posttoday
ธรรมในงาน งานในธรรม

ธรรมในงาน งานในธรรม

30 กันยายน 2555

หลวงพ่อชา สุภัทโท พระวิปัสสนาจารย์ผู้ทำให้ดอกบัวบานในโลกตะวันตกอย่างหมดจดงดงาม เคยเล่าถึงตัวท่านเองในสมัยที่ยังใช้ชีวิตเป็นนักเรียนน้อยอยู่กับครูบาอาจารย์ว่า

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

หลวงพ่อชา สุภัทโท พระวิปัสสนาจารย์ผู้ทำให้ดอกบัวบานในโลกตะวันตกอย่างหมดจดงดงาม เคยเล่าถึงตัวท่านเองในสมัยที่ยังใช้ชีวิตเป็นนักเรียนน้อยอยู่กับครูบาอาจารย์ว่า ท่านอุทิศตนเจริญจิตภาวนาแทบล้มประดาตาย เดินจงกรมจนทางเดินลึกเป็นร่อง นั่งสมาธินานจนปัสสาวะเป็นเลือด แต่อาจารย์คนหนึ่งของท่าน คือ หลวงปู่กินรี จันทิโย กลับมีปฏิปทาไปคนละอย่าง หลวงปู่ดูไม่ค่อยวุ่นวายกับจิตภาวนาชนิดเอาเป็นเอาตาย หลวงปู่ปฏิบัติสบายๆ นั่งสลับเดิน ทำอย่างนั้นนิดอย่างนี้หน่อย แล้วก็เปลี่ยนอิริยาบถไปบิณฑบาต กวาดลาน เย็บผ้า ซ่อมบริขาร มองอย่างผิวเผินเหมือนหลวงปู่ไม่สู้ให้ความสำคัญกับจิตภาวนา จนหลวงพ่อชาพลอยเข้าใจไปเองว่า

“เราประมาท คิดว่าครูบาอาจารย์จะไปถึงไหนกัน เดินจงกรมก็ไม่เดิน นั่งสมาธินานๆ ก็ไม่เคยนั่ง คอยแต่จะทำนั่นทำนี่ตลอดวัน แต่เรานี่ปฏิบัติไม่หยุดเลย ถึงขนาดนั้นก็ยังไม่รู้เห็นอะไร ส่วนหลวงปู่ปฏิบัติอยู่แค่นั้น จะไปรู้เห็นอะไรเล่า”

คิดเช่นนี้อยู่ไม่นาน พออยู่กับครูบาอาจารย์นานเข้าจึงเริ่มรู้สึก

“เรามันคิดผิดไป หลวงปู่ท่านรู้อะไรๆ มากกว่าเราเสียอีก”

บทสรุปที่เปลี่ยนไปเกิดจากการได้ความรู้ใหม่ว่า การปฏิบัติธรรมกับรูปแบบในการปฏิบัติธรรมนั้นเป็นคนละเรื่อง บทเรียนอันทรงคุณค่านี้เกิดขึ้นเมื่อหลวงปู่กินรีมอบหมายให้หลวงพ่อชาเย็บจีวรผืนเก่าคร่ำของท่านในวันหนึ่ง

“เราเย็บไม่หยุด อยากจะให้มันเสร็จเร็วๆ เดี๋ยวนั้น คิดว่าให้มันเสร็จ จะได้หมดเรื่องหมดราวไป จะได้ภาวนากัน”

ธรรมในงาน งานในธรรม

 

แล้ววันหนึ่งหลวงปู่กินรีก็สังเกตเห็นความขะมักเขม้นของผู้เป็นศิษย์ จึงถามว่า

“ท่านจะรีบไปไหน”

“ผมจะรีบทำมันให้เสร็จ” หลวงพ่อชาตอบ

“เสร็จแล้วท่านจะไปทำอะไร” หลวงปู่ถามอีก

“จะไปทำอันนั้นอีก”

“เมื่ออันนั้นเสร็จ จะไปทำอะไรอีกเล่า”

“ผมจะไปทำอันนั้นอีก”

อันนั้น ของหลวงปู่ชาก็คือ การเจริญภาวนาอย่างเข้มข้น ชนิดวางชีวิตเป็นเดิมพัน ทั้งการเดินจงกรม การนั่งสมาธิ กำหนดจิตภาวนาอย่างไม่เห็นแก่ความหนาวเหน็บหรือความแผดเผาของกระไอแดด ความเมื่อยขบของกายสังขาร ท่านคิดแต่ว่าจะปฏิบัติจนลืมวันคืน ตายเป็นตาย! แต่แล้วโลกทัศน์ของท่านก็เปลี่ยนไป เมื่อถูกหลวงปู่กินรีกระตุกอย่างแรง

“ท่านรู้ไหมว่าทำอย่างนี้แหละ (เย็บจีวร) คือภาวนา ท่านจะรีบไปไหนเล่า ทำอย่างนี้มันเสียแล้วนี่ มันเสียแล้ว ความอยากมันเกิดขึ้นท่วมหัว ท่านไม่รู้เรื่องของตัวเอง...”

ใช่แต่หลวงพ่อชาในวัยวันแห่งการแสวงหาเท่านั้นที่เคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้ พระฝรั่งหลายรูปที่ยอมทิ้งพยศ ลดมานะ ละทิฐิ มามอบตัวเป็นศิษย์ของท่านพุทธทาสภิกขุ ก็ดูเหมือนจะเคยผ่านพบประสบการณ์มิต่างกันกับหลวงพ่อชาเมื่อคราพำนักศึกษาอยู่ ณ สวนโมกขพลาราม ไชยา วันๆ แทนที่จะได้มีโอกาสฟังธรรมกถา เจริญจิตภาวนา แต่พระที่สวนโมกข์กลับทำงานทั้งวัน บางทีงานหนักไม่ต่างไปจากกุลี เพราะต้องคอยแบกอิฐ หิน ดิน ทราย ไปสร้างเสนาสนะ ศาลาโรงธรรม บางรูปเกิดกังขา คอยอยู่ว่าเมื่อไรจะได้ปฏิบัติธรรมต่อเมื่อล่วงกาลผ่านไปได้สักระยะหนึ่งจึงรู้ว่าตัวเองโง่ไปถนัด ที่คิดเอาเองว่าการปฏิบัติธรรมคือการจำกัดตัวเองให้อยู่ในอิริยาบถนั่ง เดินอย่างเคร่งครัดเพียงเท่านั้น หารู้ไม่ว่าแท้ที่จริงแล้ว “การทำงาน” นั่นเองคือตัวการ “ปฏิบัติธรรม” และคือเวทีแสดงออกของการ “ศึกษาธรรม” อย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับธรรมชาติมากที่สุด

การปฏิบัติธรรมกับรูปแบบในการปฏิบัติธรรมเป็นคนละอย่าง

บางคนคิดว่าการปฏิบัติธรรมคือการนุ่งขาวห่มขาว โกนศีรษะบวชเป็นพระ หรือบวชชีอยู่ในอาราม จำกัดอาหาร จำกัดกิริยาการถือวัตรปฏิบัติแผกจากคนทั่วไป นี่แหละคือการปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ไปไม่ใช่ ไม่ผิดหรอกที่เข้าใจเช่นนี้ แต่ก็ไม่ถูกไปเสียทั้งหมดทีเดียว เพราะรูปธรรมของการเดินตามรอยบาทพระศาสดามีหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง ก็ถ้าการปฏิบัติธรรมหมายเพียงการครองผ้ากาสาวพัสตร์ การโกนศีรษะ บวชชี การมีศีลกว่าคนปกติหลายร้อยข้อ ถ้าเช่นนี้จะมีคนสักเท่าไรกันที่มีโอกาสในการปฏิบัติธรรม และพุทธธรรมที่มีไว้เพื่อประโยชน์ของคนส่วนน้อยจะมีความหมายอะไร

แท้จริงแล้ว การปฏิบัติธรรมกับรูปแบบในการปฏิบัติธรรมไม่เหมือนกันเลย การปฏิบัติและสัมผัสกับธรรมอันเป็นสภาพสงบร่มเย็นเป็นสุข มิได้ถูกจำกัดหรือสงวนลิขสิทธิ์ไว้กับคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดโดยเฉพาะ ทั้งไม่จำเพาะวิธีการให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้โดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หากแต่การศึกษา ปฏิบัติ เพื่อเก็บรับซึมซับศานติสุขและอิสรภาพทางปัญญา ขึ้นอยู่กับอัตวิสัยสมบัติของปัจเจกชนเป็นสำคัญ ทางเดินมีหลากหลาย สุดแต่ใครจะเลือกทางที่เหมาะกับตน ถ้าเหตุปัจจัยลงตัวอย่างพอดี ทุกคนก็ไปบรรจบกันที่โพธิปัญญาและพระนิพพานอันเป็นบรมสุขเสมอกัน

การศึกษา ปฏิบัติธรรม จึงเป็นเรื่องของการทำงาน เป็นเรื่องของการใช้ชีวิต เป็นเรื่องของคนทั่วไปในสังคมที่โลดแล่นอยู่ในโลกอันแสนวุ่นวายยุ่งเหยิง ชีวิตกับงานและการปฏิบัติธรรมจึงมิอาจแยกจากกัน หากจับหลักได้ อยู่ที่ไหนก็ศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรม กระทั่งสามารถบรรลุธรรมได้โดยมิต้องกังขา ปรัชญาที่ว่ามีธรรมอยู่ในงานและมีงานอยู่ในธรรมนี้ ท่านพุทธทาสภิกขุสรุปไว้สั้นๆ ว่า

“การทำงานคือการปฏิบัติธรรม”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท