
‘ฟิลเลอร์’ พระเอก หรือผู้ร้ายสำหรับความงาม
โดย...พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ
โดย...พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราคงจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับสารเติมเต็ม หรือ Filler และไฮยาจากข่าวพริตตีสาวกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราจากการไปฉีดฟิลเลอร์กับหมอเถื่อนมาพอสมควร วันนี้เลยอยากจะถือโอกาสพูดถึงสารเติมเต็ม หรือ Filler และไฮยาลูโรนิก แอซิดกันหน่อยค่ะ
ฟิลเลอร์... ประโยชน์มากมาย แต่ถ้าใช้ผิดหรือเจอของปลอมก็อันตรายมหันต์
คำว่า ฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็ม เป็นชื่อเรียกรวมๆ ของการฉีดสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบธรรมชาติ เพื่อความสวยงามเป็นส่วนใหญ่ ใช้ในการเสริมปรับรูปหน้าในตำแหน่งที่ต้องการให้นูนเด่น เช่น จมูก ขมับ หน้าผาก คาง ริมฝีปาก ร่องลึกใต้ตา ร่องน้ำตา ร่องแก้ม มุมปาก หรือโหนกแก้ม หรือใช้ฉีดเพื่อลดริ้วรอย รวมไปถึงเพิ่มสัดส่วนต่างๆ เช่น สะโพก หน้าอก สารเติมเต็ม หรือฟิลเลอร์ ที่มีการนำมาใช้ฉีด แบ่งเป็นแบบถาวรและแบบไม่ถาวร
แบบถาวร ก็เช่น ซิลิโคน เม็ดพลาสติก หรือพวกน้ำมันพาราฟิน ซึ่งไม่แนะนำให้ฉีดเลยนะคะ อันตรายมากๆ ผลข้างเคียงเกิดแน่นอน เพียงแต่ว่าจะปรากฏผลช้าหรือเร็วเท่านั้น อาจเกิดอาการแพ้แบบเฉียบพลัน หรือไม่เช่นนั้นในระยะยาวก็จะเกิดเป็นก้อน หรือไหล และอักเสบได้ ถือว่าผิดกฎหมาย อย.ไม่รับรอง
ส่วนแบบไม่ถาวร แบ่งเป็น ฟิลเลอร์จากสารสังเคราะห์ที่เรียกว่า “ไฮยาลูโรนิก แอซิด” (Hyaluronic Acid, HA) เรียกสั้นๆ ว่า “ไฮยา” มีความปลอดภัยสูง มีการรับรองจาก อย. เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นเลียนแบบ Hyaluronic Acid หรือ HA
Hyaluronic Acid หรือ HA คือ กรดที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมา มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสีและเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น จุดเชื่อมต่อบริเวณหัวเข่า สำหรับผิวหน้าของเรานั้น กรดตัวนี้จะถูกผลิตขึ้นและอยู่ในบริเวณผิวหนังชั้น Dermis (ผิวชั้นล่าง) เป็นสารอมน้ำ ที่ทำหน้าที่คอยยึดจับโปรตีนคอลลาเจนเข้าไว้ด้วยกัน ถ้าหากมี HA สมบูรณ์ มันจะช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่า ทำให้ผิวหนังดูแน่นเนียนและชุ่มชื้น
เมื่ออายุมากขึ้น การผลิตกรดไฮยาตามธรรมชาติก็จะลดน้อยลง ผลก็คือผิวจะสูญเสียความชุ่มชื่น ผิวแห้งขึ้น และขาดความยืดหยุ่น สิ่งที่จะตามมาก็คือ ริ้วรอย จึงเป็นที่มาของการฉีดสารฟิลเลอร์นั่นเอง อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันก็มีทรีตเมนต์ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างสารไฮยาฯ ใต้ผิวหนังด้วยตัวเอง ชื่อว่า Deep Fractional RF โอกาสต่อไปจะได้หาเวลามาคุยกันเกี่ยวกับเทคโนโลยีตัวนี้
สำหรับข้อเสียในการฉีดสารไฮยาก็คือ ถ้าฉีดในปริมาณมากเกินไป จะทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนได้ เช่น การนำมาฉีดที่หน้าอก หรือสะโพก เป็นต้น ในกรณีที่ต้องใช้สารฟิลเลอร์จำนวนมาก ก็ควรจะใช้ฟิลเลอร์จากไขมันของตัวเองค่ะ
การสร้าง “ฟิลเลอร์” จากเซลล์ของตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้
“ฟิลเลอร์” อีกชนิดที่มีความปลอดภัยสูงก็คือ ฟิลเลอร์จากเซลล์ไขมันของตัวเอง ซึ่งมีความปลอดภัยสูง เหมาะที่จะใช้เติมในสัดส่วนต่างๆ ที่ต้องใช้ฟิลเลอร์จำนวนมาก อย่างหน้าอก และสะโพก แต่ก็มีข้อเสียคือ ต้องใช้ระยะพักฟื้นนาน นอกจากนี้การเสื่อมสลายของไขมันมีความไม่แน่นอน ไขมันแต่ละส่วนเสื่อมสลายไม่เท่ากัน ทำให้ผิวหน้าอาจจะไม่สม่ำเสมอหรือหน้าผิดรูปได้ อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่มีการคัดแยกเอาสเต็มเซลล์ออกมาจากไขมัน และฉีดกลับเข้าไปพร้อมกันก็จะทำให้ไขมันคงอยู่ได้นานขึ้น เสื่อมสลายช้าลง
**สิ่งที่ต้องระวังอย่างมากก็คือ ในปัจจุบันมีสารเติมเต็มปลอมที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อย.ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีราคาถูก แต่ไม่มีใครยืนยันได้ถึงมาตรฐานและคุณภาพ ซึ่งก็เป็นความเสี่ยงอย่างมาก ตลอดจนอาจเกิดอาการแพ้อย่างที่เกิดเป็นข่าวขึ้น
สำหรับความเสี่ยงในการฉีดสารฟิลเลอร์นั้น ถ้าพูดกันตรงๆ ก็ต้องบอกว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์มาก มีความชำนาญสูง โอกาสเกิดก็น้อยลง นอกจากนี้ตำแหน่งบางตำแหน่งมีความเสี่ยงสูง ที่ฟิลเลอร์จะเข้าไปอุดตันเส้นเลือด เช่น การฉีดเสริมจมูก ฉีดบริเวณหัวคิ้ว ที่อาจทำให้เกิดการตาบอด เพราะสารที่ฉีดเข้าไปจะไปปิดกั้นเส้นเลือดที่จะไปหล่อเลี้ยงจอประสาทตา ดังนั้นผู้ฉีดจึงควรเป็นแพทย์ผิวหนังที่มีความชำนาญ และได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ
จึงอยากจะฝากว่า “ฟิลเลอร์” ต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์จริงๆ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับของที่ราคาถูกดีกว่า... เพราะไม่คุ้มจริงๆ ค่ะ







