
นครศรีวิถีแห่งตนคอน
“หวัดดีค่ะ ลองกินลูกคุดไหมคะ” สิ้นเสียงสำเนียงทักทายเป็นภาษาใต้ชัดถ้อยชัดคำของน้องหญิง ทำให้คนภาคกลางอย่างเรารู้สึกงงงวยไปตามๆ กันว่า “ลูกคุด” คืออะไร แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากถาม น้องหญิงก็หยิบมังคุดมาให้เราชิม จึงทำให้รู้ว่ามันคือมังคุดนั่นเอง หนึ่งในผลไม้ขึ้นชื่อของ จ.นครศรีธรรมราช เป้าหมายปลายทางของโลก 360 องศาในวันนี้
“หวัดดีค่ะ ลองกินลูกคุดไหมคะ” สิ้นเสียงสำเนียงทักทายเป็นภาษาใต้ชัดถ้อยชัดคำของน้องหญิง ทำให้คนภาคกลางอย่างเรารู้สึกงงงวยไปตามๆ กันว่า “ลูกคุด” คืออะไร แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากถาม น้องหญิงก็หยิบมังคุดมาให้เราชิม จึงทำให้รู้ว่ามันคือมังคุดนั่นเอง หนึ่งในผลไม้ขึ้นชื่อของ จ.นครศรีธรรมราช เป้าหมายปลายทางของโลก 360 องศาในวันนี้
ไร่มังคุดของน้องหญิงตั้งอยู่ใน ต.เทพราช อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเธอบอกกับเราว่ากำลังมีความพยามที่จะทำให้สวนมังคุดแห่งนี้ปลอดสารเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยได้รับคำแนะนำจากสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการนำปุ๋ยชีวภาพมาทดลองใช้ในระยะเริ่มต้น มากไปกว่านั้นน้องหญิงยังบอกกับเราอีกว่า สาเหตุที่ต้องการเลือกใช้ปุ๋ยชีวภาพเพราะต้องการลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด ซึ่งปุ๋ยเคมีคือหนึ่งในต้นทุนที่ต้องจ่ายในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นแล้วสวนมังคุดของเธอเพิ่งจะฟื้นตัวจากปัญหาดินถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ต้นมังคุดบางต้นต้องยืนต้นตาย แต่สำหรับเกษตรกรหลายรายใน ต.เทพราช สวนมังคุดทั้งหมดถูกกระแสน้ำป่าพัดทำลายไปต่อหน้าต่อตาจนไม่สามารถช่วยชีวิตต้นมังคุดได้ทั้งหมด
จ.นครศรีธรรมราช นอกจากจะมีพื้นที่ราบชายฝั่งแล้ว ยังประกอบไปด้วยที่ราบสูงและภูเขา อันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขานครศรีธรรมราช เทือกเขาที่ทอดตัวยาวที่สุดในภาคใต้ ซึ่งพาดผ่านพื้นที่ของ ต.เทพราช ด้วยเช่นกัน ลุงสมบูรณ์ ผ่องแผ้ว คือหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากดินถล่มในปี 2554 เล่าให้เราฟังว่า ช่วงเวลาประมาณบ่าย 3 โมง ขณะที่ฝนยังคงตกติดต่อกันหลายวัน อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคล้ายฟ้าผ่าดังกึกก้องมาจากบนภูเขา ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นน้ำในลำธารก็ล้นทะลักพร้อมกับนำก้อนหินและท่อนซุงขนาดใหญ่โถมเข้าทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า แต่เป็นโชคดีของชาวบ้านที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลากลางวัน จึงแจ้งเตือนและอพยพผู้คนได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่พื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมากได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง เช่น สวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสวนผลไม้ บางรายถูกตะกอนดินทับถมสวนจนไม่อาจทำการเกษตรได้อีกต่อไป
ต.เทพราช ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ตัวอย่างของการฟื้นฟูปัญหาดินถล่มในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินได้มอบหมายให้สถานีพัฒนาที่ดินประจำจังหวัดเข้าช่วยเหลือทั้งในระยะสั้นและระยะยาว คุณจำเริญ นาคคง นักวิชาการเกษตรชำนาญพิเศษ บอกกับเราว่า การช่วยเหลือในระยะสั้นคือการนำเครื่องจักรมาขุดลอกตะกอนดินที่ทับถมเพื่อช่วยชีวิตต้นไม้ในเบื้องต้น หลังจากนั้นจะเข้าสู่การช่วยเหลือในระยะยาว คือการออกแบบและก่อสร้างระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การสร้างบ่อดักตะกอนดิน การสร้างฝายชะลอความเร็วน้ำ และการปรับแต่งร่องสวนให้เป็นแนวขั้นบันได เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วยังได้มีการเสริมประสิทธิภาพด้วยการนำหญ้าแฝกมาปลูก ซึ่งจะช่วยทำให้คันดินมีความแข็งแรงและแนวหญ้าแฝกสามารถทำหน้าที่เป็นเขื่อนดักจับตะกอนดินได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม คุณจำเริญย้ำว่าหญ้าแฝกจะมีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อมีอายุอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่หญ้าแฝกแตกกอเป็นพุ่มหนาและมีรากหยั่งลึกลงไปในพื้นดินมากกว่า 12 เมตร นั่นเอง
ต.เสาเภา มีพื้นที่ติดต่อกับ ต.เทพราช ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากดินถล่ม แต่ก็เป็นพื้นที่ที่ทางสถานีพัฒนาที่ดินจะต้องลงมาสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของปุ๋ยชีวภาพ ที่นั่นเราได้พบกับคุณธานินทร์ ใจห้าว เกษตรกรผู้ปลูกสละเท้าความให้เราฟังว่า เมื่อก่อนมีความเข้าใจว่าปุ๋ยเคมีจะทำให้ต้นสละโตเร็ว ซึ่งต้นสละก็โตเร็วจริง แต่ผลสละกลับมีขนาดเล็กและมีรสเปรี้ยวฝาด และหลังจากที่ได้ทดลองเปลี่ยนมาเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพสูตรของกรมพัฒนาที่ดิน ก็พบว่าลูกสละมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีรสชาติหวานกรอบ จนทำให้ปัจจุบันมียอดสั่งซื้อจำนวนมากจนผลิตไม่ทันส่ง อย่างไรก็ตาม ก่อนจากกัน คุณธานินทร์ บอกกับเราอีกว่า ปุ๋ยชีวภาพทำให้สละหวานฉ่ำจริงๆ ไม่ได้โอ้อวดแต่อย่างใด พร้อมกันนั้นยังยื่นสละพวงใหญ่ให้เราไปพิสูจน์รสชาติถึง 2 พวงแบบฟรีๆ
ปัจจุบันการใช้ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยชีวภาพจะยังเป็นข้อถกเถียงว่าอะไรให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน แต่ที่แน่ๆ คือปุ๋ยเคมีส่งผลเสียต่อสุขภาพเกษตรกรในระยะยาว ดังเช่นเรื่องราวชีวิตของครอบครัวหมอดินแห่ง อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ลุงอำนวยและป้าอาชีพ มาศเมฆ ซึ่งเคยทำเกษตรเคมีมากว่า 16 ปี จนกระทั่งล้มป่วยด้วยโรคสารเคมีตกค้างในเลือดสูงจนเกือบจะต้องเสียชีวิต นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทั้งสองจึงหันมาทำเกษตรอินทรีย์ทุกรูปแบบ ซึ่งผลผลิตที่ได้จะถูกนำไปจำหน่ายยังตลาดกลางหัวอิฐ ตลาดค้าส่งพืชผักที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน จ.นครศรีธรรมราช ป้าอาชีพเล่าให้เราฟังว่า สิ่งที่ป้าและลุงทำเปรียบเสมือนการปิดทองหลังพระ เพราะน้อยคนนักจะรู้ว่าผลผลิตที่มาจากสวนของลุงและป้านั้นเป็นเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมี ซึ่งป้าอาชีพได้รับแรงบันดาลใจจากการได้ฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความตอนหนึ่งว่า “พระพุทธรูปจะไม่สวยถ้าไม่มีใครปิดทองหลังพระ ถ้ามีคนปิดทองหลังพระ พระพุทธรูปองค์นั้นจะสวยเพราะมีทองเสมอกัน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คล้ายกับแนวคิดการทำเกษตรอินทรีย์ของลุงอำนวยและป้าอาชีพ นั่นก็คือผักเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่จะดียิ่งขึ้นหากเกษตรกรทุกรายร่วมกันปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี ทุกคนที่กินผักก็จะปลอดภัยมีสุขภาพแข็งแรงอย่างแท้จริง และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดของกลุ่มคนเล็กๆ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตในแบบของ ‘ฅนคอน’”







