posttoday
ฟุตซอลโลก ...ขายผ้าเอาหน้าไม่รอด

ฟุตซอลโลก ...ขายผ้าเอาหน้าไม่รอด

07 ตุลาคม 2555

ย้อนไปเมื่อปี 2552 ไทยแลนด์ ได้รับเกียรติจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลก ครั้งที่ 7

โดย...ราชันเบอร์23

ย้อนไปเมื่อปี 2552 ไทยแลนด์ ได้รับเกียรติจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลก ครั้งที่ 7 ปี 2012 ระหว่าง 1-18 พ.ย. 2555 เล่นเอาบรรดาบิ๊กของวงการกีฬาไทยได้หน้ากันเป็นแถว ออกข่าวกันอย่างครึกโครม ไม่ว่าจะเป็นสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่เป็นโต้โผชงเรื่อง รวมถึงกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะเป็นเมืองเจ้าภาพ

ช่วงเวลา 3 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก ประเทศไทย กับการเป็นเจ้าภาพอันทรงเกียรติ มันเกิดอะไรขึ้นกับพี่ไทยที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเต้ย ในเรื่องของการเป็นเจ้าบ้านในการต้อนรับแขกเหรื่อ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าภาพกีฬา ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ เหลือแต่กีฬาโอลิมปิก กับฟุตบอลโลกเท่านั้นที่ไทยยังไม่ได้จัด

แต่นับจากนี้ทุกฝ่ายคงต้องกลับไปทบทวนกันแล้วว่า ชื่อเสียงของประเทศที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ถูกทำลายป่นปี้เพียงเพราะการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้

ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ???

ฟ้าผ่า...ฟีฟ่าสั่งเลื่อนสนามพิธีเปิด

ล่าสุด คณะกรรมการด้านฟุตซอลของฟีฟ่า แถลงเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 5 ต.ค. หลังจากเทียวไล้เทียวขื่อ บินมาเมืองไทยไม่รู้กี่รอบแล้ว

ฟุตซอลโลก ...ขายผ้าเอาหน้าไม่รอด

 

ประกาศสั่งฟ้าผ่าจากคณะกรรมการฝ่ายจัดการแข่งขัน ตัดสินใจเปลี่ยนสนามพิธีเปิดฟุตซอลโลก จาก บางกอก อารีนา ฟุตซอล หนองจอก มาเป็นที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ซึ่งจะเตะ 4 แมตช์ในรอบแรก และรอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนสนาม บางกอก ฟุตซอล อารีนา จะเริ่มใช้แมตช์แรกในวันที่ 14 พ.ย. ซึ่งจะเป็นเกมเตะในรอบ 8 ทีมสุดท้าย บวกกับรอบรองชนะเลิศ 2 นัด รวมถึงรอบชิงชนะเลิศ และชิงอันดับที่ 3 รวมทั้งสิ้น 8 นัด

คุ้มค่า 1,239 ล้านบาทหรือไม่

วงเงินที่ใช้ในการก่อสร้างสนามแห่งนี้ กทม.ได้งบจากรัฐบาล 1,239 ล้านบาท ซึ่งถ้าเป็นอย่างที่ฟีฟ่าบอก สนามบางกอก ฟุตซอล อารีนา จะใช้แข่งขันเพียง 8 นัดเท่านั้น เฉลี่ยจะใช้เงินนัดละ 154.87 ล้านบาท หลังจากนั้น กทม.จะนำมาใช้งานได้หลากหลาย โดยเฉพาะกีฬาในร่ม เช่น บาสเกตบอล เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน และบุคคลทั่วไปมีพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายราคาแพง และสามารถดัดแปลงให้เป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าหรือการแสดงคอนเสิร์ต ตามความตั้งใจของ กทม.ที่ต้องการจะพัฒนาให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กีฬา ศูนย์ฝึกอบรม และศูนย์รวมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง

ทำงานแบบระบบประสานงา...

หลังจากที่ไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในปี 2552 ขณะนั้น พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งแท่นนายกรัฐมนตรี และมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่น แต่ต้องทำงานกับสมาคมฟุตบอล ที่มี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ ซึ่งรู้กันอยู่ว่าอยู่ถือหางเสื้อแดงแบบเต็มๆ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าการประสานงานไม่บรรลุตามเป้าหมาย และเป็นการประสานงาเสียมากกว่า นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้การเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลกไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร

การประชาสัมพันธ์ไม่คืบหน้า

หลังจากทราบว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลโลก คณะกรรมการจัดการแข่งขันมีการประชาสัมพันธ์กันกี่ครั้ง ผ่านสื่อใดบ้าง ต้องเรียนตามตรงหากไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการกีฬา มีใครทราบบ้างว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับโลก บิลบอร์ด ป้าย โฆษณา ใบปลิว มีให้เห็นที่ไหนกันบ้าง แม้ว่า “คุณชาย” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นประธานในพิธีเปิดตัวลูกบอลยักษ์ Giant Ball ที่ลานคนเมือง เมื่อเดือน ก.ค. รวมถึงที่โคราช ส่วนสถานที่อื่นยังไม่เห็นวี่แวว จะอ้างว่าต้องรอให้สนามแข่งขันเสร็จแล้วค่อยประชาสัมพันธ์ดูเหมือนจะฟังไม่ขึ้น

บทเรียนราคาแพง

ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลในเรื่องใด งบประมาณ ปัญหาภายในของ กทม. หรือการประสานงานของทุกภาคส่วน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาคมฟุตบอลฯ ต้องแสดงสปิริตรับผิดชอบร่วมกัน เพราะนี่มันแสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมและขาดการบริหารงานแบบมืออาชีพ บทเรียนครั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นกรณีศึกษา...และเป็นครั้งสุดท้าย เพราะแค่นี้ประเทศไทยก็ขายหน้ากันทั้งประเทศแล้ว!!!

