนที่เขาสมัครเข้าเรียนต่อที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังนั้น มีให้เลือกเรียนอยู่หลายคณะ ก็คือ คณะวิศวกรรม คณะสถาปัตยกรรม และครุศาสตร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะได้โควตานักกีฬาฟุตบอลกับทางมหาวิทยาลัย ก็มีสิทธิเลือกคณะเรียนได้ แต่ผมประเมินตัวเองแล้วว่าคงไปกับคณะวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรมไม่ไหวแน่ เพราะต้องเล่นฟุตบอลให้กับมหาวิทยาลัยด้วย

มาดกวนๆของหนุ่ม วา ภูกริช ตรีเทวะวงษา

 

ประกอบกับตอนเรียน ม.ปลาย ที่สวนกุหลาบวิทยาลัย ผมก็เรียนสายศิลป์คณิต คิดว่าเรียนจบออกมาแล้วจะได้เป็น “หมอผี” แต่ก็ไม่ได้เป็น เพราะถึงเวลาจริงๆ ตัดสินใจเบนเข็มมาเรียนคณะครุศาสตร์ด้านการออกแบบเขียนแบบ ก็เรียนมาเรื่อยๆ เล่นฟุตบอลให้มหาวิทยาลัยไป ออกมารับงานแสดงบ้าง เป็นนักร้องบ้าง รู้ตัวอีกทีก็ใกล้จบแล้ว ต้องเป็นอาจารย์ออกไปฝึกสอน ถึงเพิ่งรู้ตัวเองว่าส่วนหนึ่งของชีวิตวันข้างหน้าผมอาจจะต้องเป็นครูสอนเขียนแบบให้กับเด็กๆ

“จากการที่เราได้ฝึกสอนเด็กๆ ผมถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ผมคิดว่าการเป็นครูที่ดีก็คือการทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก ปฏิบัติตัวดี เป็นตัวของตัวเอง สอนพวกเขาในสไตล์ของเรา อย่างผมเวลาอยู่ในห้องเรียนผมก็จะสอนไปด้วยเล่นไปด้วย เพราะไม่อยากให้เด็กๆ เครียดเกินไป เพราะตอนเด็กๆ ผมเคยเรียนกับครูที่สอนแบบเครียดๆ แล้วผมรู้สึกว่าไม่อยากเรียน เรียนไม่รู้เรื่อง ไม่สนุกไปกับการเรียน

พอตัวเองได้เป็นครู ผมอยากจะให้เด็กๆ ได้สนุกไปกับการสอนของผม แต่ถ้าไม่ตั้งใจเรียนมากก็มีทำโทษเหมือนกันครับ วิธีทำโทษของผมก็คือ ให้ออกมายืนหน้าชั้นแล้วให้ยืนร้องเพลงในอัลบั้มของผมนั่นล่ะ โดนไป 2 ครั้ง 2 คน จากนั้นก็ไม่มีใครกล้าอีกเลย” อนาคตคุณครูสอนเขียนแบบและนักร้อง เล่าอย่างอารมณ์ดีถึงสไตล์การสอนและทำโทษลูกศิษย์ที่ไม่ตั้งใจเรียนอย่างไม่มีใครเหมือน

พลางสายตามองไปที่แว่นตาดำเรย์แบนที่คุณแม่ซื้อให้แล้วหันมาบอกกับเราว่า อนาคตผมคิดว่าตัวผมสามารถแบ่งเวลาทำงานที่ผมรักจะทำทุกอย่างได้ ตอนกลางวันผมอาจจะเป็นครู สอนเด็กๆ ตอนกลางคืนผมก็ขับรถไปร้องเพลงเล่นเพลง หรืออีกส่วนหนึ่งที่ผมทำได้คือสานต่อธุรกิจที่บ้านก็ได้ แต่ถ้าเวลาเกิดตรงกันจริงๆ ผมคงต้องเลือกงานเพลงเป็นหลัก ถึงแม้ว่าจะเป็นวงหน้าใหม่ เราก็ต้องใช้เวลากว่าจะให้คนรู้จักเรามากขึ้น แต่ผมก็มีความสุขที่ได้ทำ “ผมคิดว่าคนเราจะต้องล้มสัก 34 ตลบ ถึงจะลุกขึ้นยืนได้อย่างแข็งแรง”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท