
เข็มทิศชีวิตมั่งคั่ง
ครูอ้อยเขียนหนังสือเล่มใหม่ชื่อ เข็มทิศชีวิตมั่งคั่ง ในยุคที่คนเข้าใจผิดคิดว่าความล้มเหลวในการทำหน้าที่ในชีวิตแปลว่าพอเพียง
โดย...ฐิตินาถ ณ พัทลุง
ครูอ้อยเขียนหนังสือเล่มใหม่ชื่อ เข็มทิศชีวิตมั่งคั่ง ในยุคที่คนเข้าใจผิดคิดว่าความล้มเหลวในการทำหน้าที่ในชีวิตแปลว่าพอเพียง
คิดว่าคนที่ทำงานประสบความสำเร็จแปลว่าโลภไม่พอเพียง สับสนปนเประหว่าง ตัณหา ความทะยานอยาก กับฉันทะ ที่แปลว่าความรักในสิ่งที่ดีงาม มีความใส่ใจทำงานด้วยปัญญาจนทำงานสำเร็จ เข้าใจผิดว่าความอยากทำในสิ่งดีให้สำเร็จ เป็นเรื่องน่าอาย
ลืมไปว่าพระพุทธเจ้าสอน อิทธิบาท 4 ซึ่งหลวงพ่อพระพรหมคุณาภรณ์แปลไว้ว่า รักงาน สู้งาน ใส่ใจในงาน ทำงานด้วยปัญญา เพื่อให้พวกเราทำงานให้สำเร็จ ชีวิตจะได้มั่งคง ประเทศชาติแข็งแรง เพราะคนมีปัญญาจากการฝึกฝนตนในงานของชีวิต
พระพุทธเจ้าสอนฆราวาสธรรม ให้ผู้ครองเรือนหาเงินอย่างถูกต้อง เก็บออมแบ่งปัน และใช้อย่างเหมาะสม เป็นฆราวาสก็หาเลี้ยงชีพโดยสุจริต พอไปเป็นนักบวชก็ไม่ต้องหาเงินอีกต่อไป เป็นอนาคาริกคือผู้ไม่มีบ้าน ไม่มีห่วง ไม่มีทรัพย์ อยู่ในหน้าที่ไหนก็ทำหน้าที่นั้นอย่างถูกต้องชอบธรรม
ปัจจุบันนี้คนจำนวนมากตีความผิด หรือตั้งใจตีความผิด เพื่อซ่อนความล้มเหลวไว้เบื้องหลังคำว่าพอ เพื่ออนุญาตตัวเองให้ไม่ศึกษางานที่ทำและมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ จนเกิดประโยชน์กับผู้คน
คนไม่กล้าพูดคำว่า “มีความสุข” “รวย” “ประสบความสำเร็จ”
คนอยากเป็นนักธุรกิจ อยากเป็นนายตัวเองมีอิสระในการทำตามความฝัน มีอิสรภาพทางเวลาและการเงิน แต่ใช้คำว่า “มันเป็นธุรกิจ” เป็นคำวิจารณ์ทางลบ
อยากรวยอยากสำเร็จแต่ด่าวิจารณ์คนที่ทำสำเร็จ เพราะตัวเองทำไม่ได้
มีความขัดแย้งในตัวเอง แปลกแยกกับผู้คน กับธรรมชาติ กับสังคม กับงานที่ทำ
ทำงานก็เล่นเกมหรือเล่นเฟซบุ๊ก อยู่กับครอบครัวก็ต้องหาอย่างอื่นเล่น ไปเที่ยวธรรมชาติเพื่อเปลี่ยนที่นอนที่เล่นสิ่งที่ติด
อยากรวย อยากมีความรักดีๆ อยากมีความสุข อยากประสบความสำเร็จ แต่วิจารณ์ติติงคนที่ทำได้ หาช่องนินทาว่าร้าย หรือไม่ก็ป้อยอเกินจริง
อยากเป็นเหมือนเขาแต่ไม่คิดศึกษาว่าเขาทำสำเร็จมีความสุขได้อย่างไร
ลืมไปว่า เรามีความสุขประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนไม่ได้ถ้าเรามีความคิดด้านลบกับสิ่งนั้น หรือคนที่ทำได้
การสื่อสารในปัจจุบัน ตั้งแต่หนังละคร พ่อแม่ โรงเรียนการเลี้ยงดู ทำให้คนมีความรังเกียจเงินและความสำเร็จ ลึกลึกมีความเชื่อว่า คนรวยไม่ดี แต่ดูโฆษณาแล้วก็อยากรวยอยากมีแบบเขาบ้าง เกิดความขัดแย้งภายใน ทำให้ทำงานไม่สำเร็จ หรือมีเงินก็ทำให้เงินหายไปครั้งแล้วครั้งเล่า
การคลี่คลายสิ่งที่ถูกปลูกฝังมาโดยเราไม่รู้ตัว อนุญาตให้เราเห็นเงินเป็นอุปกรณ์ ไม่ผลักออกไป ไม่วิ่งหาจนลืมตัว ทำหน้าที่อย่างพอดี ไม่ฝากชีวิตไว้กับเงิน แต่ดูแล หา ใช้ และเก็บออมเงินอย่างเหมาะสม ทำความเข้าใจกับความเห็นเรื่องเงินและความสำเร็จในตัวเองใหม่
กฎธรรมชาติของโลก ไม่ได้ห้ามให้เรามีความสุข มีชีวิตที่ดีงาม ที่จริงนั่นคือสภาวะตามธรรมชาติที่เราเกิดมาเพื่อจะเป็นเสียด้วยซ้ำมีความสุข สงบ สมดุล มีความพึงพอใจในชีวิต ได้พัฒนา ทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่านด้วยความไม่ประมาท
ดังโอวาทสุดท้ายของพระพุทธเจ้าที่ว่า “สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา จงทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่านด้วยความไม่ประมาท”
คนมากมายต้องการมีชีวิตที่มีอิสระมั่นคงทางการเงิน แต่มีมุมมองที่ผิด เลือกลงมือทำผิด ขาดความเข้าใจ ขาดความเอาใจใส่สู้งาน ขาดการติดตามผล ไตร่ตรองให้เกิดผลลัพธ์ในงานที่ดี ทำให้เกิดการขาดทุนล้มเหลวไม่ประสบความสำเร็จ ไม่เห็นคุณค่าในตัวเองหรือเห็นคุณค่าในตัวเองแบบผิดๆ
ไม่มีทักษะ ขาดแนวคิดที่ถูก พูดง่ายๆ คือ ขาดความรักงาน ขาดความสู้งาน ความใส่ใจในงาน ขาดปัญญาในการทำงาน
มีทัศนคติที่ผิดต่อการทำงาน อยากรวยแต่ปฏิเสธทำท่าว่ารังเกียจความสำเร็จ แต่ทำงานไม่เป็น เลยยากจนขมขื่นกับชีวิต กับโลก ทำหน้าที่ผิดทั้งทางโลกและทางธรรม
ความล้มเหลวในชีวิตของคนหนึ่งคนนอกจากทำให้ตัวเองและครอบครัวเดือดร้อนแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสังคม ศาสนา ประเทศชาติ ความมั่นคงของแผ่นดิน
มีชีวิตที่ดี มีความสุข สร้างความมั่งคั่งด้วยปัญญา ชอบธรรม และรู้วิธีแบ่งปันให้โลก สร้างสรรค์ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนเพราะใจมีความสุข และมีวัตถุประสงค์ที่ไปเหนือกว่าตัวเอง คิดถึงประโยชน์ของผู้อื่น เป็นผู้ให้ที่ดีและเป็นผู้รับที่มีความสุข ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ทั้งยามง่ายและยามชีวิตไม่ง่ายก็ร่มเย็นใจ
มีความคิดถูก เห็นถูก ทำถูก ทำเสร็จแล้วก็วางใจถูกต้อง เกิดเป็นผลงานที่ดีมีความสุขประสบความสำเร็จ ทำสำเร็จแล้วก็ไม่หลงมัวเมา รู้วิธีสร้างชีวิตที่มั่นคงประณีต มีปัญญายิ่งๆ ขึ้นไปอีก
การสร้างชีวิตที่มั่นคง เริ่มจากการมีความเห็นที่ถูกต้องต่อหน้าที่ที่เรามีต่อโลก เราทุกคนมีงาน ที่เราต้องส่งมอบให้โลกนี้ดีขึ้นเพราะมีเรา
พบกับเข็มทิศชีวิตมั่งคั่ง 16 ต.ค.นี้ ค่ะ
&<2288;







