posttoday
ธรณีนี่นี้ใครครอง (1)

ธรณีนี่นี้ใครครอง (1)

30 กันยายน 2555

สัปดาห์นี้แขกรับเชิญของเรา คือ ดร.ธันยพร จันทร์กระจ่าง ซึ่งเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์กับที่ดิน

โดย...รศ.ดร. วิพรรณ ประจวบเหมาะ

สัปดาห์นี้แขกรับเชิญของเรา คือ ดร.ธันยพร จันทร์กระจ่าง ซึ่งเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์กับที่ดิน และเราจะมาคุยกันเรื่องความมั่นคงของสิทธิในที่ทำกินของเกษตรกรในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์กันนะคะ ท่านผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์ 100 ปี ปรีดิ์เปรม มาเป็นประจำ อาจจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า เหตุใดจู่ๆ คอลัมน์ที่เกี่ยวกับประชากรไทยถึงลุกขึ้นมาพูดถึงแผ่นดินที่เป็นผืนที่ทำกิน แทนที่จะพูดถึงเรื่องประชากรหรือผู้คนโดยตรง ... นี่ก็เป็นเพราะว่าผืนแผ่นดินกับประชากรนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้นค่ะ โดยเฉพาะในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่ยังมีอาชีพอยู่ในภาคเกษตรกรรม ผืนแผ่นดินที่เป็นปัจจัยในการลงทุนหลักของอาชีพ ย่อมมีความสำคัญต่อทั้งรายได้ สภาพความเป็นอยู่ของประชากรเหล่านั้น และเมื่อประชากรเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่ง หรืออาจจะพูดได้ว่าเป็นส่วนใหญ่ของประชากรในประเทศ เช่น ประเทศไทย แผ่นดินนั้นก็ย่อมจะต้องมีความสัมพันธ์ ส่งผลถึงการพัฒนาและการเจริญเติบโตของประเทศและประชากรโดยทั่วไปในประเทศนั้นด้วยนั่นเองค่ะ

แต่แล้วบางท่านอาจจะสงสัยอีกว่า แล้วทำไมเราถึงต้องให้ความสนใจในความมั่นคงของสิทธิในที่ทำกินด้วยเล่า ก่อนอื่นเราก็คงจะต้องย้อนไปถึงว่าสิทธิในผืนแผ่นดินนั้นคืออะไร และในประวัติศาสตร์ของมนุษย์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงมาอย่างไรบ้างนะคะ การมีสิทธินั้นถือเป็นเครื่องหมายของความเป็นเจ้าของ นักปรัชญา John Locke ได้กล่าวว่า มนุษย์ทุกคนนั้นมีสิทธิที่จะเป็นเจ้าของในสิ่งใดๆ ที่ผู้นั้นได้ลงกำลังแรงของตน ทุ่มเทไปเพื่อการพัฒนาสิ่งนั้น และตัวอย่างของสิ่งนั้นที่เขาเอ่ยถึงก็รวมไปถึงผืนแผ่นดินด้วย จากคำนิยามของ Locke ถ้าหากเด็กหญิงดรุณีขยันขันแข็งบำรุงผืนดินแปลงหนึ่ง ปลูกต้นส้มบนแปลงนี้ เธอก็สามารถป่าวประกาศกับใครๆ ได้ว่า ที่ดินผืนนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเธอ แต่ถ้าหากเด็กหญิงดรุณีไปติดอยู่บนเกาะร้างเหมือนดัง Robinson Crusoe1 จะมีประโยชน์หรือความแตกต่างอะไร ที่ผืนดินผืนนั้นจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของเธอหรือไม่ จากตัวอย่างเล็กๆ นี้ ก็อาจจะช่วยชี้ให้ท่านผู้อ่านเห็นว่า แท้จริงแล้วการมีสิทธินั้นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับมนุษย์ที่อยู่กันเป็นสังคม การมีสิทธิคือการแสดงความเป็นเจ้าของซึ่งมีสังคมยอมรับ สังคมยอมรับให้ผู้นั้นกระทำการใดๆ กับที่ดินผืนนั้นได้ตามกรอบกติกาที่ตั้งไว้ และบุคคลนั้นก็คาดหวังว่าสังคมจะปกป้องไม่ให้ผู้อื่นมาก้าวก่ายในผืนแผ่นดินที่เขามีสิทธิและต่อการกระทำใดๆ ต่อผืนแผ่นดินที่เขาครอบครอง สิทธินั้นอาจจะแสดงผ่านหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างเช่นโฉนดที่ดิน หรือได้รับการยอมรับผ่านทางวัฒนธรรมของเผ่าจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง อย่างเช่นประเทศในทวีปแอฟริกาตะวันตก นักเศรษฐศาสตร์เชื่อกันว่าความมั่นคงในสิทธิและการมีการแสดงกรรมสิทธิ์อย่างชัดเจนในการครอบครองทรัพย์สินเช่นที่ดินนั้น จะช่วยทำให้ผู้ครอบครองมีความมั่นใจและลงทุนกับที่ดินนั้นสูงขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตในผืนดินนั้นสูงขึ้น และยังลดความขัดแย้งหรือสงครามย่อยๆ ต่างๆ ที่เกิดจากการแย่งกรรมสิทธิ์กันด้วยค่ะ (Alcian and Demsets 1973, Feder and Feeny 1991)

แต่บางท่านอาจจะยังมีคำถามในใจอีกว่า แล้วเหตุใดเราจึงไม่พบการแสดงความเป็นเจ้าของ หรือการถือสิทธิครอบครองในผืนดินในบางสังคม ท่านผู้อ่านบางท่านคงจะจำท่อนหนึ่งในเพลง Colours In The Wind จากการ์ตูนของบริษัท Disney เรื่อง Pocahontas2 ที่บ่นว่าชาวตะวันตกที่เห็นว่าแผ่นดินเป็นเพียงสิ่งที่ไม่มีชีวิตจิตใจ ที่เอาไว้ถือเป็นของครอบครองเท่านั้น จากการศึกษาต่างๆ พบว่าชนเผ่าพื้นเมืองบางกลุ่ม เช่น ชนเผ่าอินเดียนแดงบางกลุ่ม ไม่มีวัฒนธรรมที่จะครอบครองผืนดิน นักเศรษฐศาสตร์บางท่านจึงสรุปว่า การถือสิทธิในสังคมหนึ่งๆ จะเกิดขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อประโยชน์ของการถือสิทธิและการบังคับผู้คนในสังคมให้เคารพสิทธินั้นมีค่าสูงกว่าค่าใช้จ่ายของสังคมในการบังคับกติกาต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิ ตัวอย่างจากในประวัติศาสตร์ก็เช่นการค้นพบแร่ทองคำและเงินในอเมริกาตะวันตกที่ทำให้มูลค่าของที่ดินสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้คนหลั่งไหลมาในดินแดนนั้นมากขึ้น เกิดการแก่งแย่งทะเลาะเบาะแว้งอยากจะจับจองเป็นเจ้าของที่ดิน ทำให้หลังจากปี ค.ศ. 1848 เกิดการเริ่มให้คำนิยามของสิทธิและถือสิทธิเหนือดินแดนในอเมริกาตะวันตกที่ไม่เคยมีใครคิดจะครอบครองมาก่อน (Libecap 1978)

ในสัปดาห์หน้า เราจะมาดูกันว่าเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์อย่าง Elinor Ostrom ให้คำนิยามของแง่มุมต่างๆ และองค์ประกอบย่อยๆ ของสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติอย่างเช่นผืนดินกันอย่างไรนะคะ

1 Robinson Crusoe เป็นตัวละครหลักของนวนิยายชื่อเดียวกัน ที่แต่งโดยนักประพันธ์ชาวอังกฤษ – Daniel Defoe ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1879 นวนิยายนี้แต่งในเชิงอัตชีวประวัติที่ Robinson Crusoe เล่าถึงประสบการณ์การผจญภัยในช่วงที่เขาติดเกาะร้างที่ใกล้กับประเทศตรินิแดด เป็นเวลา 28 ปี ในการเรียนการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ Robinson Crusoe Economy มักถูกใช้เป็นตัวอย่างสัญลักษณ์เปรียบเทียบ เมื่อกล่าวถึงสังคมหรือระบบที่มีผู้บริโภคและผู้ผลิตเพียงคนเดียว ไม่มีการแลกเปลี่ยนค้าขายสินค้า ซึ่งความเข้าใจในกลไกทางเศรษฐศาสตร์ในระบบนี้ จะเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจในระบบที่มีผู้บริโภคและผู้ผลิตจำนวนที่มากขึ้นดังในสถานการณ์ความเป็นจริง

2 Pocahontas เป็นการ์ตูนของบริษัท Disney ที่สร้างขึ้นจากเรื่องเล่าและตำนานของชีวิตของหญิงสาวชาวเผ่าอินเดียนแดงในรัฐ Virginia ที่มีชื่อเดียวกัน ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ.1595–1617 ตามเรื่องเล่าเธอได้ช่วยเหลือชีวิตกัปตันชาวอังกฤษที่ถูกเผ่าของเธอจับตัว และต่อมาได้เลือกที่จะใช้ชีวิตและแต่งงานกับชาวอังกฤษ และเดินทางไปยังกรุงลอนดอน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท