
‘โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด’ ความหวังท่ามกลางปรากฏการณ์โลกร้อน...?
โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
หากประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจน
“อีก 10-15 ปีจากนี้ไปพลังงานไฟฟ้าจะเดินสู่จุดวิกฤต! ถ้าเรื่องทิศทางและนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล ที่หาข้อยุติไม่ได้ว่าเราจะเลือกใช้พลังงานหลักชนิดใดเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า?!!” และนี่คือมุมมองระดับผู้บริหารของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ที่ทำให้ทริปที่พาคณะสื่อมวลชนกลุ่มใหญ่เดินทางมาศึกษาดูระบบการผลิตไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่น ทริปนี้เจ้าภาพ กฟผ. จึงขอเลือกใช้ชื่อเร้าใจน่าติดตามว่า “วิกฤตพลังงานไฟฟ้า! และทางเลือกของประเทศไทย!?!!” กับการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ที่ตั้งอยู่บนโจทย์ยากๆ หลายๆ ข้อ
ไม่ว่าจะเป็น การเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ อัตราค่าไฟฟ้าเหมาะสม (Competitive Price) มีการกระจายความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิง มุ่งมั่นสร้างความรู้ ความเข้าใจในเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า และ “โรงไฟฟ้าต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” คือข้อสำคัญที่กำลังเป็นกระแสแห่งความกังวลหลังเหตุการณ์สึนามิถล่มโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา กูรูไฟฟ้าจาก กฟผ.รีบสำทับข้อนี้ทันที โรงไฟฟ้ายุคใหม่ไม่มีโรงไหนที่ไม่ (อยาก) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแน่นอน แต่ที่แน่กว่าก็คือ ทุกคนต้องการใช้ไฟฟ้า หากไม่มีใครอยากให้โรงไฟฟ้ามาตั้งอยู่ใกล้ๆ บ้านเรา Not in my back yard! ขอเชิญไปสร้างที่อื่น
ซึ่งในยุคไฟฟ้าคือปัจจัยที่ 5 ทุกคนขาดไฟฟ้าไม่ได้ กลายเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานไปเสียแล้ว โรงไฟฟ้าใหม่ๆ จึงต้องพัฒนาเกิดขึ้น แล้วโรงไฟฟ้าชนิดใดสะอาดที่สุด?!! การได้ไปดูโรงไฟฟ้าคุณภาพสูงถึงประเทศญี่ปุ่นมีหลายคำตอบมาให้คนไทยเราลองเลือกพิจารณากัน!!!
โรงไฟฟ้าถ่านหิน ของถูก และดี?
จากเมืองไทยใช้เวลาเดินทางพอดีๆ สบายๆ เพียง 5 ชั่วโมง ก็ถึงสนามบินฟุกุโอกะ เมืองเล็กๆ ของแดนอาทิตย์อุทัยที่ในตัวเมืองมีตึกสูงระฟ้า นอกเมืองภาพหมุนกลับสลับขั้วโดยฉับพลันทันใด เพราะวิวสองข้างทางแฝงกลิ่นอายวัฒนธรรมโบราณอันเงียบสงบ เสน่ห์ของเมืองนี้เลื่องชื่อจนได้รับการจัดอันดับของนิตยสารเอเชีย วีค ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดของเอเชีย แทบทุกหลังคือบ้านโบราณมุงหลังคากระเบื้องปล้องอ้อ บางหลังหน้าต่างประตูกรุกระดาษ ให้คนไทยได้มองผ่านรถโค้ชกันให้ตื่นเต้นหายง่วง เสื่อตาตามิวางบนพื้นไม้ยกพื้นเตี้ยแค่ 3040 ซม. คุณภาพชีวิตอยู่ดีเคียงคู่รสนิยมเลิศหรูโชว์สวนหินสวนตะโกดัดหน้าบ้านแทบทุกหลัง ตาสว่างหายเพลียจากการเดินทางทันที แล้วขอบอกว่าไม่มีบ้านตึก บ้านทรงสเปนอะไรๆ ให้แปลกหูแปลกตากันเล่นเลยนะ ลูกหลานซามูไรเขาเลือกอยู่บ้านโบราณกันทั้งหมู่บ้านชาตินิยมกันจริงอะไรจริง ไกด์หนุ่มไทยร่วมทริปบอกว่าเป็นบ้านชาวนา เหล่ากระจิบข่าวพากันประสานเสียง “จริงดิ?!!!” ถามคอนเฟิร์มเพื่อความมั่นใจ มีฮอนด้า ฟรีด โตโยต้า พรีอุส จอดอยู่หน้าบ้านเก๋ๆ หลายๆ หลังเลยนะนั่น!!!
คณะ กฟผ.และสื่อไทยกว่า 30 ชีวิต เดินทางจากฟุกุโอกะ ต่อไปที่จังหวัดนางาซากิ เมืองหลวงของเกาะคิวชู เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น เพื่อชมโรงไฟฟ้าพลังความร้อน มัตซูอุระ เป็นโรงไฟฟ้าใช้เชื้อเพลิงถ่านหินบิทูมินัส นำเข้ามาจากออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และอเมริกา เจ้าของโรงไฟฟ้าคือ JPower หรือบริษัท อิเล็คทริค พาวเวอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น
แม่ทัพใหญ่ทริปนี้ พงษ์ดิษฐ พจนา ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. ให้รายละเอียดก่อนเข้าโรงไฟฟ้า เริ่มจากเหตุการณ์ฟูกุชิมาระเบิดสะเทือนโลก เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อนเหตุการณ์นี้ญี่ปุ่นจัดเป็นประเทศที่มีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าที่ดีมาก เกือบที่สุดของโลกในการเป็นต้นแบบในด้านการกระจายความเสี่ยงได้ครบถ้วน คือ ใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน 27% น้ำมัน 13% ก๊าซ 26% นิวเคลียร์ 24% พลังน้ำ 8% และอื่นๆ เช่น ชีวมวลอีก 2% ขณะที่ประเทศสุดโต่งอย่างเช่นฝรั่งเศส เลือกใช้นิวเคลียร์ถึง 76% รถไฟหัวกระสุนเตเจเว แสงสีเสียงหรูเลิศอลังการที่ปารีสน่าจะเป็นคำตอบ!
หันมาดูไทยแลนด์ สามารถกระจายสัดส่วนการใช้พลังงานได้ดีไม่แพ้ใคร ทั้งการผลิตและซื้อ เราใช้ก๊าซธรรมชาติโชติช่วงชัชวาลจากอ่าวไทยเกือบ 67% พลังงานถ่านหินลิกไนต์จากเหมืองแม่เมาะ 11% และถ่านหินนำเข้าอีก 8% ซื้อน้ำมันเตาจากมาเลเซีย 0.1% ใช้ดีเซลบ้างในบางช่วงที่ก๊าซขาด พลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นพลังน้ำ 13% แยกเป็นในประเทศ 7% ซื้อจาก สปป.ลาว อีก 6% ซึ่งในเรื่องนี้ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. พงษ์ดิษฐ อธิบายว่า การกระจายสัดส่วนการเลือกใช้พลังงานในรูปแบบนี้ ถือเป็นระบบไฟฟ้าดีที่สุด
“ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยตอนนี้เหลือให้ใช้เต็มที่เลยนะครับ อีกแค่ 15 ปีก็จะหมดแล้ว และเวลานี้เราเริ่มนำเข้าจากพม่าในบางส่วน จึงเกิดคำถามขึ้นมาทันทีครับ ว่าถ้าอ่าวไทยไม่มีการขุดเจอก๊าซอีกแล้วล่ะ?!! เราก็ต้องนำเข้าจากเพื่อนบ้านทั้งหมดแน่นอน ผลที่ตามมาก็คือ ราคาค่าไฟฟ้าที่ต้องเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้ราคาก๊าซจากพม่าก็แพงกว่าอ่าวไทยมากๆ อยู่แล้ว ถ้าเขาปิดวาล์วท่อก๊าซที่ส่งมาให้เราเมื่อไร เราก็เสียกรุงอีกครั้งที่สามแน่นอน” พงษ์ดิษฐ รีบออกตัวอาจเป็นมุมมองติดตลก แต่ถ้าเป็นจริงขึ้นมาโดยที่เราไม่มีพลังงานสำรอง เราก็คงขำไม่ออกได้เช่นกัน
พลังงานถ่านหิน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกของประเทศที่ให้ความหวัง และปัจจุบันมีเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดโดยเฉพาะในญี่ปุ่นได้รับการการันตีจากนิตยสารด้านพลังงานของอเมริกา ให้โรงไฟฟ้าอิโซโกะ ในเมืองโยโกฮามา คือโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดที่สุดในโลก โดยการจัดการมลภาวะร่วมกันระหว่างรัฐบาลกลาง (กระทรวงสิ่งแวดล้อม) ท้องถิ่น และโรงไฟฟ้า ว่าจะต้องลดการปล่อยมลภาวะต่ำเท่าโรงไฟฟ้าก๊าซ บนพื้นฐานที่ต้องบรรลุวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ ลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ สนองตอบความต้องการไฟฟ้าที่สูงขึ้นทุกๆ ปี และออกแบบเผื่อการเสื่อมสภาพของโรงไฟฟ้าที่ถ้าเก่าเมื่อไร การควบคุมการปล่อยของเสียได้ไม่ดีแล้ว อิโซโกะอยู่ในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมริมทะเล ใกล้ๆ กรุงโตเกียว ส่วนอีกแห่งที่โรงไฟฟ้ามัตซูอุระ ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้า 2 โรง โรงแรกสร้างเมื่อเดือน มิ.ย. 2533 ใช้ถ่านหินประมาณ 2.25 ล้านตันต่อปี โรงที่ 2 ใช้ถ่านหิน 2.2 ล้านตันต่อปี สร้างเดือน ก.ค. 2540 ผลิตไฟฟ้าขายให้กับบริษัทไฟฟ้าต่างๆ เพื่อส่งจำหน่ายให้กับประชาชนใน 3 เขต ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น
ที่น่าสนใจ คือ เจ้าของโรงไฟฟ้า 2 แห่งนี้ คือ JPower ได้เริ่มพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินตั้งแต่ปี 1967 ได้พัฒนาเทคโนโลยีมาเรื่อยๆ ไม่หยุดอยู่กับที่ ตั้งแต่หม้อต้มไอน้ำแบบ SubCritical Steam Condition ในระยะแรกพัฒนามาเป็นแบบ Super Critical stream conditionและเทคโนโลยีทันสมัยล่าสุด UltraSuper Critical Steam Condition ที่ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น แต่ใช้เชื้อเพลิงน้อยลง แล้วไม่หยุดแค่นั้น JPower ยังได้พัฒนาระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์แบบแห้งหรือ Dry Typeตั้งแต่ปี 2543 ขณะที่เหมืองแม่เมาะของเราเป็นแบบเปียกที่ในปี 2538 ก็ถือว่าทันสมัยที่สุดแล้ว
ขอสรุปว่า สิ่งแวดล้อมที่ดีต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ใช้เงินจ่าย และถือเป็นความคุ้มค่า เพราะวิศวกรไฟฟ้าของทั้งสองโรงให้ข้อมูลเมื่อถูกกลุ่มสื่อไทยสอบถามว่า โรงถ่านหินมีปัญหากับชุมชนรอบข้างหรือไม่? “น้ำบางส่วนดึงจากทะเลเอามาใช้ในโรงงาน แต่ชาวประมงก็ยังหาปลาได้ดีนะ” ก็ไม่ได้เชื่อทันใด แต่นาข้าวเขียวขจีสุดหูสุดตาใกล้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินมัตซูอุระ ก็ทำให้คำตอบนี้ก็น่าเชื่อถือนะ
กิริยาฟูกุชิมา
สะเทือนไปทั้งโลก ปฏิกิริยาต่อต้านนิวเคลียร์เกิดขึ้นทันทีเมื่อโรงไฟฟ้านิวคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ระเบิดต้านคลื่นสึนามิไม่ไหว เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2554 และส่งผลจากยุคทองโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในดินแดนอาทิตย์อุทัย ระหว่างปี 25082547 จะจบลงในช่วงปีนี้หรือไม่? คือคำถามที่ทุกคนรอคำตอบใจจดใจจ่อ!!!
ญี่ปุ่นมีกำลังผลิตไฟฟ้า รวม 206,575 เมกะวัตต์ คิดเป็น 7 เท่าของประเทศไทย คนญี่ปุ่นจ่ายค่าไฟ 20 เยนต่อหน่วย (8 บาท) ใช้พลังงานนิวเคลียร์ 24% ปัจจุบันไฟวิ่งตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ ปี 2555 เพิ่มกำลังผลิตขึ้นอีก 2.41 แสนเมกะวัตต์ เฉพาะที่ผลิตจากนิวเคลียร์ 4.9 หมื่นเมกะวัตต์ จาก 54 โรง ซึ่งปิดหมดแล้ว และ 6 โรงที่เกิดเหตุระเบิดในจังหวัดฟูกุชิมา เป็นของ Tokyo Electric Power (Tepco) ผู้ผลิตไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในโลกที่เราไปดูในทริปนี้ด้วย
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิอยู่ในจังหวัดนิอิกะตะ ห่างจากโตเกียวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราว 220 กม.เท่านั้นเอง เริ่มสร้างในปี 2528 ซึ่งตามหลักที่ใช้วิธีการนำความร้อนจากรังสีนิวเคลียร์ต้มน้ำให้เกิดเป็นไอแรงดัน จึงมีการตั้งคำถามว่า น้ำที่ต้มอาจมีสารปนเปื้อนหรือไม่? จากโรงเก่าญี่ปุ่นมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงปี 2540 มีโรงไฟฟ้าทั้งสิ้น 7 โรง กำลังผลิตรวม 8,212 เมกะวัตต์ ใช้เทคนิคปฏิกรณ์ปรมาณูเป็นแบบน้ำเดือด ความร้อนจากเตาปฏิกรณ์ บรรจุแท่งยูเรเนียมไว้ภายในจำนวนมาก จะเป็นตัวต้มน้ำร้อนเป็นไอ ส่งไปหมุนกังหันเครื่องไฟฟ้า จากนั้นก็จ่ายกระแสไฟออกไป
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในจินตนาการที่เป็นปล่องควันสูงหายไปทันทีเมื่อมาถึงที่นี่ เพราะกลายเป็นตึกสี่เหลี่ยมปิดมิดชิดริมทะเล ซึ่งที่นี่เคยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2550 โรงไฟฟ้า 4 ใน 7 เครื่องหยุดทำงานอัตโนมัติทันที และมีน้ำปนเปื้อนรังสีระดับต่ำจากบ่อเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้วไหลลงสู่ทะเลเล็กน้อย โรงไฟฟ้าทุกโรงจึงต้องหยุดเดินเครื่องทั้งหมด เพื่อตรวจสอบ 21 เดือนหลังจากนั้นรัฐบาลจึงสั่งเปิดสวิตช์ใหม่ได้ และอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่ฟูกุชิมา
รัฐบาลก็สั่งปิดโรงไฟฟ้าทุกโรงทั่วประเทศ 54 แห่งอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. 2554 มีเพียงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่โทมาริที่เกาะฮอกไกโด เปิดเพียงเครื่องเดียว แต่ก็คาดว่าอาจจะต้องปิดตามไปด้วย เนื่องจากชุมชนยังวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นนิวเคลียร์คือพลังงานในฝันที่ไม่ก่อให้เกิดCO2 จึงช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน
ต้นทุนการผลิตนิวเคลียร์ต่ำที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับพลังงานอื่น คือ 5 เยนต่อยูนิต (2 บาท) แต่ใช้เงินก่อสร้างโรงงานแพงที่สุดแต่ก็คุ้มค่า เพราะใช้ได้นานถึง 40 ปี โรงไฟฟ้ายุคใหม่อายุก็ยิ่งยาวถึง 60 ปี
สำหรับกรณีไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ วิศวกรโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ ให้ข้อมูลบอกว่า ส่วนที่เกี่ยวกับรังสีจะเป็นระบบปิดทั้งหมดไม่สัมผัสกับสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานการออกแบบที่เข้มงวด ยูเรเนียมที่ใช้อยู่ในปริมาณต่ำมากเพียง 3% ถูกอัดให้เป็นเม็ดขังอยู่ในแท่งเชื้อเพลิงที่มีโลหะห่อหุ้ม แล้วยังมีหม้อปฏิกรณ์ทำด้วยเหล็กหนา 6 นิ้ว หุ้มอีกชั้น แล้วยังมีอาคาร 2 ชั้น ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กหนาราว 1 เมตร คลุมทับอีกชั้น
“สึมานิถล่มก็ถือเป็นโจทย์สุดวิสัยจากพระเจ้า...”นักข่าวหัวสีเขียวหันมาให้ความเห็น หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย พระเจ้ากำลังท้าทายซามูไรชนชาติที่ได้ชื่อว่าฉลาด มีระเบียบวินัย และเป็นมนุษยชาติแข็งแกร่งที่สุด ถ้าคนญี่ปุ่นขบคิดแก้ไขโจทย์ครั้งนี้ออกมาได้ ความหวังนิวเคลียร์ที่เป็นพลังงานแห่งอนาคตก็ไม่ปิดสวิตช์แน่นอน เพราะทั้งเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย เวียดนาม กำลังจ่อคิวสร้างโรงพลังงานนิวเคลียร์กันถ้วนหน้า







