
เอไอเอส กรีนเน็ตเวิร์ก เครือข่ายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ (เฉพาะภาพคน) ภัทรชัย ปรีชาพานิช / ภาพตึกและอื่นๆ เครดิตเอไอเอส
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ (เฉพาะภาพคน) ภัทรชัย ปรีชาพานิช / ภาพตึกและอื่นๆ เครดิตเอไอเอส
ได้ชื่อว่าเป็นเครือข่ายไร้สายที่ใหญ่ที่สุด โครงข่ายกว่า 1.7 หมื่นสถานีฐาน ครอบคลุมทั่วไทยกว่า 97% บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือเอไอเอส บริษัทในเครืออินทัช คอร์ปอเรชั่น (เดิมคือ ชิน คอร์ปอเรชั่น) ผู้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายและบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการกว่า 33.5 ล้านเลขหมาย และมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 53% มากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
วิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เล่าว่า เอไอเอสมีนโยบายผลักดันตัวเองให้เป็นกรีนเน็ตเวิร์ก หรือเครือข่ายสีเขียว โดยมีเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมในฐานะของผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายและโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับ 1 สำหรับภารกิจแรกจะมุ่งที่การลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของสถานีฐาน หรือสถานีโครงข่ายที่ให้บริการถึงกว่า 1.7 หมื่นแห่งทั่วประเทศ
“สถานีฐานหรือตัวสถานีที่ให้สัญญาณมือถือผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วประเทศ กินไฟฟ้ามาก นี่คือต้นเหตุของต้นทุนทางพลังงานที่สูงลิบ” วิไล เล่า
แนวคิดเรื่องการเป็นเครือข่ายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงเกิดขึ้น แนวคิดที่บรรจบลงได้ด้วยนโยบายการประหยัดต้นทุน การประหยัดพลังงาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม วิไล เล่าว่า การเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มุ่งตอบสนองการใช้งาน สร้างเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากจะให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านโครงสร้างวิศวกรรมและสภาพแวดล้อมของสถานีฐานแล้ว คำตอบสุดท้ายก็คือการคำนึงถึงการเป็นเครือข่ายที่เป็นมิตรต่อโลก (Green Network)
สำหรับมาตรการประหยัดพลังงานไฟฟ้าของเอไอเอส มี 3 แนวทางด้วยกัน คือ
1.การติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่สถานีฐาน
2.การทดลองใช้กังหันลมกับสถานีฐาน
3.การติดตั้งผนังประหยัดพลังงานและพัดลมที่สถานีฐาน
วิไล กล่าวต่อไปว่า แนวทางก็คือการใช้พลังงานทดแทนจากธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในการสร้างกระแสไฟฟ้าให้แก่สถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ การนำน้ำมันไบโอดีเซลและการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับใช้ในสถานีฐานนั้นๆ ที่สำคัญคือการติดตั้งผนังประหยัดพลังงาน เพื่อรักษาอุณหภูมิในชุมสายโทรศัพท์ วิธีนี้ช่วยรักษาอุณหภูมิได้นานขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่อีกต่อไป
“เราปรับเปลี่ยนจากการใช้เครื่องปรับอากาศมาเป็นการใช้พัดลมแทน ปัจจุบันสถานีฐานรุ่นใหม่ๆ ทยอยเปลี่ยนเป็นสถานีฐานที่ใช้พัดลมหมดแล้ว ส่วนสถานีฐานเดิมก็ทยอยปรับเปลี่ยนจากแอร์ และหันมาใช้พัดลมคุณภาพสูงแทน วิธีนี้แม้ต้นทุนค่าก่อสร้างจะสูงขึ้นประมาณ 20% แต่ทำให้เราประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ 30% จากค่าปกติ”
ปัจจุบันได้มีการทยอยปรับเปลี่ยนสถานีฐานเดิม ซึ่งใช้เครื่องปรับอากาศมาเป็นการใช้พัดลมมากกว่า 1 หมื่นสถานีแล้ว คิดเป็น 60% ของสถานีฐานทั้งหมด โดยการดำเนินการดังกล่าวยังช่วยลดสารซีเอฟซีในบรรยากาศอีกด้วย สำหรับการใช้กังหันลม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองโครงการ โดยสถานีทดลองตั้งอยู่ที่ จ.ชลบุรี ที่ผ่านมาไม่ประสบผล เนื่องจากความแรงของลมไม่เสถียร อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างนำเข้าเทคโนโลยีซึ่งเป็นกังหันลมแบบใหม่ล่าสุดจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งแม้ความเสถียรของลมจะต่ำ แต่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้
“ภายใต้กรอบสิ่งแวดล้อม บริษัทหรือองค์กรใหญ่ๆ ลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ ผลกระทบจากการใช้ไฟฟ้าก็น้อยลง เขื่อนก็ไม่ต้องสร้าง หรือมีผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งก็อยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน”
สำหรับส่วนของพนักงาน บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้างจิตสำนึก โดยอยู่ภายใต้โครงการใหม่ชื่อ เซฟ โปรเจกต์ (Save Project) สร้างจิตสำนึกฝึกเป็นนิสัยลดใช้พลังงาน ซึ่งก็มีโครงการย่อยต่างๆ มากมาย เช่น เซฟ เอเยนต์ ทำการประชาสัมพันธ์ สนับสนุน กระตุ้นเพื่อนพนักงานให้เกิดจิตสำนึกในการประหยัดพลังงาน เช่น การจัดแข่งขันการประหยัดพลังงานในแต่ละชั้นในแต่ละเดือน
โฟโต ฮันต์ แข่งขันถ่ายภาพการใช้พลังงานในบริษัท ส่งภาพประกวด และคำขวัญลดการใช้พลังงาน หรือจัดประกวดตั้งคำขวัญ เน้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในการรณรงค์ จัดประกวดไอเดียประหยัดพลังงาน สร้างสรรค์สายกระตุกไฟเก๋ๆ ประกวดโปสเตอร์ทำมือ DIY ลดโลกร้อน เป็นต้น
ด้านผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ วิไล กล่าวว่า เอไอเอสให้ความสำคัญกับการบริการ ขณะเดียวกันก็เสริมสร้างความแข็งแกร่งของสังคมและเศรษฐกิจสิ่งแวดล้อม ที่มาของการประกาศวิสัยทัศน์อุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมด้วยแนวคิดระบบนิเวศแห่งโลกสื่อสาร (Ecosystem) ที่ทุกคนผนึกกำลังเพื่อประโยชน์สูงสุดและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า
“ตอบสนองกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยี เอไอเอสออกแบบการให้บริการที่ลงตัวกับทุกคนและกับโลก เช่น อีเซอร์วิส ให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ เซลฟ์เซอร์วิส พัฒนาช่องทางใหม่ในการให้บริการตัวเอง เช่น บริการแพ็กเกจ เช็กยอดค่าโทรและวงเงิน ชำระค่าบริการ ตรวจสอบสิทธิพิเศษ เป็นต้น”
วิธีนี้ทำให้ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ง่ายและปลอดภัย ที่สำคัญคือการช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันและลดมลพิษบนท้องถนน ลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาใช้บริการที่เอไอเอสช็อป ช่วยประหยัดพลังงานและทรัพยากร นอกจากนี้ก็มีบริการอีบิล ส่งสรุปยอดค่าใช้บริการทางอีเมลและ SMS แทนการพิมพ์ใบแจ้งค่าบริการจัดส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งลดการใช้ทรัพยากรกระดาษ ยิ่งกว่านั้นคือการกำจัดซากแบตเตอรี่ ซึ่งรณรงค์การทิ้งอย่างถูกวิธี และรวบรวมนำไปเข้ากระบวนการรีไซเคิลต่อไป
“นโยบายระยะยาวของเรา ก็คือความตั้งใจอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนาเอไอเอสสู่การเป็นกรีนเน็ตเวิร์กระดับภูมิภาค และการเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกโลก เพื่อการพัฒนาสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า”