กว่าไทยจะได้เป็นเจ้าภาพระดับเวิลด์คลาส

มี.ค. 2552 “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ปรึกษากับ กทม. ทำโครงงาน (Proposal) เพื่อขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดฟุตซอลชิงแชมป์โลก ปี 2012 ช่วงกลางปี ฟีฟ่ามีมติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลกในอีก 3 ปีข้างหน้า (2555) หลังจากนั้นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพให้ดำเนินการ แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

ฟุตซอลโลก ...ขายผ้าเอาหน้าไม่รอด

ปี 2553 รัฐบาลสมัย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี โยนงานไปให้ กทม. ในฐานะเจ้าภาพ (Host City) ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เด้งรับลูก ไปหาพื้นที่ที่จะใช้ก่อสร้างสนาม โดยเล็งไว้ 3 แห่ง ที่ดินย่านมักกะสัน, หนองจอก และ อสมท

ที่มักกะสัน ดูจะเป็นทางเลือกแรก เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่ดี การคมนาคมสะดวก แต่ติดปัญหาอยู่ที่เป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทำให้ต้องเสียค่าเช่า ซึ่งไม่น่าจะคุ้มค่ากับการลงทุน

ส่วนที่ของ อสมท ย่านห้วยขวาง เป็นที่การกีฬาแห่งประเทศไทย แต่ผลประโยชน์ไม่ลงตัว ทำให้เบนเข็มไปที่ศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการของ กทม. ที่หนองจอก รวมเบ็ดเสร็จใช้เวลาหาสถานที่เป็นปีกว่าจะมาลงตัวที่นี่ โดยใช้งบสร้างสนาม 1,239 ล้านบาท

เหตุผลที่เลือกสนามหนองจอก เนื่องจากพื้นที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กีฬาของกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก ซึ่งปัจจุบันมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว การคมนาคมสะดวก ไม่มีปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากมีถนนขนาด 6 ช่องทางรองรับปริมาณการจราจรที่เข้ามาใช้พื้นที่ ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน เพราะเป็นที่ดินของ กทม. จึงไม่ต้องเสียค่าเวนคืนที่ดิน ประหยัดเวลา เนื่องจากเป็นของ กทม. ทำให้ลดขั้นตอนการอนุมัติเข้าใช้พื้นที่ก่อสร้าง

ปี 2554 ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ซึ่งได้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แน่นอนว่าการทำงานของรัฐบาลและ กทม. ที่อยู่ต่างพรรคกัน ก็เป็นอีกปัจจัยที่กระทบต่อการดำเนินการ แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ได้รัฐมนตรีคนเดิม คือ ชุมพล ศิลปอาชา ต้องยอมรับว่า กทม.ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสำคัญหรือติดตามผลงานตั้งแต่แรก และจริงจังที่จะมาเร่งแก้ไขปัญหา เพราะมีการประชุมรับทราบปัญหามาเป็นระยะๆ แต่กลับไม่ลงมือก่อสร้าง และช่วงปลายปีมาเจอวิกฤตน้ำท่วมเข้าไปอีก ทำให้เวลาล่วงเลย และกระชั้นเข้าไปทุกขณะ

ม.ค. 2555 ลงนามเซ็นสัญญากับผู้รับจ้างเพื่อเริ่มก่อสร้างอย่างเป็นทางการ ตอกเสาเข็มและวางศิลาฤกษ์ ซึ่งเหลือเวลาอีกแค่ 9 เดือนเท่านั้น (270 วัน)

ก.ค. 2555 ฟีฟ่าส่งผู้แทนมาตรวจความคืบหน้า หลังจากผ่านไป 6 เดือน (180 วัน) ฟีฟ่าประเมินบอกว่าพอใจในความคืบหน้า

ก.ย. 2555 คณะกรรมาธิการการกีฬา (กมธ.) วุฒิสภา ได้แสดงความเป็นห่วงว่าสนามบางกอก ฟุตซอล อารีนา จะเสร็จไม่ทัน

แต่ทาง กทม. และสมาคมฟุตบอลฯ ฝากขอบคุณในความหวังดีของ กมธ. แต่เชื่อมั่นว่าจะเสร็จทันส่งเดดไลน์ในวันที่ 21 ต.ค. แต่ถ้าเสร็จไม่ทันจริงๆ ก็มีแผนสำรองไว้แล้วไม่ต้องเป็นห่วง

5 ต.ค. 2555 ฟีฟ่าประกาศผ่านเว็บไซต์ เลื่อนใช้สนาม “บางกอก ฟุตซอล อารีนา” และตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้สนาม อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ใช้ในพิธีเปิด และรอบแรกของสายเอ ที่มีไทย (เจ้าภาพ), คอสตาริกา, ยูเครน และปารากวัย

แต่ฟีฟ่ายังให้โอกาสไทยส่งมอบสนามภายในวันที่ 25 ต.ค. หากเสร็จทันจะให้ใช้สนามแห่งนี้ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย, รอบรองชนะเลิศ และรองชิงชนะเลิศต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง