posttoday
ธุรกิจเพื่อสังคม

ธุรกิจเพื่อสังคม

05 ตุลาคม 2555

โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม


เรามักจะเข้าใจว่า “ธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม” (Corporate Social Responsibility : CSR) ก็คือสิ่งเดียวกับ “ธุรกิจเพื่อสังคม” (Social Enterprise) ซึ่งกำลังเริ่มถูกจับตามองจากหลายฝ่ายในขณะนี้

แต่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันพอสมควร

การดำเนินงานของ “ธุรกิจเพื่อสังคม” จะมุ่งเน้นที่เป้าหมายทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการเงินไปพร้อมๆ กัน หรือที่เรียกว่า “Triple Bottom Line” โดยเป้าหมายทางการเงิน (เช่น การสร้างรายได้) มีขึ้นเพื่อเพิ่มผลประโยชน์ของสังคมหรือสิ่งแวดล้อม แทนที่จะเป็นเพียงผลประโยชน์ขององค์กรหรือผู้ถือหุ้นเหมือนธุรกิจอุตสาหกรรมทั่วๆ ไป

“ธุรกิจเพื่อสังคม” ต่างจาก “ธุรกิจที่มีความรับผิดชอบทางสังคม” ตรงที่ธุรกิจเพื่อสังคมมีเป้าหมายในการทำธุรกิจเพื่อประโยชน์ทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ในขณะที่ธุรกิจที่มี CSR ยังมีเป้าหมาย คือการทำ “กำไรสูงสุด” หรือทำเพื่อสร้าง “ความมั่งคั่ง” ให้ผู้ถือหุ้น โดยเจ้าของธุรกิจอาจให้ความสนใจที่จะช่วยเหลือสังคม ด้วยการแบ่งปันเงินกำไรบางส่วนไปช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ ในรูปของเงินช่วยเหลือฟื้นฟูหรือเงินบริจาคเพื่อการศึกษา และหรือการจ้างแรงงานในชุมชน

“ธุรกิจเพื่อสังคม” (Social Enterprise) คือธุรกิจที่มีรายรับจากการขาย การผลิตสินค้า และหรือการให้บริการที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่แรกเริ่ม หรือมีการกำหนดเพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยนเป้าหมายเพื่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน สังคม และหรือสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก โดยไม่ได้มีเป้าหมายในการสร้างกำไรสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นและเจ้าของเท่านั้น เช่น การช่วยเหลือนักศึกษาที่อาจถูกไล่ออกเพื่อให้ยังสามารถได้เรียนต่อ การผลิตอุปกรณ์สำหรับผู้พิการในราคาถูก การให้บริการที่พักอาศัยเพื่อช่วยผู้สูงอายุจากการต้องอยู่ในบ้านพักคนชราอย่างโดดเดี่ยว การรับกำจัดขยะ เป็นต้น

“ธุรกิจเพื่อสังคม” เกิดขึ้นจากแนวความคิดที่ว่าเมื่อสังคมก้าวหน้า ขยายขนาด และมีความซับซ้อนมากขึ้น ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมก็จะเกิดขึ้นและขยายขนาดตามไปด้วย โดยทวีความซับซ้อน หลากหลาย และความรุนแรงมากขึ้นจนยากที่หน่วยงานภาครัฐจะรับมือได้ทั้งหมด ในขณะที่หน่วยงานภาคเอกชนมักจะดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์ของหน่วยงานตนเองและผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) โดยตรง (เช่น ผู้ถือหุ้น เท่านั้น) ซึ่งธุรกิจบางแห่งก็ทำ CSR แต่บางแห่งก็ไม่ (ยอม) ทำ

โดยปกติแล้ว การดำเนินงานขององค์กรพัฒนาเอกชนมักจะต้องพึ่งพาแหล่งทุนจากภายนอกในลักษณะต่างๆ เช่น การรับบริจาค การขอการสนับสนุนแบบให้เปล่า เป็นต้น ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้ประสบปัญหาความไม่ต่อเนื่องในการดำเนินงาน มีข้อจำกัดในการขยายงาน และขาดความยั่งยืนขององค์กร ที่กล่าวมานี้จึงกลายเป็นข้อจำกัดที่เป็นจุดกำเนิดของธุรกิจเพื่อสังคม ที่ดำเนินงานเพื่อเป้าหมายในการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้เพื่อหล่อเลี้ยงการดำเนินงานและขยายงานให้เต็มศักยภาพได้

ดังนั้น “ผู้ประกอบการเพื่อสังคม” (Social Entrepreneur) ก็คือผู้ประกอบการที่ใช้กลยุทธ์ด้านรายได้ในการดำเนินงานเพื่อเป้าประสงค์ทางสังคม

ผู้ประกอบการทางสังคมจะต่างจากผู้ประกอบการทั่วไปใน 2 ลักษณะ

ผู้ประกอบการทั่วไป แม้ว่าบ่อยครั้งจะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการบริจาคเงินแก่องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร พวกเขาอาจปฏิเสธที่จะทำธุรกิจอุตสาหกรรมบางประเภท พวกเขามักใช้วัสดุและแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พวกเขาปฏิบัติต่อคนงานอย่างให้เกียรติ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่ความพยายามของพวกเขาจะมีความสัมพันธ์หรือเป็นการแก้ปัญหาทางสังคมโดยอ้อม ในขณะที่ผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Entrepreneurs) จะมีกลยุทธ์ที่เอารายได้ของตนผูกติดกับพันธกิจขององค์กรโดยตรง พวกเขาอาจจะว่าจ้างคนพิการ ผู้บกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ หรือผู้มีปมด้อยมาเป็นพนักงาน หรือพวกเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับพันธกิจทางสังคม ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการแก้ไขปัญหาทางสังคม

ผู้ประกอบการทั่วไปจะถูกวัดด้วยผลประกอบการทางการเงินเป็นหลัก ความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์กรขึ้นกับความสามารถในการสร้างผลกำไรแก่เจ้าของหรือหุ้นส่วน ในขณะที่ผู้ประกอบการเพื่อสังคมจะถูกขับเคลื่อนด้วยการผสมผสานระหว่างการเงินและการคืนคุณค่าให้แก่สังคม แม้ผลกำไรจะยังคงเป็นเป้าหมาย แต่ไม่ใช่การทำกำไรเพียงเรื่องเดียว แต่ผลกำไรจะถูกนำกลับไปลงทุนในพันธกิจหรือเป้าประสงค์ด้านการแก้ไขปัญหาทางสังคมมากกว่ากระจายเงินกำไรคืนสู่ผู้ถือหุ้น

ทุกวันนี้ “ธุรกิจเพื่อสังคม” กำลังขยายตัวในวงกว้าง ซึ่งมีให้เราเห็นได้ทั่วไป และกำลังมีรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ครับผม !

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท