
หุ้นส่วนชีวิต หุ้นส่วนธุรกิจ
จั่วหัวแบบนี้ไม่ได้หมายถึงคู่สามีภรรยาหรอกนะคะ แต่หมายถึงนักธุรกิจหนุ่มใหญ่สองศรีพี่น้องแห่งธุรกิจ เอนเนอร์จี รีฟอร์ม
โดย...กันย์
จั่วหัวแบบนี้ไม่ได้หมายถึงคู่สามีภรรยาหรอกนะคะ แต่หมายถึงนักธุรกิจหนุ่มใหญ่สองศรีพี่น้องแห่งธุรกิจ เอนเนอร์จี รีฟอร์ม ที่เป็นบริษัทที่เขาก่อตั้งและเป็นผู้บริหารร่วมกัน เพราะทั้งคู่เขาเป็นคู่แฝดจากไข่ใบเดียวกัน ผูกพันกันแน่นหนาตั้งแต่เป็นเด็กน้อยจนกลายเป็นหนุ่มใหญ่ พี่น้องส่วนใหญ่ก็มักจะสนิทสนมกันมากอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นคู่แฝดก็ยิ่งผูกพันแน่นเหนียวกันเข้าไปใหญ่ มีช่วงวัยหนุ่มที่ห่างกันไปเล็กน้อย ทุกวันนี้กลับมาใกล้ชิดกันเหมือนตอนเด็กๆ อยู่บ้านเดียวกัน ไปทำงานด้วยกัน ไปรถคันเดียวกัน (ช่วยประพลังงานเราและพลังงานโลก)
คุณหนุ่ม-สุรชัย นิตติวัฒน์ (เสื้อชมพู) แฝดผู้น้อง บอกว่า ตอนเรียนจบใหม่ๆ ต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานตามสายงานที่แต่ละคนเรียนมาอยู่เกือบ 10 ปี จนกระทั่งเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา กระแสการประหยัดพลังงาน เรื่องพลังงานสะอาดเริ่มพูดกันมาก ด้วยความห่วงใยว่าอนาคตน้ำมันจะขาดแคลน จึงต้องหาพลังงานทางเลือกที่เป็นพลังงานสะอาด ทั้งเขาและพี่ชายมองเห็นโอกาสและทางเลือกใหม่ๆ ทั้งคู่จึงลาออกจากงานประจำของแต่ละคน เพื่อกลับมาร่วมหุ้นทำธุรกิจด้วยกันประสาพี่น้องสุดเลิฟ
เขาบอกว่า แม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่การทำธุรกิจเปิดบริษัทนั้นก็ทำแบบมืออาชีพ แบ่งหน้าที่สายงานความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจน มีระบบระเบียบในองค์การอย่างเป็นแบบแผน ทั้งยังมีผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาร่วมงานด้วย ความคิดและการตัดสินใจทุกอย่างออกมาจากที่ประชุม ไม่มีงุบงิบ ไม่ซูเอี๋ยกันให้รำคาญใจ
สุรชัย ให้ความเห็นว่า การทำธุรกิจครอบครัว มีข้อดีคือ สายงานสั้น สามารถตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็ว และด้วยความที่บริษัทเป็นของเราเอง ความทุ่มเท ความเป็นเจ้าของย่อมมีมากขึ้น แน่นอนว่าทุกการตัดสินใจต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรเสมอ เพราะเราย่อมอยากให้องค์กรมั่นคงและเติบโต เหมือนการเลี้ยงลูกที่อยากเห็นเขาเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยความมืออาชีพ เราต้องเลือกเพื่อบริษัท ไม่ได้เลือกเพื่อตัวเองอยู่แล้ว
ทางด้านความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้น เขาบอกว่า มีพี่น้อง 3 คน เป็นชายล้วน มีคู่แฝดเป็น 2 คนโต คือ เขาและพี่ชาย (หนึ่ง สุรศักดิ์) แล้วมีน้องชายคนเล็กอายุห่างกันหลายปี ความสนิทสนมอาจจะไม่เท่าเขากับพี่ฝาแฝด ทั้งเขาและพี่เหมือนเพื่อน ไปเล่นกีฬาด้วยกัน ออกกำลังกายด้วยกัน
“เรามีความสนิทสนม ช่วยเติมเต็มในสิ่งที่ขาด รักษาสมดุลในการใช้ชีวิตทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวกันได้เป็นอย่างดี เป็นที่ปรึกษาของกันและกัน รสนิยมหลายอย่างก็คล้ายๆ กัน เขาเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว คิดไม่ออกว่าถ้าไม่มีเขาแล้วจะเป็นอย่างไร ชีวิตมีเขาเคียงข้างมาตลอด โชคดีที่มีเขาเป็นพี่เป็นเพื่อน” เขากล่าวด้วยความรัก
สุรชัย บอกว่า สำหรับเขาแล้วครอบครัวถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในชีวิต ธุรกิจก็มาทีหลังครอบครัว ที่ผ่านมาครอบครัวถือเป็นเบื้องหลังที่สนับสนุนเขาอย่างดีให้มีวันนี้ เป็นพลังใจทางบวกที่ช่วยให้ฝ่าฟันอุปสรรคปัญหาได้อย่างไม่ย่อท้อ มีแรงไปสู้กับโลกภายนอก ทุกครั้งที่เหนื่อย เจอปัญหาอุปสรรคใดๆ ก็ตาม จะมีครอบครัวคอยให้กำลังอยู่ตลอดเวลา ถ้าครอบครัวไม่แข็งแรงเราก็จะอ่อนแรงได้โดยง่าย เพราะฉะนั้นขอบคุณครอบครัวที่ทำให้มีวันนี้







